ตื่นตา! นกกระเรียนไทยใหญ่เท่าคน โผล่หากิน ที่บุรีรัมย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปัจจุบันมีรายงานว่านกกระเรียนไทยสูญพันธุ์แล้ว แต่กลับมาพบอีกครั้ง
  • เบื้องต้นมีประมาณ 4 ตัว ที่ออกหากินในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ อยู่ในขณะนี้

เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทศพล จึงโลหะกูล ได้มีการเผยแพร่คลิปอันตื่นตาตื่นใจ หลังจากมีนกกระเรียนไทยขนาดใหญ่ บินมาหากินในพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นว่า นกกระเรียนไทยตัวดังกล่าวมีรูปร่างสูงราว 2 เมตร หากให้เปรียบเทียบก็มีขนาดใหญ่กว่าคน กำลังเดินหากินอยู่ในพื้นที่นาของชาวบ้าน โดยไม่มีทีท่าตกใจหรือเกรงกลัวมนุษย์แต่อย่างใด

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า นกกระเรียนไทย ตัวใหญ่มากกกก อำเภอประโคนชัย
จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถพบได้เขาบินมาเอง ครั้งหนึ่งเคยสูญพันธุ์ไปแล้ว ถือว่าเป็นบุญตาของคนอำเภอประโคนชัยทุกคน จากที่สอบถามพบในอำเภอประโคนชัยประมาณ 4 ตัว

#สูงกว่าคนเราสวยสง่างามมาก

สำหรับ นกกระเรียนไทย หรือ นกกระเรียน เป็นนกขนาดใหญ่ บินได้ที่สูงที่สุดในโลก เมื่อยืนจะสูงถึง 1.8 เมตร สังเกตเห็นได้ง่ายในพื้นที่ชุ่มน้ำเปิดโล่ง นกกระเรียนไทยแตกต่างจากนกกระเรียนอื่นในพื้นที่ เพราะมีสีเทาทั้งตัว และมีสีแดงที่หัว และบริเวณคอด้านบน

หากินในที่ลุ่มมีน้ำขังบริเวณน้ำตื้น กินราก หัว แมลง สัตว์น้ำ และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร นกกระเรียนไทยนับเป็นสัตว์ป่าสงวนหนึ่งใน 19 ชนิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

สถานะภาพปัจจุบันจัดเป็นสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว หลังจากพบครั้งสุดท้ายในธรรมชาติเมื่อปี พ.ศ. 2511 ที่บริเวณชายแดนติดกับกัมพูชา ก่อนเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา จะพบที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง

แผ่นดินไหวที่ อ.แม่สรวย-อ.พาน จ.เชียงราย ไม่กระทบต่อเขื่อน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริเวณ อำเภอแม่สรวย และ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
  • กรมชลประทาน เร่งตรวจสอบพร้อมยืนยันเขื่อนปลอดภัยดี

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังได้รับการรายงานจาก นายประทีป ภักดีรอด ผู้อำนวยการสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ว่า

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 09.37 น.ของวันที่17ม.ค.63 ที่ผ่านมา ที่บริเวณอำเภอแม่สรวย ขนาด 2.4 ความลึก 3 กิโลเมตร และที่บริเวณอำเภอพาน เวลา 19.45 น. ขนาด 3.0 ที่ความลึก 2 กิโลเมตร

สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้ทำการตรวจสอบเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ได้แก่ เขื่อนแม่สรวย เขื่อนดอยงู จังหวัดเชียงราย เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่แหลงหลวง เขื่อนแม่ทะลบหลวง เขื่อนห้วยแม่ออน เขื่อนแม่จอกหลวง เขื่อนห้วยมะนาว จังหวัดเชียงใหม่

พบว่าความเร่งสูงสุดที่ตรวจวัดได้มีค่าเท่ากับ 0.0002781 g.ซึ่งความเร่งสูงสุดที่ใช้ในการออกแบบเขื่อนเพื่อรองรับแผ่นดินไหวมีค่า 0.2 g.

ดังนั้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเขื่อนขนาดกลาง และขนาดใหญ่ของกรมชลประทานแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้ดำเนินการตรวจสอบติดตามข้อมูลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จะส่งผลกระทบต่อเขื่อนอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนของกรมชลประทาน

[สวนดุสิตโพลล์] ปชช.เกือบ 70% ระบุ ความปลอดภัยในชีวิต-ทรัพย์สินแย่ลง

สวนดุสิตโพลล์ได้เผยแพร่ผลการสำรวจในเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยระบุว่า

สังคมไทย ณ วันนี้ มีข่าวอาชญากรรมและปัญหาสังคมต่างๆเกิดขึ้นทุกวัน และนับวันยิ่งมีความรุนแรง มากขึ้น เช่น ข่าวฆ่าข่มขืน จี้ชิงทรัพย์ ค้ายาเสพติด หรือเหตุการณ์ปล้นร้านทอง จ.ลพบุรี เป็นต้น ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน

“สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,365 คน ระหว่างวันที่15-18 มกราคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้

เมื่อเปรียบเทียบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงนี้ กับเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ประชาชนคิดว่าเป็นอย่างไร?

ระชาชนร้อยละ 67.69 ระบุว่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแย่ลง เพราะมีข่าวให้เห็นทุกวัน ร้อยละ 27.47 เท่านั้นที่ระบุว่า เหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 4.84 เท่านั้นที่ระบุว่า ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินดีขึ้น

คิดว่าปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ณ วันนี้ สะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง?

ประชาชนกว่า 53% ระบุว่า สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ คนหมดหนทาง ต้องดิ้นรนต่อสู้ ยอมกระทำความผิด

ร้อยละ 24.46 ระบุว่า เพราะสภาพสังคมเสื่อมโทรม ความเหลื่อมล้ำสูง คุณภาพชีวิตแย่ ร้อยละ 21.36 ระบุว่า รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนต่อพึ่งตนเอง

ร้อยละ 18.27 ระบุว่า คนขาดคุณธรรมจริยธรรม เห็นแก่ตัว ไม่มีจิตสำนึก และสุดท้าย ร้อยละ 14.55 ระบุว่า เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด เอาผิดไม่ได้

วิตกกังวลกับปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ณ วันนี้ มากน้อยเพียงใด?

กว่า 80% ของประชาชนระบุว่า ค่อนข้างวิตกกังวล จนถึงวิตกกังวลอย่างมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว และมีข่าวให้เห็นทุกวัน

ที่เหลือเกือบ 20% ระบุว่า ไม่ค่อยวิตกกังวล ถึงไม่วิตกกังวลเลย เนื่องจากใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ดูแลตัวเองได้ เลือกอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย

ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องใดที่ประชาชนวิตกกังวลมากที่สุด พร้อมแนวทางแก้ไข

  1. โจรผู้ร้าย จี้ปล้น ชิงทรัพย์ 67.59%
    แนวทางแก้ไข คือ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย บทลงโทษรุนแรง ฯลฯ
  2. การใช้ความรุนแรง พกอาวุธ ปืน มีด สิ่งผิดกฎหมาย 32.76%
    แนวทางแก้ไข คือ เจ้าหน้าที่ ดูแลกวดขัน เข้มงวด ตรวจตราการใช้อาวุธผิดกฎหมาย ไม่ละเว้นโทษแก่ผู้ใด ฯลฯ
  3. การแพร่ระบาดของยาเสพติด 25.17%
    แนวทางแก้ไข คือ กวาดล้างให้หมดสิ้น ถอนรากถอนโคน จับกุมผู้ค้ารายใหญ่ครอบครัวต้องดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ฯลฯ
  4. ล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน 21.38%
    แนวทางแก้ไข คือ เพิ่มโทษให้หนัก ประหารชีวิต จับกุมผู้กระท่าผิดมาลงโทษให้ได้ มุ่งเน้นปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ
  5. ปัญหามลพิษ ฝุ่น ควัน 15.17%
    แนวทางแก้ไข คือ ภาครัฐแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รักษาสิ่งแวดล้อม ประชาชนดูแลตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ฯลฯ

สิ่งที่อยากฝากบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  1. บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปรับปรุงบทลงโทษให้เหมาะสม 46.51%
  2. ตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิดทุกจุดให้ใช้งานได้จริง 43.41%
  3. เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน 20.54%
  4. ทุกคดีที่เกิดขึ้นควรเร่งติดตาม จับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว 18.60%
  5. นำเสนอข่าวที่เป็นจริง สร้างสรรค์ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน 16.67%