พยากรณ์อากาศวันนี้ 21 ก.พ.63 : ทั่วไทยเย็นถึงหนาวในตอนเช้า เว้นใต้มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-24 ก.พ.63
  • กทม. และปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า ฝุ่นยังคงสะสมปานกลางค่อนข้างมาก แนะสวมหน้ากากป้องกัน

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศทั่วไปประจำวันที่ 21 ก.พ. 2563 พบว่า ตอนบนของประเทศยังมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดบเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีลมแรง

ดังนั้นจึงฝากเตือนประชาชนรักษาสุขภาพป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-24 ก.พ.63

ส่วน กทม. และปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นยังคงมีสะสมปานกลางค่อนข้างมาก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1- 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

หอสมุดแห่ง ม.ธรรมศาสตร์ คว้า ISO การจัดการสิ่งแวดล้อมครั้งแรกของห้องสมุดไทย

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้า ISO การจัดการสิ่งแวดล้อมครั้งแรกของห้องสมุดไทยมุ่งสู่การเป็นหอสมุดแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืน

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับมอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน ISO14001:2015 จากบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะหอสมุดที่ดำเนินงานโดยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับองค์กรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีพิธีเปิดห้องประชุมกลุ่มย่อย (Study room) และนวัตกรรมบริการ เพิ่มความทันสมัย ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเป็นหอสมุดแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก รศ. เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธีรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

ผศ. เอกรินทร์ ยลระบิล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับมอบใบรับรองมาตรฐานระบบ ISO14001:2015 จากการตรวจประเมินของบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบ การทดสอบ และการรับรองระบบ ซึ่งนับเป็นห้องสมุดแห่งแรกของไทยที่ผ่านการรับรองดังกล่าว โดยหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเป้าหมายในการเป็นหอสมุดแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืนด้วยมาตรฐานระดับสากล จึงนำระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO14001:2015 เข้ามาบริหารควบคู่กับงานภายในองค์กร รวมไปถึงการสร้างความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ เพื่อการเป็นหอสมุดแห่งคุณภาพและความยั่งยืนของประชาคมธรรมศาสตร์”

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บริหารงานโดยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ดำเนินตามแนวทาง 4 ป. ได้แก่ 1.การปกป้องสิ่งแวดล้อม 2.การป้องกันมลพิษและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะเกิดจากกิจกรรมการดำเนินงานของหอสมุดฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม 3.การปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดจนข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม 4. ปรับปรุง พัฒนาระบบบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการตระหนักรู้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ทางหอสมุดยังได้เล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา ด้วยการเพิ่มจำนวนห้องและปรับปรุงห้องประชุมกลุ่มย่อย (Study room) ของหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อม วัสดุ อุปกรณ์ภายใน พร้อมมีระบบเทคโนโลยีเพื่อการช่วยเหลือ (Assistive Technology) ในการจองห้องสมุดผ่านการใช้เสียง สำหรับนักศึกษาที่มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น และเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างกาย เพื่อตอบสนองต่อการเข้าถึงบริการของนักศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน สนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพและกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น เป็นการยกระดับความความพึงพอใจของผู้ใช้บริการให้สูงยิ่งขึ้น

ภายในงานยังได้รับความรู้จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในหัวข้อ ห้องสมุดกับการเรียนรู้ยุค 4.0 สภาวะโลกร้อน และความยั่งยืน ที่กล่าวไว้ว่า “การเรียนรู้ยุค 4.0 ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ผ่านสมาร์ทโฟนหรือโซเชียลมีเดีย เรายังคงต้องมีห้องสมุด แต่ห้องสมุดจะต้องไม่ใช่แค่ที่เก็บหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อการเรียนรู้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ทำให้ผู้คนออกจากโลกเสมือนจริงมาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ในปัจจุบันที่อยู่ท่ามกลางภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เราทุกคนกำลังเผชิญเผชิญหน้ากับหายนะและการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ ซึ่งการเรียนรู้และการลงมือร่วมกันแก้ไขปัญหา จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ธนาธร โพสต์ชวนมวลชน ร่วมฟังติดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ ก่อนเปิดใจปมกู้เงิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ย้ำการดำเนินงานของพรรคการเมืองต้องมีค่าใช้จ่าย
  • ไม่คาดคิดว่าการให้พรรคกู้เงินจากตนเองจะส่งผลเป็นดาบสองคมกลับมาเล่นงานได้
  • ยันธุรกรรมนี้เป็นไปโดยเจตารมย์ ไม่มีการอำพรางตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

วันนี้ (20 ก.พ. 2563) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดใจถึงการกู้เงินเพื่อดำเนินงานของพรรคอนาคตใหม่ พร้อมชวนมวลชนคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันร่วมฟังคำตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ณ สำนักงานใหญ่ของพรรค โดยข้อความที่นายธนาธร โพสต์ระบุว่า

[ คำชี้แจงจากใจ ]

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเราประกาศว่าจะตั้งพรรคการเมือง เราจินตนาการไว้ว่า พรรคที่เราอยากสร้างต้องมีลักษณะเป็นพรรคมวลชน กล่าวคือเป็นพรรคที่มีฐานสมาชิกที่เข้าใจในอุดมการณ์ของพรรค ทำงานขยายฐานความคิดและแนวร่วมเพื่อสร้างอุดมการณ์นั้นร่วมกัน เราได้รับสถานะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นนิติบุคคลและได้รับการรองรับจากคณะกรรมการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่วันนั้น เราเริ่มงานการสร้างพรรคอย่างจริงจัง

เราตระหนักดีว่าการสร้างพรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กฎกติกาของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้พรรคจะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ส.ส. ได้ ต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อย 4 สาขา สาขาละ 500 คน โดยมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดทุกจังหวัด และสมาชิกพรรคจังหวัด 100 คน

  • เราจึงจำเป็นต้องมีที่ทำการพรรคทุกจังหวัดเพื่อหาสมาชิกทั่วประเทศ ที่ทำการมีค่าเช่า มีค่าน้ำค่าไฟ แต่ละจังหวัดต้องมีเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อทำงานเอกสารและขยายฐานมวลชน
  • เราต้องมีเอกสารแนะนำพรรค ทีมสื่อสารออนไลน์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงแนวอุดมการณ์และนโยบายเพื่อชักชวนให้พวกเขาสมัครสมาชิกพรรค
  • เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำนักงานเบื้องต้น เช่น เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะ, เก้าอี้ และอุปกรณ์อื่นๆ ในสำนักงานทุกจังหวัด
  • เราต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งค่าที่พักและค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ เพื่อดูแลสอดส่องความเดือดร้อนและสภาพปัญหาความเป็นจริงหน้างาน จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนโยบายพรรค
  • เรายังต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดนี้ พรรคมีทางเลือกสองทาง คือ แบบที่หนึ่ง ใช้เงินส่วนตัวของผมในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่มีความยุ่งยากในการทำเอกสารบันทึก

แต่เราเลือกทางที่ยากกว่า นั่นคือการให้ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค โดยให้พรรคกู้เงินจากผม ทางเลือกนี้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมากขึ้น แต่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า

ทุกคนจะรู้ว่าในพรรคมีเงินกู้เท่าไหร่ และร่วมกันจ่าย ร่วมกันหาเงิน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมพรรค เอาเงินมาไว้ตรงกลาง หน่วยงานไหนจะใช้จ่ายอย่างไรต้องผ่านกรรมการ มิใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งอนุมัติได้เหมือนทางเลือกแรก

ถ้าคนที่มีความฝันอยากเห็นประเทศไทยแบบเดียวกัน อยากมีตัวแทนของพวกเขาในสภาผู้แทนฯ ทุกคนต้องร่วมกันสร้าง ร่วมกันจ่าย ใครไม่มีเงินจ่ายก็ลงเป็นแรงในรูปแบบอาสา นี่คือพรรคการเมืองแบบที่เราอยากให้เป็น

พรรคที่มีศักยภาพจะพัฒนาตัวเองเป็นสถาบันทางการเมือง เป็นพรรคของประชาชน เป็นความหวังของผู้ทุกข์ยาก เป็นเสาหลักของเรื่องประชาธิปไตยและความเท่าเทียมในประเทศไทยได้ในระยะยาว

กลับมาที่เหตุของกรณีการยุบพรรคที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ต้นเหตุคือมีผู้นำคำที่ผมอภิปรายสาธารณะที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ว่าผมให้เงินพรรคกู้ แล้วไปฟ้องกับ กกต. ว่า

เงินกู้นั้นเป็นนิติกรรมอำพราง แท้จริงแล้วเป็นเงินบริจาค ซึ่งผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในเนื้อหาเรื่องกฎหมายนั้น ผมไม่ขอพูดซ้ำอีกในทีนี้ เนื่องจากผมและอาจารย์ปิยบุตร ได้พูดและเขียนไว้ในโอกาสอื่นหลายครั้งแล้ว

ถ้าเราทำแบบปกปิดมุบมิบ ผู้ร้องไปหาเจอเอาเอง และนำไปสู่การร้องกับ กกต. อาจจะอนุมานได้ว่านี่เป็นนิติกรรมอำพรางจริง แต่ผู้ร้องเอาคำอภิปรายของผมที่กระทำในที่เปิดเผย ย่อมแสดงให้ว่าธุรกรรมนี้เป็นไปโดยเจตารมย์ อย่างตรงไปตรงมา

เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และพร้อมเปิดเผย อีกทั้งการที่ผมพูดถึงเรื่องเงินกู้ ความสำคัญของการระดมทุน ในหลายที่หลายโอกาสอย่างสม่ำเสมอ

ผมมักพูดเสมอว่า ผมเป็นลูกจ้างของสมาชิกพรรค ค่าสมาชิกพรรคคือเงินเดือนของพนักงาน เงินทำพรรค หน้าที่ของผมคือการรับใช้สมาชิกด้วยการทำนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคให้เป็นจริง ผมจึงชักชวนมาโดยตลอดให้พี่น้องประชาชนที่สนับสนุนเรา ลงทุนด้วยกัน เป็นเจ้าของด้วยกัน ช่วยกันสมัครเป็นสมาชิกพรรค, ช่วยกันบริจาค และช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าพรรค เพื่อเป็นทุนในการสร้างพรรคและคืนเงินกู้หัวหน้าพรรค

หลักฐานการให้ความสำคัญกับการระดมทุนเป็นที่ประจักษ์มากมาย ทั้งภาพการจัดกิจกรรมและภาพวิดีโอว่าพรรคนี้ เราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ เราปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชนเพราะขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค โดยที่เราไม่ต้องการตอบแทนกลุ่มทุนเหล่านี้ หากวันใดเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด

คงไม่กล่าวเกินเลยความเป็นจริงว่ารอบปีที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่จริงจังที่สุดในการจัดกิจกรรมเพื่อการระดมทุน ซึ่งหากนับตั้งแต่วันที่เราได้รับการรับรองพรรคตามกฎหมายวันแรกในเดือนตุลาคมปี 2561 จนถึงสิ้นปี 2562

เราได้เงินจากค่าสมาชิก บริจาค และระดมทุนเป็นจำนวน 70+138 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียวสำหรับพรรคการเมืองเกิดใหม่ที่ระดมทุนจากประชาชน โดยยอดทั้งหมดนี้พรรคจะต้องส่งให้ กกต. ซึ่งน่าจะเป็นตัวยืนยันคำกล่าวของผมได้ดีที่สุด

แต่เหตุใดที่การกระทำแบบนี้กลับกลายเป็นดาบหอกทิ่มเราเสียเอง ทำให้เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงยุบพรรค, ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร และติดคุกติดตารางเพราะความต้องการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ที่ซื่อสัตย์, เจตนาดีและโปร่งใสอย่างนี้หรือ?

เรากลายเหมือนผู้ร้าย ไม่รอบคอบ และตั้งใจบิดเบือนกฎหมาย เราไม่ได้รับแม้แต่สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง และสิทธิในการสู้คดีอย่างที่พลเมืองในสังคมที่มีนิติรัฐ นิติธรรมควรจะได้รับ

ผมฝากทุกท่านที่สนับสนุนพวกเรา ช่วยกันกดชื่นชม ช่วยกันกดแบ่งปันข้อความนี้ของผม ช่วยกันอธิบายถึงความตั้งใจของพวกเรา ช่วยกันอธิบายถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการทางกฎหมาย ให้คนที่ยังคลางแคลงสงสัยให้เข้าใจด้วยครับ

พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านสภาผู้แทนราษฎร และเราได้ทำให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของเราใน 7 เดือนของสภาสมัยนี้แล้ว เราทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์เพื่อต้องการดึงความเชื่อมั่นของผู้คนให้กลับมาศรัทธาในระบบรัฐสภาของประเทศไทยอีกครั้ง

ผมได้แสดงความจริงใจถึงเหตุผลที่ผมและกรรมการบริหารให้พรรคกู้เงินอย่างครบถ้วนในที่นี้แล้ว ซึ่งหากผู้อ่านไม่มีอคติจนเกินไป ท่านจะเห็นว่าไม่มีเหตุผลในด้านเจตนาอันใดเลยในการที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ อีกทั้งหากพิจารณาถึงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ก็ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้เช่นกัน

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรมนี้ มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลัง ที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
19 ก.พ. 2563
2 วันก่อนการอ่านคำวินิจฉัยขยุบพรรคอนาคตใหม่คดีเงินกู้

ไม่ถอยไม่ทนรวมคนอนาคตใหม่