อู่ฮั่นเงียบสงัดคล้ายเมืองร้าง หลังประกาศปิดเมืองคุมไวรัสโคโรนาระบาด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาพมุมสูงเผยให้เห็นเมืองอู่ฮั่นของจีนเงียบสงัดไร้ผู้คนเดินบนถนน
  • โดยสาเหตุครั้งนี้มาจากการแพร่ระบาดโคโรนาไวรัส
  • แม้เหมือนเมืองร้างแต่ร้านยาในพื้นที่ยังเปิดให้บริการอยู่

สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศ แสดงให้เห็นว่า นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เงียบสงัดไร้ผู้คนเดินตามถนน หลังจากทางการได้ประกาศปิดเมือง เพื่อควบคุมโรคระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ซึ่งภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นว่า หอนกกระเรียนเหลือง สะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำแยงซี ถนนฉู่เหอฮั่น ฯลฯ ล้วนมีผู้คนเบาบางอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนลดการเดินทางออกจากที่พัก

ขณะที่ร้านขายยาบางแห่งยังคงติดป้ายเปิดทำการ 24 ชม. และยังมีชาวเมืองที่ใส่หน้ากากออกมาซื้อของนอกบ้านประปราย

ข้อมูลข่าวจาก xinhuathai.com

ชาวจีนดับแล้ว 56 ราย หลังติดเชื้อ โคโรนาไวรัส ด้าน นศ.ไทยในอู่ฮั่น วอนรัฐพากลับบ้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั่วโลกมีราว 2,022 ราย
  • ด้าน นศ.ไทยในเมืองอู่ฮั่นสอนรัฐบาลพากลับบ้าน หลังไม่มีอาหารเพียงพอต่อการยังชีพ
  • กองทัพอากาศรับทราบ และเตรียมหารือเพื่อวางแผนในการอพยพในวันที่ 27 ม.ค.นี้

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน รายงานว่า ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 1,975 ราย ซึ่งมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต 324 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 56 ราย

นอกจากนี้ มีจำนวนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อทั้งหมดอยู่ที่ราว 2,684 ราย โดยมีผู้ป่วยที่หายดีได้รับอนุญาตออกจากโรงพยาบาลแล้ว 49 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ทั่วโลกมีจำนวน 2,022 ราย

โดยนอกประเทศจีน มีผู้ป่วยรวมกว่า 40 ราย แบ่งเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย และออสเตรเลีย ประเทศละ 4 ราย ไต้หวัน, ฝรั่งเศส, และเกาหลีใต้ ประเทศละ 3 ราย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ประเทศละ 2 ราย แคนาดา, เวียดนาม และเนปาล ประเทศละ 1 ราย

ขณะเดียวกันมีรายงานเพิ่มเติมว่า นักศึกษาไทยที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น ของจีนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือด้วยการพากลับบ้าน หลังจากไม่มีอาหารเพียงพอต่อการยังชีพแล้ว โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก Pasnicha Krutdamrongchai ที่ระบุว่า

ขณะนี้ นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีอาหารเพียงพอ เพราะไม่ได้ซื้ออาหารกักตุนไว้ เนื่องจากได้รับแจ้งเรื่องปิดเมืองกระทันหัน และไม่สามารถออกไปหาซื้อที่ไหนได้ เพราะเดินทางไปไหนไม่ได้ อีกทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้มหาวิทยาลัย ก็ขายหมดเกลี้ยง

ตอนนี้ เพื่อนนักศึกษาต่างชาติ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น อินโดฯ ได้รับแจ้งว่าทางสถานทูตของแต่ละประเทศ ได้เตรียมดำเนินการรับตัวกลับแล้ว ซึ่งตัวผู้โพสต์ยังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย และอยากกลับบ้านมาก

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนไทย อย่างดีที่สุด หลังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในประเทศ พร้อมเผย รัฐบาลเตรียมแผนการช่วยเหลือคนไทยและนักศึกษาที่เมืองอู่ฮั่นด้วย

พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยได้เตรียมเครื่องบิน ซี-130 จำนวน 3-4 ลำ พร้อมจัดทีมแพทย์จำนวน 2-3 ชุดปฏิบัติการ

สำหรับเดินทางไปให้การช่วยเหลือ หรือภารกิจในการอพยพคนไทย หากได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ขณะที่มีรายงานว่า วันที่27 ม.ค. กระทรวงการต่างประเทศของไทย จะหารือเรื่องการเตรียมแผนอพยพคนไทย หากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รุนแรงขึ้น

อนุทิน ยันพบผู้ป่วยติดไวรัสโคโรนาในไทยแล้ว 8 ราย ปัดเลิกระบบคัดกรอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยแล้ว 8 ราย
  • กลับบ้านแล้ว 5 คนยังพักรักษาตัวอยู่ 3 ราย ทุกคนอาการดีขึ้นตามลำดับ
  • ยกเลิกจุดคัดกรองในสนามบินเป็นเพียงข่าวลวง วอนฟังข่าวจากทางราชการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในไทย 8 ราย ในจำนวนนี้ หายป่วยกลับบ้านได้แล้ว 5 ราย ส่วนอีก 3 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

แต่ทุกรายอาการดีขึ้นตามลำดับ รอผลตรวจยืนยัน หากไม่พบเชื้อ จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ พร้อมยืนยัน ทั้งหมดติดเชื้อจากต่างประเทศก่อนเดินทางมาประเทศไทย และย้ำด้วยว่า ยังไม่มีการระบาด หรือเกิดการติดเชื้อในประเทศไทย

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีข่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการยกเลิกมาตรการคัดกรองผู้คนที่เดินทางเข้าประเทศไทยภายในสนามบินต่าง ๆ ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ทางกรมควบคุมโรค ไม่ได้มีการถอนระบบการคัดกรองไวรัสโคโรนา (Coronavirus) ที่ท่าอากาศยานแต่งอย่างใด เป็นเพียงการย้ายจุดเท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเชื่อข่าวลวง และให้ฟังหน่วยงานที่มีหน้าที่เป็นหลัก

ส่วนข้อเสนอเรื่องการประกาศยกระดับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นโรคอันตรายนั้น ขณะนี้กำลังเฝ้าดูอยู่ เนื่องจากในไทยยังไม่มีการระบาดจากคนสู่คน และองค์การอนามัยโลกก็ยังไม่ได้ประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ