เซ็นทรัล ชี้แจง ข่าวลือพนักงานติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยันกระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
  • เพราะทางห้างมีมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้ออย่างเข้มข้น
  • วอนอย่าส่งต่อข้อความ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

จากกรณีที่มีภาพและข้อความปรากกในโลกออนไลน์ อ้างว่า พนักงานห้างเซ็นทรัลบางส่วนติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 จนเกิดเป็นความตื่นตระหนกและกังวลใจให้กับผู้ทราบข่าวดังกล่าวนั้น

ทางบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ออกจดหมายชี้แจงเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่า ข่าวลือพนักงานห้างเซ็นทรัลป่วยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 เป็นเพียงความปลอมไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทางห้างได้มีมาตรการเฝ้าระวังการการระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้อย่างเข้มข้น โดยระบุว่า

จากกรณีที่มีข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับพนักงานในศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ ได้รับเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่าข่าวลือต่างๆ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สำหรับพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ให้บริการทั้งในส่วนศูนย์การค้าและร้านค้าผู้เช่า ได้จัดให้มีการตรวจคัดกรอง และวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานร้านค้าทุกวัน พร้อมทั้งให้พนักงานทุกคนสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยในจุดที่ให้บริการใกล้ชิดลูกค้า โดยหากพบพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายสูง หรือมีอาการเข้าข่ายเป็นโรคหวัด ให้ไปพบแพทย์ทันที และให้หยุดปฏิบัติงานทันที 14 วัน

ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลฯ ทั้ง 33 ศูนย์ทั่วประเทศได้เคร่งครัดปฏิบัติมาตรการป้องกันตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศจีน และตระหนักถึงความปลอดภัยลูกค้าอย่างสูงสุด เน้นให้ปฏิบัติตามมาตรการ และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดที่มีการสัมผัส พร้อมจุดให้บริการเจลล้างมือและหน้ากากอนามัย เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ

บริษัทฯ มีความห่วงใย และขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่ได้รับโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย และโปรดระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจผิดในสังคม เพื่อช่วยประเทศไทยให้ก้าวผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด

ขอแสดงความนับถือ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ผู้บริหารศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัลวิลเลจ

กรมอนามัยตอบชัด ลวกช้อน-ส้อมตามศูนย์อาหาร เสี่ยงติดไวรัส-แบคทรีเรีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาเหตุจากอุณหภูมิในหม้อต้มมีเพียง 40-50 องศา ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้
  • หากจากปลอดเชื้อก็ต้องแช่ในน้ำร้อนราว 80-90 องศา และต้องทิ้งไว้นานถึง 4 นาที

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อปรากฏข้อความอ้างว่า การนำช้อนและส้อมไปลวกน้ำร้อน ที่ตั้งอยู่ตามศูนย์อาหารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคก่อนนำไปใช้ตักอาหาร ไม่ได้ช่วยทำให้โอกาสติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียลงน้อยลงนั้น

ทางรายการ จับข่าวลวง ช่อง 3 ได้ออกมาเปิดเผย ว่า กรมอนามัยข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง เพราะการนำช้อน ส้อมไปลวกในหม้อน้ำร้อน ตามศูนย์อาหาร ทำให้เรามีโอกาสติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้

เนื่องจากน้ำร้อนในหม้อตามศูนย์อาหาร จะมีอุณหภูมิแค่ 40-50 องศา ซึ่งเป็นความร้อนที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ขณะเดียวกันการต้มน้ำด้วยอุณหภูมิดังกล่าวซ้ำยังทำให้มีเชื้อโรคเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากอยากจะให้ภาชนะที่ใช้ตักอาหารสะอาดปราศจากเชื้อโรค ต้องต้มในน้ำร้อนอุณหภูมิ 80-90 องศาเซลเซียส และต้องแช่ไว้นานถึง 4 นาที ถึงจะปลอดภัยจากเชื้อโรค

พยากรณ์อากาศวันนี้ 23 ก.พ. 63 : ไทยตอนบนอากาศเย็น อ่าวไทยคลื่นลมแรง เตือนระวัง!

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า
  • ภาคอีสาน-ตะวันออก-กลาง มีลมแรง
  • อ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่สุราษฎร์ฯ คลื่นสูง 2-3 ม.
  • อ่าวไทยตอนล่าง ตั้งแต่นครศรีฯ ลงไป คลื่นสูง 2-4 ม.
  • ขอให้ระวังคลื่นซัดฝั่ง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานสภาพอากาศทั่วไปประจำวันที่ 23 ก.พ. 2563 พบว่าประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ส่วนอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์นี้ ขณะที่ กรุงเทพมหานคร มีลมแรง อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 14-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆเป็นส่วนมากกับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตรตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.