ยิ่งลักษณ์ ขู่เอาเรื่องถึงที่สุด คนทำเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงประชาชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตรวจพบว่ามีมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊กตัวเองขึ้นมาเพื่อหลอกลวงปชช.
  • เจ้าตัวจึงส่งทนายเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพราะทำให้เกิดเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • วอนให้หยุดการกระทำ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
  • ส่วนเฟซบุ๊กหลักมีเพียง b.com/yshinawatra เท่านั้น

วันนี้ (20 ม.ค. 63) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่พอใจคนทำบัญชีเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน โดยใช้ภาพและข้อความในการเรี่ยไรเงินในการตั้งสมาคมเพื่อการกุศล และขอบริจาค ซึ่งหากกลุ่มคนดังกล่าวยังไม่หยุดพฤติกรรม จะเอาเรื่องดำเนินคดีจนถึงที่สุด โดยมีข้อความระบุว่า

หลายเดือนที่ผ่านมานี้ดิฉันพบว่ามีผู้ทำเฟซบุ๊กปลอมขึ้น โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Yingluck Shinawatra และใช้รูปภาพของดิฉันเป็นรูปโปรไฟล์ (Profile) บนเฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งมีจำนวนหลายบัญชี (Account)

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมได้โพสต์ภาพของดิฉัน ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นเฟซบุ๊กของดิฉัน และได้กล่าวอ้างและบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ดิฉันตั้งมูลนิธิการกุศลบ้าง ต้องการความช่วยเหลือบ้าง หรือชักชวนให้ลงทุนบ้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมหลายบัญชีตามที่กล่าวมานั้น ได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมบางส่วน ได้มีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้

การปลอมเฟซบุ๊กดังกล่าว อยู่นอกเหนือการรับรู้และความยินยอมของดิฉันทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่อาจจะหลงเชื่อเฟซบุ๊กปลอมทั้งหลาย

วันนี้ ดิฉันจึงได้มอบหมายให้ทนายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการสืบค้น สืบหาตัวผู้ทำเฟซบุ๊กปลอมดังกล่าวต่อไปค่ะ

ดิฉันขอเรียนแจ้งพี่น้องประชาชนว่า ดิฉันมีเฟซบุ๊กเพียงบัญชีเดียวที่มี “ที่อยู่ของเว็บ” หรือ “Web URL” คือ fb.com/yshinawatra เท่านั้น

โดยขอให้สังเกตจากด้านหลังชื่อบนเพจของดิฉัน จะมีรูปเครื่องหมายถูกในวงกลมสีฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องหมาย “verified” เป็นการบ่งชี้ว่าดิฉันได้ทำการยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพเหล่านี้ ขอให้พี่น้องประชาชนสังเกตที่เครื่องหมายนี้นะคะ

พร้อมกันนี้ ดิฉันขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ทำเฟซบุ๊กปลอมของดิฉันว่า ขอให้หยุดการกระทำเสีย ไม่เช่นนั้น ดิฉันจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปจนถึงที่สุดค่ะ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

สีจิ้นผิงอนุมัติทดลองใช้กฎระเบียบ พัฒนาการกำกับดูแลทางทหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • สีจิ้นผิงอนุมัติทดลองใช้กฎระเบียบ พัฒนาการกำกับดูแลทางทหาร-ต้านการใช้อำนาจโดยมิชอบ
  • มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. 2020

ปักกิ่ง, 20 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (20 ม.ค.) จีนออกแถลงการณ์ระบุว่า สีจิ้นผิง ประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ได้ลงนามในคำสั่งเผยแพร่กฎระเบียบทดลองเกี่ยวกับการกำกับดูแลทางทหาร ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. 2020

กฎระเบียบดังกล่าวได้รับการเสนอให้จัดตั้งระบบการกำกับดูแลทางทหารที่มีอำนาจและประสิทธิภาพ ภายใต้การบัญชาการร่วมอย่างครอบคลุมทั่วถึง

กฎระเบียบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการใช้อำนาจ และส่งเสริมการรณรงค์ต่อต้านการรับสินบนในกองทัพ

กฎระเบียบที่ประกอบไปด้วย 62 ข้อระบุหน้าที่เฉพาะต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล การกำหนดหน้าที่หลักสำหรับเจ้าหน้าที่ รวมถึงการกำกับดูแลคณะกรรมการและผู้ตรวจสอบ

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

จีนพบผู้ป่วยปอดบวมเพิ่มในปักกิ่ง-กว่างตง ยอดตายในอู่ฮั่นแตะ 3 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • นครอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีนยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นรายที่ 3 แล้ว
  • ขณะเดียวกันมีรายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อในกรุงปักกิ่งทางตอนเหนือ และเมืองเซินเจิ้นทางตอนใต้ของจีนด้วย

แถลงการณ์จากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (20 ม.ค.) ระบุว่าอู่ฮั่น ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการพบผู้ติดเชื้อ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 136 ราย ระหว่างวันที่ 18-19 ม.ค. ที่ผ่านมา

กลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอู่ฮั่น ประกอบด้วยชาย 66 ราย และหญิง 70 ราย อายุ 25-89 ปี โดยผู้ป่วย 36 ราย มีอาการรุนแรงหรือวิกฤต และผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ส่งผลให้อู่ฮั่นมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้ว 3 ราย

คณะกรรมการสุขภาพแห่งนครอู่ฮั่นระบุว่าผู้ป่วยเหล่านี้มีอาการเป็นไข้ ไอ แน่นหน้าอกหรือหายใจลำบาก ตั้งแต่ก่อนวันที่ 18 ม.ค.

หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นระบุว่าพบผู้ป่วยโรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 3 รายนอกเมืองอู่ฮั่น โดยพบผู้ป่วยในกรุงปักกิ่ง 2 ราย และเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยทุกรายได้เดินทางเยือนอู่ฮั่นเมื่อไม่นานนี้

ทั้งนี้ ผู้ป่วยในเซินเจิ้น เป็นชายวัย 66 ปี ที่มีอาการเป็นไข้และอ่อนเพลียตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. ขณะที่ผู้ป่วยในกรุงปักกิ่งกำลังรับการรักษาที่เขตต้าซิง แม้จะยังคงมีไข้แต่ไม่มีอาการระบบทางเดินหายใจ