สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ 2563

ประเด็นน่าสนใจ

  • คติธรรมจาก สมเด็จพระสังฆราช สอนให้เยาวชนรักษาศีลให้มั่นคง
  • เพราะศีลคือข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานในศาสนา นำไปสู่ปัญญา
  • มั่นใจชีวิตไม่ตกต่ำ หากเยาวชนไทยรักษาศีลได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2563 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

ความรู้ที่เกิดจากบุคคลผู้มีกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต ย่อมไม่เรียกว่าปัญญา เพราะปัญญาคือความรอบรู้และความเข้าใจในเหตุผล ดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ บุคคลซึ่งปรารถนาจะเป็นผู้มีปัญญาสอดส่องทั่วถึง เพื่อสามารถแก้ไขปัญหา ตลอดจนพัฒนาตนให้ประสบความสุขและความสำเร็จได้นั้น

จำเป็นต้องมีสุจริตธรรมเป็นที่ตั้งเสียก่อน คุณธรรมพื้นฐานก่อนจะก้าวไปสู่ความเป็นผู้มีปัญญา จึงได้แก่การรักษา “ศีล” ไว้ให้มั่นคง ด้วยเหตุที่ศีลคือข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานในทางพระพุทธศาสนา สำหรับควบคุมความประพฤติทางกายและทางวาจาให้เป็นปรกติ เป็นกติกาข้อห้ามที่ใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาชีวิต เป็นหนทางนำมาซึ่งความสงบสุข และไม่ความเบียดเบียนกัน

เด็กและเยาวชนล้วนเป็นอนาคตของบ้านเมืองไทย จึงขอให้ทุกคนเป็นผู้หนักแน่นในศีล โดยเฉพาะศีล 5 เป็นเบื้องต้น กล่าวคือ เว้นการเบียดเบียนชีวิต, เว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้, เว้นจากการประพฤติล่วงละเมิดคู่ครองของผู้อื่น, เว้นจากการกล่าวเท็จ เว้นจากการเสพสุราเมรัยและสิ่งเสพติดให้โทษทั้งปวง

หากเด็ก ๆ สามารถรักษาศีล 5 ไว้ได้อย่างไม่บกพร่อง ย่อมเป็นเครื่องประกันได้ว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันตกต่ำ จะเติบใหญ่ไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เจริญรุ่งเรืองสถาพรได้อย่างแน่แท้

ขอให้เด็กและเยาวชนมีกำลังใจที่จะอบรมพัฒนาตนเองให้ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นเครื่องกำกับกายและวาจาโดยสมบูรณ์นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอจงรักษาคุณลักษณะของความเป็นผู้ศีลธรรม เพื่ออนาคตของตนเองและประเทศชาติของเราทุกคน

ครม. แจกอีก! ฝังรากฟันเทียมราคาพิเศษ – คูปองรักษาแผลเรื้อรังผู้ป่วยเบาหวาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทั้งสองมาตรการ 6 ม.ค. ถึงเดือน ก.พ. ปีนี้
  • นอกจากนี้ยังผุดแอพพลิเคชั่น “ชาวเกษตร” ให้โหลดฟรีไม่มีวันหมดอายุด้วย

วันนี้ (2 ม.ค.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.ได้พิจารณาของขวัญจากรัฐบาล โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีโครงการฝังรากฟันเทียมราคาพิเศษ ซึ่งจะจัดให้ฟรีกับคนที่เข้าไม่ถึงบริการตามราคาปกติ

โดยบริการจำนวน 4,000 รากเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ขาดโอกาส เนื่องจากค่าทำรากฟันเทียมราคาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 50,000-100,000 บาท หากสนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.tcels.or.th ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีวะวิทยาศาสตร์ องค์การมหาชน โดยจะให้บริการใน 36 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังแจกคูปองรักษาแผลเรื้อรังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยนวัตกรรมไทย จำนวน 10,000 คูปอง ให้บริการฟรีผ่าน 14 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยทั้งสองโครงการจะให้บริการตั้งแต่ 6 ม.ค. ถึงเดือน ก.พ. ปีนี้

อีกทั้งยังมีนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิคเอ็กซ์เพรส ซึ่งผลิตมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทาน แข็งแรงและมีน้ำหนักเบา เพื่อให้บริการกับผู้พิการที่ต้องการใช้บริการ รวมถึงนวัตกรรมเบ้าอ่อนขาเทียมแบบถุงซิลิโคนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติด้วย โดยมีระยะเวลาให้บริการถึงเดือน พ.ค.63

อีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนเพิ่มเติม คือ แอพพลิเคชั่น “ชาวเกษตร” ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีและไม่มีวันหมดอายุ เพื่อช่วยแนะนำเกษตรกรถึงวิธีการปลูกพืชตามกรอบเวลา และวิธีการปฏิบัติงานในแปลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม

และแอพพลิเคชั่น “ไทย วอเตอร์” จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ องค์การมหาชน ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพน้ำ อากาศ ที่ทันต่อสถานการณ์

ตร. เผยเอาผิดได้ สาวขับรถชนเด็กจ่าย 500 ยกเป็นอุทาหรณ์ให้ระวัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุการณ์รถชนเด็กขณะวิ่งอยู่ริมถนนในหมู่บ้าน
  • ผู้ก่อเหตุจึงให้เงินเด็กเพื่อไม่ให้เอาความ
  • ผู้ปกครองไม่พอใจจึงนำคลิปมาเผยแพร่ เพื่อให้รับผิดชอบมากกว่านี้
  • ด้านตร. จึงแนะผู้ปกครองแจ้งความ หากจะเอาผิดคู่กรณีขับรถเฉี่ยวชนบุตรหลาน
  • พร้อมแนะให้เป็นอุทาหรณ์ขับรถในชุมชนต้องระวัง และผู้ปกครองก็ต้องเป็นหูเป็นตาอย่าปล่อยเด็กมาวิ่งเล่นลำพัง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิปอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนเด็กในหมู่บ้าน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะให้เงินเด็กที่บาดเจ็บเพียง 500 บาท ก่อนจะขับรถหนีไป แต่ทางผู้ปกครองของเด็กมีทีท่าไม่พอใจ และเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบต่อการกระทำมากกว่านี้นั้น ว่า

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากผู้ปกครองต้องการ ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุก่อน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการเรียกคู่กรณีมาสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ และการอำนวยความยุติธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย

แม้ว่าในคดีนี้เข้าข่ายความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา ม.43(3) , 157 มีโทษปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท และ ความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม ป. อาญา มาตรา 390 มีโทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับก็ตาม

อีกทั้งขอยกเป็นอุทาหรณ์ ของผู้ขับขี่รถยนต์ที่ต้องระวังมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะระหว่างการขับขี่ยานพาหนะในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ที่อาจจะมีเด็กวิ่งเล่นนอกบ้านตามนิสัยของเด็กไม่ว่าคนเดียวหรือกับเพื่อนเป็นกลุ่ม

โดยขอให้ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่เล่นโทรศัพท์ระหว่างขับขี้ยานพาหนะ ไม่ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น อย่างไรก็ตามขอฝากไปยังทางผู้ปกครอง ในการไม่ปล่อยให้เด็กเล็กวิ่งเล่นบนท้องถนนเพียงลำพัง เนื่องจากอาจเกิดเหตุอันตรายที่คาดไม่ถึงได้ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุรถยนต์