เด็กจบใหม่คิดหนัก เจอ AI สัมภาษณ์งาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการสัมภาษณ์งาน
  • บริษัทใหญ่เกาหลีใต้หลายบริษัท ใช้ AI มาช่วยในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในบริษัท
  • ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้ง

นายคิม ซก วู นักศึกษาวัย 22 ปี นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และพูดกับไมโครโฟน เพื่อฝึกการสัมภาษณ์งาน แต่สุดท้ายแล้วไม่ใช่ “มนุษย์” ที่เขาต้องคุยด้วย แต่เป็นคอมพิวเตอร์อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่จะประเมินความสามารถของเขาสำหรับงานนี้

ก่อนหน้านี้ นายคิม นักศึกษาสาขาการจัดการของหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้ สอบตกสัมภาษณ์งานด้วย AI ในตำแหน่งพนักงานขาย และตอนนี้เขาอยู่ที่บริษัทด้านเทคโนโลยีที่ชื่อ “Midas IT” เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์สัมภาษณ์งาน

เขามีเวลาไม่เกิน 2 นาทีในการตอบคำถาม ก่อนที่คำตอบและการแสดงออกทางใบหน้าจะถูกแยกและวิเคราะห์โดยเครื่องจักรไร้ชีวิต

นายคิมคิดว่า บรรดาคนหางานต่างสิ้นหวัง ที่ไม่สามารถอ้างความสามารถของตัวเองให้นายจ้างหันมาพิจารณาพวกเขาอีกครั้ง ขณะที่คุณก็ไม่สามารถหลอก AI ได้ เขาจะรู้สึกสิ้นหวัง หากการสัมภาษณ์ด้วย AI ได้รับความนิยม

ปัจจุบัน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของหลายบริษัทนำ AI มาใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อช่วยคัดกรองผู้สมัครงาน ตั้งแต่การตรวจการคัดลอกผลงานในใบสมัครงาน ไปจนถึงปฏิกิริยาของผู้สมัครในบางสถานการณ์

ปัจจุบันมีหลายบริษัทนำ AI มาใช้ในกระบวนการจ้างงาน เช่น กลุ่มบริษัท SK Innovation และบริษัท Hyundai Engineering & Construction ในเกาหลีใต้ ด้านสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเกาหลี ระบุว่า มีบริษัทอีกกว่า 30 บริษัทที่วางแผนจะใช้ AI ในการจ้างงาน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความนิยม AI ในกระบวนการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ความพยายามที่จะเอาชนะคอมพิวเตอร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

เนื่องจากเกิดธุรกิจติวการสัมภาษณ์งานที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การสอนตอบคำถามเท่านั้น แต่ยังสอนวิธีรักษาบุคลิกภาพและการแสดงออกทางใบหน้าในเชิงบวก เพื่อเรียกคะแนนจาก AI อีกด้วย

นายปาร์ก ซึง-จุง ที่ปรึกษาทางธุรกิจ เกี่ยวกับ AI จากบริษัท People & People กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว เขาจัดการสอนทักษะการสัมภาษณ์งาน AI ไป 48 ครั้ง ซึ่งมีทั้งนักศึกษาที่จบการศึกษาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมากกว่า 700 แห่งเข้าร่วม โดยเทรนด์การใช้ AI เพื่อสัมภาษณ์งานกำลังได้รับความนิยม ซึ่งในขณะนี้เกาหลีใต้กำลังมีปัญหาอัตราเยาวชนว่างงานอย่างมาก และการแข่งขันกันระหว่างบรรดานักศึกษาก็รุนแรงอย่างมากด้วย

เต้ มงคลกิตติ์ โพสต์หนุนเปิดสถานบริการทางเพศ แก้ปัญหาข่มขืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • หวังเป็นช่องทางให้เกิดการปลดปล่อยความเป็นมนุษย์
  • เชื่อมาตรการนี้ สามารถลดปัญหาการข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศได้

เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะคณะกรรมาธอิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว

ด้วยการสนับสนุนให้เปิดสถานบริการทางเพศแบบถูกกฎหมาย และสามารถขายอุปกรณ์ทางเพศได้ทุกประเภท โดยเขามองว่าหากผู้ชาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ ได้รับการปลดปล่อยด้านนี้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะลดน้อยลงไป

แก้ปัญหาข่มขืน# สวิสเซอร์แลนด์โมเดล ประชุมครั้งแรก วันนี้ ผมได้เสนอแนวทางการลดปัญหาการข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งก่อนจะเสนอแนวทาง ต้องทำความเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อเจริญเผ่าพันธุ์ก่อน กฏหมาย ข้อห้าม เกิดมาทีหลัง ศีลธรรมเกิดมาทีหลัง ซึ่งได้กำหนดมาเพื่อให้กลุ่มมนุษย์อยู่ร่วมกัน ซึ่งไม่เหมือนสัตว์ที่ไม่มีกฏหมายควบคุม

สาเหตุ การข่มขืนส่วนใหญ่เกิดจากเพศชายไม่มีที่ปลดปล่อยของความเป็นมนุษย์ผู้ชาย (หรือเรียกว่า ตัวผู้) เพศหญิงส่วนน้อย(ปกปิดความต้องการ) และเพศอื่นๆ การล่วงละเมิดทางเพศ มีทั้งบุคคลในครอบครัว

เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นเรียน ในระบบราชการและเอกชน ผู้บังคับบัญชากับลูกน้อง คดีความต่างๆ ที่มีในสารระบบ ก็ยังส่วนน้อย แต่ที่ปกปิดยังอีกจำนวนมาก ทำอย่างไรแก้ปัญหาให้ลดลง

ข้อเสนอ

  1. หาที่ปลดปล่อยที่ถูกกฏหมาย อาทิ สถานบริการทางเพศเอกชนหรือของรัฐ ให้ถูกสุขอนามัย ทุกเพศสภาพ (คนมีฐานะดี)
  2. มูลนิธิบำบัดทางเพศ ให้บริการฟรี แก่ คนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง (คนฐานะยากจน)
  3. ศูนย์บริการขาย อุปกรณ์ทางเพศทุกประเภท

ผลที่ได้

  1. ลดปัญหาการข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ
  2. ลดปัญหาการคอร์รัปชั่นในระบบราชการและเอกชน โดยใช้การแลกเปลี่ยนทางเพศ จาก ส.ส.พี่เต้ 007 ฐานะ ที่ปรึกษาและกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฏร

ตื่นตา!! “กระทิงป่า” ฝูงใหญ่อวดโฉมจุดสกัดเขาแผงม้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • เช้านี้ ฝูงกระทิง ออกมาอวดโฉม ณ จุดสกัดเขาสูงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
  • ปริมาณกระทิงมีกว่า 300 ตัว
  • หากไม่มีสัตว์ผู้ล่า จะส่งผลดีทำให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างเนื่อง

ณ จุดสกัดเขาสูงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นจุดชมวิวฝูงกระทิง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของวังน้ำเขียว โดยในแต่ละช่วงเวลาบ่ายถึงพลบค่ำฝูงกระทิงจะออกมาอวดโฉมพร้อมลูกลูกๆตัวน้อยใหญ่ปะปนอยู่ในฝูง กระทิงตัวโตเต็มวัยเดินกินอาหารตามทุ่งหญ้าบนเนินเขาและลำห้วย กระจายอยู่ตามแนวภูเขา สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ สัตว์ป่านนาชนิด และอากาศสดชื่น

กระทิงป่าฝูงใหญ่ อวดโฉมสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมฝูงกระทิงออกมาหากินหญ้าบนเนินเขา นับเป็นปรากฏการณ์กระทิงป่ารวมฝูงขนาดใหญ่ ที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก โดยปริมาณกระทิงมีกว่า 300 ตัว ไม่มีสัตว์ผู้ล่า และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างเนื่อง เพราะมีแหล่งอาหารที่เพิ่มมากขึ้น

สำหรับ“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 120 กม. ไม่เพียงจะแต่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทยอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2548 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เนื่องจากภูมิประเทศและสัตว์ป่าที่มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์มีมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งการมาเที่ยวชมอุทยานแห่งชาตินั้น ถือเป็นเหตุผลที่ดีในการมาเยือนเขาใหญ่ก็จริง แต่นอกจากตัวอุธยานแล้ว พื้นที่โดยรอบนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

พร้อมพฤกษานานาพันธ์ุพื้นที่มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีลักษณะเป็นป่าและ 70% ของอุทยานประกอบด้วยป่าฝนเขตร้อน คุณสามารถเห็นความหลากหลายของพืช (ประมาณ 2,000 ชนิด) ในป่าแห่งนี้ รวมถึงต้นไม้สูงตระหง่านที่ปกคลุมไปด้วยมอส, เถาวัลย์, และต้นปาล์มที่ทอดเป็นทิวแถว เรียกได้ว่า คุณจะได้มาดีทอกซ์สายตาจากหน้าจอและทิวทัศน์ตึกสูง ในการทำงานที่เหนื่อยล้าหาเวลามาชาร์จแบตเติมพลังสู้กันต่อไป