คุณหญิงพรทิพย์ จี้รัฐตั้งนิติวิทยาศาสตร์ เป็นหน่วยงานอิสระ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยจะได้ทำงานรวดเร็วขึ้น
  • เชื่อหากมาตรการนี้มีผลบังคับใช้สามารถลดปัญหาอาชญากรรมลงได้

ในช่วงสัปดาห์นี้ เหตุชิงทอง ที่จังหวัดลพบุรี กลายเป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจติดตามข่าวสารเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะวิธีการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้าย ที่มีการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ช่วยในการสืบหา

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องหาในคดีชิงทองดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊ก Porntip Rojanasunan ว่า

การจับกุมคนร้ายคดีปล้นทอง คือความชัดเจนว่านิติวิทยาศาสตร์ คือเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์ความจริงที่ดีที่สุด มีทั้งเรื่องดีเอนเอจากเหงื่อ ลักษณะยี่ห้อของรองเท้า ท่าทางการเดินของคนร้าย ข้อมูลปืนและกระสุน รวมทั้งอุปกรณ์เก็บเสียง ข้อมูลการสื่อสารในแอปพลิเคชันต่างๆ ของโทรศัพท์ หลากหลายสาขางานนิติวิทยาศาสตร์

นึกย้อนไปถึงปี 2541 ที่ได้พูดเรื่องดีเอ็นเอบอกเอกลักษณ์บุคคล เรื่องความสำคัญของนิติวิทยาศาสตร์ ผลักดันเรื่องการทำฐานข้อมูลดีเอนเอ และฐานข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ มีคนเข้าใจ รับฟังน้อยมาก

โดยเฉพาะผู้กำหนดนโยบาย ปี 2547 ได้มาเริ่มตรวจและเก็บดีเอนเอจากหลักฐานในคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนใต้ จนสามารถพิสูจน์ทราบมือวางระเบิดจากเหงื่อของคนร้ายที่ตรงกับดีเอนเอในฐานข้อมูลในปี 2548 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เร็วและชัดเจน

จำได้ว่ายังถูกกล่าวหาว่าเลอะเทอะ ไม่มีประเทศใดทำ เปลืองงบประมาณ สำหรับคดีนี้ ต้องชมคนที่มองเห็นหลักฐานชิ้นนี้และเก็บไปตรวจดีเอนเอ ซึ่งไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นพนักงานสอบสวนหรือทีมตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ถ้ารัฐสนับสนุนให้มีการใช้นิติวิทยาศาสตร์เช่นนี้อย่างเต็มที่ในทุกคดีที่เกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการ ไม่จำเป็นต้องเป็นคดีที่สังคมสนใจ เหยื่อทุกคนควรได้รับการดำเนินการอย่างสมบูรณ์เต็มที่ อาชญากรรมจะลดลง เพราะกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ

งานนิติวิทยาศาสตร์เป็นงานเชี่ยวชาญเฉพาะ ต้องรักษามาตรฐาน ต้องพัฒนาตลอดเวลา ต้องพร้อมบริการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายทุกประเภท จึงควรเป็นหน่วยงานอิสระ ประกันคุณภาพด้วยระบบมาตรฐาน

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 259 หมวดกระบวนการยุติธรรมเขียนไว้ชัดเจน ให้พนักงานสอบสวน อัยการต้องใช้นิติวิทยาศาสตร์ รัฐต้องสนับสนุนให้มีการบริการด้านนี้มากกว่าหนึ่งหน่วงงานที่มีอิสระจากกัน

มีแผนปฏิรูปพร้อม รอสัญญานชัดๆ จากรัฐบาล ที่สำคัญต้องมอบหมายให้ตรงตามหลักการ ไม่ใช่ฉกฉวยโอกาส อย่าให้เป็นเพียงความชื่นชมเพียงผลงานในคดี แต่ควรขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ #ต้องตีเหล็กตอนร้อน

อัยการสั่งไม่ฟ้อง “ชัยวัฒน์” คดี “บิลลี่”

ประเด็นน่าสนใจ

  • อัยการฯ ส่งคืนสำนวนฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ใน 7 ข้อหา รวมข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกักขังหน่วงเหนี่ยว
  • แต่ฟ้องในข้อหาละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่แทน

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โดยนายชวรัตน์ วงศ์ธนสมบูรณ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เพื่อส่งคืนสำนวนการสอบสวนจำนวน 17 แฟ้มในคดีที่ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวกรวม 4 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดฐานอื่น ๆ กรณีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก–บางกลอย

ซึ่งพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคัม ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฎฐ์ หรือ ไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 ในข้อหาดังนี้

  1. ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยง ให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
  2. ข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย
  3. ข้อหาร่วมกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมหรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม
  4. ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดติดตัวไปด้วย เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
  5. ข้อหาร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดใดแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป
  6. ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต
  7. ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,147,148,289(4) (7),309,337,340 ตรี และป.วิอาญา มาตรา 150 ทวิ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 คงมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 กรณียึดน้ำผึ้งป่าของบิลลี่ แล้วปล่อยตัวไป

โดยไม่นำตัวส่งให้ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาลักของป่า ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีฆาตกรรมนายพอละจี จำนวน 8 ข้อกล่าวหา

สาธารสุขยอมรับ พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ในไทยรายที่ 5

ประเด็นน่าสนใจ

  • เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น
  • แนะ ปชช. อย่าตระหนก เพราะแสดงให้เห็นถึงการป้องกันที่ดีของทางการไทย

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ได้รับแจ้งจากทีมสอบสวนโรคว่า พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จึงส่งผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563

ผู้ป่วยเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น อายุ 33 ปี มีไข้ไอเล็กน้อย ไม่มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ ขณะนี้อยู่ในห้องแยกความดันลบ เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ส่วนลูกสาวอายุ 7 ขวบ เด็กสบายดี เช้าวันนี้ผู้ป่วยมีไข้ต่ำๆ อาการทั่วไปดี มีอ่อนเพลียเล็กน้อย ไอเล็กน้อย มีเสมหะ

ให้การรักษาตามอาการ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 5 ของประเทศ และผู้ป่วยทุกรายเดินทางมาจากเมืองที่มีการระบาดของโรค ไม่ได้มีการติดเชื้อในประเทศ

“ขอให้ประชาชนมั่นใจ การพบผู้ป่วยเพิ่ม แสดงถึงระบบการเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยรายนี้ขอเข้ารับการรักษาเมื่อป่วย ตามใบแจ้งเตือนที่แจกผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงทุกคน ขณะนี้เราได้ยกระดับการเฝ้าระวังตามสถานการณ์ของโรค

โดยโรงพยาบาลศูนย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง รวมทั้งในสังกัดกรมการแพทย์ สังกัดกรมควบคุมโรคได้มีการซักซ้อม เตรียมความพร้อม เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยและควบคุมป้องกันการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ดร.เทดรอส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ได้ออกแถลงการณ์หลังจากได้รับฟังข้อเสนอจากที่ประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินด้านกฎอนามัยระหว่างประเทศ 2 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขที่มีผลกระทบระหว่างประเทศ (PHEIC) จากข้อมูลที่มีในปัจจุบัน ด้วยความรุนแรงและมาตรการในปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นดังกล่าว” ดร.สาธิตกล่าว

ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถีได้เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยไวรัสปอดอักเสบมีห้องแยกความดันลบไว้ 6 ห้อง เตรียมสำรอง เวชภัณฑ์ อาทิ เสื้อกาวน์ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง ยาต้านไวรัส ยาปฏิชีวนะ น้ำเกลือ เพียงพอสำหรับดูแลผู้ป่วย

ที่สำคัญได้เตรียมบุคลากรที่ผ่านการซ้อมแผน รวมทั้งมีประสบการณ์การทำงานกับผู้ป่วยไวรัสปอดอักเสบเพื่อดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ นอกจากนี้ โรงพยาบาลราชวิถี ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์สั่งการเพื่อส่งต่อผู้ป่วย หลังจากทีม SAT กรมควบคุมโรค

ประเมินว่าผู้ป่วยสงสัยไวรัสปอดอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการส่งต่อ เพื่อให้การส่งต่อเป็นไปอย่างปลอดภัยทั้งผู้นำส่งและเส้นทางการนำส่ง