สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ยังวิกฤติ

วันนี้ (19 ม.ค. 63) เว็บไซต์ศูนย์ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานผลการตรวจวัดรายชั่วโมง เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา พบว่า ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ สีส้มและแดง ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ซึ่งจากรายงานของ CMUCCDC ระบุว่า ระดับปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศสูงที่สุดรายชั่วโมง เมื่อเวลา 09.00 น. อยู่ที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ หน้าห้างบิ๊กซี ซึ่งมีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 สูงถึง 217 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.

อันดับ 2 อยู่ที่ โรงพยาบาลลอง อ.ลอง จ.แพร่ มีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 สูงถึง 208.83 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.

อันดับ 3 คือ อบต. สระแก้ว จ.กำแพงเพชร ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 สูงถึง 201.81 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม.

ส่วนสถานีอื่นๆ ในหลายจังหวัดก็มีค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงแล้วเช่นกัน

เว็บไซต์ Air4Thai รายงาน พื้นที่กรุงเทพอยู่ในระดับสีส้ม

สำหรับเว็บไซต์ Air4Thai รายงาน ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (เฉลี่ย 24 ชม.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล “ส่วนใหญ่” อยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน

ส่วน ระดับค่าดัชนีคุณภาพอากาศที่สูงสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ เว็บไซต์ Air4Thai รายงานว่า อยู่ที่บริเวณ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมีค่า AQI อยู่ที่ 204

เว็บไซตAQICN ก็รายงานเช่นเดียวกับเว็บไซต์ Air4Thai คือบริเวณพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ในระดับสีส้มและแดง ในหลายจุดด้วยกัน

อุตุฯ รายงาน “ลมอ่อน ไม่มีฝน”

เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประจำวันว่า ฝุ่นละออง ในระยะ 1-2 วันนี้ บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวเป็นลมอ่อน ทำให้ฝุ่นละอองยังคงสะสมได้

กรุทอุทยานฯ แจ้งปิดผาชะนะได ปรับปรุงทางขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • การแจ้งปิดครั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
  • กำหนดการปิดไปถึง 5 พ.ย. 2563

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์ข้อความแจ้งปิดแหล่งท่องเที่ยวผาชะนะได ป่าดงนาทาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เนื่องจากอุทยานแห่งชาติผาเเต้มกำลังดำเนินการโครงการปรับปรุงเส้นทางขึ้นผาชะนะได ในพื้นที่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร

ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เเละไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความพึงพอใจของนักทองเที่ยวที่เข้าชมเเละมาใช้บริการ จึงปิดแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563

สำหรับผาชะนะไดอยู่ในเขตพื้นที่ป่าดงนาทาม ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ถือเป็นหน้าผาที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม

อีกทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาใช้เป็นจุดที่ใช้ในการบอกเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น นอกจากนี้บริเวณผาชะนะไดยังเห็นแนวแม่น้ำโขงจากเหนือลงใต้ พร้อมความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอีกด้วย

สีจิ้นผิง – ผู้นำเมียนมา ฉลองสัมพันธ์การทูตครบ 70 ปี เปรียบดังแม่น้ำสายยาวไหลผ่านขุนเขา

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และคณะผู้นำเมียนมา เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับทวิภาคี รวมถึงปีแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน-เมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.)

อูวิน มยิน ประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวว่าเมียนมาและจีนมีประวัติศาสตร์การแลกเปลี่ยนฉันมิตรอันยาวนาน ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความผูกพันฉันพี่น้อง โดยเมียนมาและจีนก้าวเดินบนเส้นทางร่วมกันนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 70 ปีก่อน

บรรดาผู้นำของทั้งสองประเทศดำเนินการแลกเปลี่ยนฉันมิตรอย่างใกล้ชิด และหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ (Five Principles of Peaceful Coexistence) ที่ทั้งสองประเทศต่างสนับสนุนกลายเป็นบรรทัดฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การเดินทางเยือนและเข้าร่วมพิธีครั้งนี้ของสีจิ้นผิงมิเพียงสะท้อนมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศและประชาชน แต่ยังสร้างหมุดหมายใหม่ของสายสัมพันธ์เมียนมา-จีน โดยเมียนมาจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านต่างๆ กับจีนให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น

(200117) — NAY PYI TAW, Jan. 17, 2020 (Xinhua) — Chinese President Xi Jinping visits a photo exhibition celebrating the 70th anniversary of China-Myanmar diplomatic relations in the company of Myanmar leaders before attending a state event to launch celebrations for the 70th anniversary of bilateral diplomatic ties and for the China-Myanmar Year of Culture and Tourism in Nay Pyi Taw, Myanmar, Jan. 17, 2020. (Xinhua/Huang Jingwen)

ซูจีระบุ เป็นการเริ่มต้นปีที่ดีของเมียนมา

อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ยกย่องการเข้าร่วมพิธีข้างต้นของคณะผู้นำเมียนมาและจีน พร้อมเผยว่าสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รัฐบาลจะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายสัมพันธ์อันเป็นมิตรกับจีน

ซูจีชี้ว่าการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการของสีในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการสร้างสรรค์ประชาคมเมียนมา-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน

เมียนมาสนับสนุนและเข้าร่วมแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีนอย่างแข็งขัน และวาดหวังผลลัพธ์อันดีงามจากการสรรค์สร้างระเบียงเศรษฐกิจเมียนมา-จีน

เมียนมามุ่งแสวงหาทางส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและระหว่างประชาชนกับจีนให้ลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อประสานแรงสนับสนุนสายสัมพันธ์ฉันมิตรจากสาธารณชน

เมียนมาเชื่อมั่นว่าจีนภายใต้การนำของสีจะบรรลุเป้าหมายแห่งศตวรรษ 2 ประการ และเป้าหมายการฟื้นฟูชาติ โดยการพัฒนาของจีนจะมอบโอกาสแก่เมียนมาและโลกยิ่งขึ้น

ซูจีเสริมว่าเมียนมาพร้อมจับมือกับจีนและโลกในการสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน และพร้อมมีส่วนร่วมส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลก

(200117) — NAY PYI TAW, Jan. 17, 2020 (Xinhua) — Chinese President Xi Jinping has a friendly talk with Myanmar Speaker of the Union Parliament and Speaker of the House of Representatives U T Khun Myat and Speaker of Amyotha Hluttaw U Mahn Win Khaing Than in Nay Pyi Taw, Myanmar, Jan. 17, 2020. (Xinhua/Ju Peng)

มิตรภาพ “ฉันพี่น้อง” (Paukphaw) ผ่านเวลานับพันปีนั้นแข็งแกร่ง

ด้านสีจิ้นผิงแสดงความยินดีที่ได้เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-เมียนมา รวมถึงปีแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน-เมียนมา

สีกล่าวว่านับเป็นเหตุการณ์น่าจดจำในประวัติศาสตร์การแลกเปลี่ยนฉันมิตรระดับทวิภาคีอันยาวนาน ซึ่งประชาชนทั้งสองประเทศจะร่วมกันเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

ประชาชนชาวจีนและเมียนมาพานพบสายสัมพันธ์ฉันมิตรมาเนิ่นนานหลายพันปี โดยเฉพาะไมตรีอันยืนยงและธรรมเนียมการร่วมทุกข์ร่วมสุขอันยิ่งใหญ่

วัฒนธรรมจีนและเมียนมาต่างมี “ความผูกพันร่วม” เนื่องจากทั้งสองประเทศเชื่อมถึงกันทางภูมิศาสตร์และประชาชนเกี่ยวโยงกันเป็นเครือญาติ ผสานวัฒนธรรมเข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ

มิตรภาพ “ฉันพี่น้อง” (Paukphaw) ที่ถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลานับพันปีนั้นแข็งแกร่ง เป็นกำลังขับเคลื่อนและขุมพลังเบื้องหลังความสัมพันธ์จีน-เมียนมา

สีกล่าวกระตุ้นทั้งสองฝ่ายเพิ่มการเรียนรู้ระหว่างกันและขยับขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อชี้ชวนประชาชนร่วมมีส่วนได้ส่วนเสีย ตักตวงประโยชน์ และสนับสนุนมิตรภาพจีน-เมียนมาเพิ่มขึ้น ประสานแรงสนับสนุนสายสัมพันธ์ฉันมิตรจากสาธารณชน

นอกจากนั้นสีสำทับว่าเพื่อผลักดันสายสัมพันธ์จีน-เมียนมาในยุคใหม่ ทั้งสองประเทศจำต้องก่อร่างสร้างตนบนความสำเร็จในอดีต ยึดมั่นเจตจำนงร่วม และบุกเบิกเส้นทางใหม่ด้วยกัน

(200117) — NAY PYI TAW, Jan. 17, 2020 (Xinhua) — Chinese President Xi Jinping addresses a state event to launch celebrations for the 70th anniversary of China-Myanmar diplomatic ties and for the China-Myanmar Year of Culture and Tourism in Nay Pyi Taw, Myanmar, Jan. 17, 2020. (Xinhua/Huang Jingwen)

“ประธานาธิบดีอูวิน มยิน และผมเห็นพ้องต้องกันว่าการเยือนครั้งนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความมุมานะร่วมสร้างประชาคมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกัน”

“ฉันทามติทางการเมืองอันสลักสำคัญนี้สะท้อนความผูกพันพิเศษระหว่างจีนและเมียนมาที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก”

สี จิ้นผิง

“บ่งบอกมิตรภาพฉันพี่น้องระหว่างประชาชนที่สนับสนุนกันและกันไม่ว่าทุกข์หรือสุข”

สีเรียกร้องทั้งสองฝ่ายเดินตามวิสัยทัศน์ร่วมของประชาคมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกัน ปฏิบัติตามผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชน เพิ่มพูนความไว้วางใจทางการเมืองและความร่วมมืออันเป็นรูปธรรม เพื่อการเป็นเพื่อนบ้าน มิตรสหาย พี่น้อง และหุ้นส่วนที่ดีตลอดไป

หลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ ที่ริเริ่มโดยจีนและเมียนมา มีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โลกวันนี้เผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งและไม่เคยพบเจอในห้วงศตวรรษ ประเทศต่างๆ เชื่อมโยงใกล้ชิดกลายเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน

อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงขาดแคลนความเสมอภาคและความยุติธรรมอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งการปกป้องสันติภาพและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันก็ยังคงเป็นเป้าหมายอันท้าทาย

(200117) — NAY PYI TAW, Jan. 17, 2020 (Xinhua) — Chinese President Xi Jinping poses for a group photo with leaders of Myanmar’s political parties in Nay Pyi Taw, Myanmar, Jan. 17, 2020. (Xinhua/Ju Peng)

สีเน้นย้ำว่าหลักการฯ สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่ในปัจจุบันยิ่งกว่าอดีตที่ผ่านมา จีนและเมียนมาสามารถเป็นแบบอย่างการสนับสนุนและการประยุกต์ใช้หลักการฯ ด้วยการทำงานร่วมกัน และเป็นต้นแบบการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

“เราสามารถปลุกเร้าทุกฝ่ายมาร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกันได้” สีกล่าว

สียังอ้างอิงวาทะของเฉิน อี้ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ผู้ประพันธ์บทกวีในทศวรรษ 1960 ที่เปรียบเปรยมิตรภาพ “ฉันพี่น้อง” ระหว่างจีน-เมียนมา เหมือนแม่น้ำสายยาว แสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยความพยายามร่วมกัน กระแสธารมิตรภาพและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาร่วมกันระหว่างจีน-เมียนมาจะพวยพุ่งสู่เบื้องหน้า เฉกเช่นแม่น้ำหลานชาง (ล้านช้าง) และแม่น้ำอิรวดี ที่มีต้นกำเนิดเดียวกันและไหลผ่านขุนเขาอย่างมิหยุดหย่อนผ่อนแรง

ทั้งนี้ หลังจากกล่าวสุนทรพจน์เสร็จสิ้น สีจิ้นผิง และอูวิน มยิน ร่วมกันเริ่มต้นปีแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน-เมียนมา โดยคณะผู้นำของทั้งสองประเทศร่วมรับชมการแสดงจากกลุ่มศิลปินจีน-เมียนมา

ขณะที่ก่อนเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองข้างต้น สีและคณะผู้นำของเมียนมาร่วมชมนิทรรศการภาพถ่ายบันทึกความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-เมียนมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา รวมถึงหารือกับ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาของเมียนมาด้วย

สีจิ้นผิง เดินทางถึงเนปยีดอ เมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) เพื่อเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของปี 2020 และเป็นการเยือนเมียนมาของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนครั้งแรกในรอบ 19 ปี

ที่มา – สำนักข่าวซินหัว