รองฯ ป๊อป ทวงถาม กกต.ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งพรรค ‘มาร์ค พิทบลู’

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองฯ ป๊อป จเรตำรวจ กัดไม่ปล่อย ตามถาม กกต.ความคืบหน้าจัดตั้งพรรค มาร์ค พิทบลู

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ สนง.กกต. แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ – ป๊อป แย้มเกษร รอง ผบก.กต.5 จต. เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง สอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบนายมาร์ค พิทบลู ที่ตนเองเคยยื่นร้องเรียน กกต.ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 62

พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารมามอบเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้นายทะเบียนฯ ตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าได้มีการดำเนินการเพื่อขอให้มีการจดจัดตั้งพรรคการมืองที่ใช้ชื่อพรรค มาร์ค พิทบูล

โดยได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อเร่งระดมในการขอรับการบริจาคเงินจากบุคคลทั่วไปในทางเฟซบุ๊กออนไลน์ในลักษณะของการประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ประชาชนหลงเชื่อว่ามีการได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนพรคการเมืองให้มีการดำเนินการทำกิจกรรมทางการเมืองได้แล้วและยังให้มีการรับบริจาคเงินมาทางช่องทางต่างๆ ที่ได้มีการทำประชาสัมพันธ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวด้วย

ซึ่งปรากฎว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยฉพาะนายณัพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูลที่เป็นบุคคลอ้างว่าจะมาเพื่อรับตำแหน่งหัวหน้พรรคมาร์ค พิทบูลที่กลุ่มบุคคลได้พยายามจะจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อจะมีการเชิญให้เป็นหัวหน้าพรรค มาร์ค พิทบูล ทั้งที่เป็นผู้เคลื่อนไหวการจัดตั้งพรรค โดยได้มีการไลฟ์สดทุกวันเพื่อแสดงการสนับสนุนในการจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง และยังมีการประชาสัมพันธ์ตนเองอย่างชัดเจนว่าเป็นบุคคล

ที่บงการชักใยครอบงำอยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งพรรคที่ยังเป็นสมาชิกของพรรคไทยศรีวิไลย์อยู่ โดนมีการนำเสนอขายสินค้าที่มีสัญลักษณ์สีแดงโลโก้ของพรรคฯ เพื่อเป็นกาหารายได้นอกเหนือจากการ

ขอบริจาคเงินที่อ้างว่าจะนำมาดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองที่มีการอ้างว่าได้รับการอนุญาตจากนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว

ตนเองยอมรับว่าเป็นคู่กรณีกับนายมาร์คฯ จึงรวบรวมเอกสารมามอบเพิ่มเติมให้นายทะเบียนฯ ตรวจสอบในวันนี้

พบผู้ต้องสงสัยคดีชิงทองลพบุรีที่ จ.หนองคาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สอบสวนผู้ต้องสงสัยคดีชิงทองลพบุรี ที่พบในจังหวัดหนองคาย
  • ชี้ผู้ต้องสงสัยมีรูปพรรณคล้ายกับผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

เมื่อวานนี้ (19 ม.ค.) ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ยังร่วมประชุมติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยชุดสืบสวนได้ร่วมกันประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้แบ่งงานให้กับทีมสืบสวนถึง 25 ทีม

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทั้ง 25 ทีม ที่ลงพื้นที่ไปทำงาน ตอนนี้บางทีมยังได้ข้อมูลที่สั่งการไปไม่ครบ จึงได้ให้คำแนะนำแนวทางการสืบสวนไป นอกจากนี้ยอมรับว่า ได้เรียกตัวชายต้องสงสัยมาสอบปากคำ เนื่องจากพบตำหนิรูปพรรณ ส่วนสูง และกระเป๋าที่คล้ายกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบตัวที่จังหวัดหนองคาย และเชื่อว่าเตรียมหลบหนีออกไปทางชายแดน ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้น ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 1 พันจุดนั้น ตอนนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ขณะที่ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ และกระสุนปืนของผู้ก่อเหตุ ขอสงวนเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมกับยืนยันว่าชุดสืบสวนยังเป็นชุดเดิม และพลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นข่าวที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียจึงไม่เป็นความจริง

ด้านพลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ติดต่อผู้ใกล้ชิดของผู้ก่อเหตุไปแล้ว และขอให้พาเข้ามอบตัว ซึ่งผ่านมาแล้วประมาณ 10 วัน แต่ยังไม่ยอมติดต่อเข้ามอบตัว ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า คดีนี้จะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้

ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ให้เวลา 7 วัน ในการติดตามตัวคนร้าย

จีนคุมเข้มการระบาด “ไวรัสโคโรนา”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยถูกส่งตัวเดินทางกลับจีนแล้ว
  • ขณะที่ทางการจีนเผยคุมเข้มการระบาดของ “ไวรัสโคโรนา” ในเมืองอู่ฮั่น ก่อนเทศกาลตรุษจีนนี้

วานนี้ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ระบุว่า จะคุมเข้มเพื่อหามาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา ในเมืองอู่ฮั่น มากยิ่งขึ้น ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่มีการยืนยันว่า มีเคสการระบาดของไวรัสโคโรนามากขึ้นในเมืองอู่ฮั่น เป็นจำนวน 17 ราย ทำให้ ล่าสุด จำนวนผู้ป่วยไวรัสโคโรนารวมเป็น 62 รายแล้ว

จ้าหน้าที่จีนกังวลว่า ในช่วงตรุษจีนที่จะมีประชาชนมากถึง 1,400 ล้านคน เดินทางทั้งในและออกนอกประเทศ จะยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยทางการเมืองอู่ฮั่นจะลดจำนวนการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในที่สาธารณะลง

ด้านองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เคสผู้ป่วยไวรัสโคโรนาที่พบใหม่เผยให้เห็นว่า การระบาดไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอาหารทะเลหัวหนาน ในเมืองอู่ฮั่น ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่ทำให้เกิดการระบาด

นับตั้งแต่มีรายงานพบการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในเมืองอู่อั่น ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยขณะนี้พบผู้ป่วยในต่างประเทศคือ ในไทยและญี่ปุ่น

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการรักษานักท่องเที่ยวชาวจีนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยชาวจีน ซึ่งได้รับเข้ามาดูแลที่สถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา หายดีแล้ว โดยผลจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แลบ) ไม่พบเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว จึงอนุญาตให้กลับบ้าน และส่งตัวขึ้นเครื่องบินเมื่อวันคืนวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 74 ปี ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และติดเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นรายที่ 2 ที่พบในประเทศไทย ขณะนี้ให้การดูแลอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร โดยอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว