คนไทยจากอู่ฮั่น พร้อมกลับบ้านพรุ่งนี้ หลังถูกกักตัว แล้วปลอดเชื้อโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • มั่นใจคนกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่ผู้ป่วย สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปได้ปกติ
  • เล็งจัดบิ๊กคลีนนิ่งฆ่าเชื้อที่พักและอุปกรณ์ก่อนส่งคืนกองทัพเรือ

ที่ สโมสรโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, พลเรือโทธานี แก้วเก้า เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ,

พลเรือตรีวิทยา จันทรคติ ผู้จัดการกิจการอาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนไทย 137 คน กลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 14 ของการดูแล

นายสาธิต เผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจจากคนไทย 137 คน ที่พักในอาคารรับรอง ส่งตรวจซ้ำจนทราบผลเป็นลบทุกคน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนก่อนส่งกลับ ภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) ส่วนอีก 1 คน ยังเฝ้าระวังต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชลบุรี และเมื่อรักษาหายจะส่งกลับจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกองทัพเรือ สำรวจข้อมูลและกำหนด เส้นทางส่งคนไทยกลับบ้านกลับภูมิลำเนาไว้แล้ว โดยจะเริ่มที่ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ตามด้วยผู้ที่
มีญาติมารอรับ และสุดท้ายจะเป็นการนำส่งขึ้นรถที่จัดเตรียมไว้ตามเส้นทางกลับภูมิลำเนา

โดยในคืนวันนี้ จะมีกิจกรรมให้คำแนะนำและความรู้ในการปฏิบัติตัว ระบบเฝ้าระวังที่จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เข้าไปดูแลต่อเนื่อง ด้วยการโทรศัพท์สอบถามอาการเป็นระยะ รวมทั้งกิจกรรมบอกเล่าความในใจ ความประทับใจที่มาอยู่ร่วมกัน

โรคคิดเชื้อทางเดินหายใจสามารถป้องกันได้

ส่วนตัวขอย้ำว่า กลุ่มคนไทยกลับบ้านไม่ใช่ผู้ป่วย ผลการตรวจซ้ำไม่พบเชื้อโควิด-19 สามารถอยู่ในสังคมได้ตามปกติ ที่สำคัญโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ ป้องกันได้ ถ้าทุกคนยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

ไอหรือจาม ให้ปิดปาก เป็นหวัดสวมหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดจุดเสี่ยง บนพื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ ผงซักฟอก หรือแอลกอฮอล์ จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี

ด้านนายแพทย์สุเทพ กล่าวว่า ทุกหน่วยงาน ได้ร่วมกันดูแลคนไทยกลับบ้าน ตั้งแต่คืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ภายหลังเครื่องบินสายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้นำคนไทยกลับบ้านจำนวน 138 คน เดินทางจากประเทศจีน

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ได้ทำการคัดกรองสุขภาพทุกคนพบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายสอบสวนโรค ส่งไปดูแลที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จำนวน 4 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพทย์จึงให้กลับมาพักที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ

โดยมีคนไทยกลับบ้านจำนวน 138 คน พักที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ และการดูแลด้านสุขภาพในฐานทัพเรือสัตหีบ ทุกคนได้รับการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ คัดกรองอาการ วัดไข้ทุกวัน จัดอาหารให้ 4 มื้อต่อวัน ดูแลกลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มที่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

จัดหายาให้ตามความเหมาะสมมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การกำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน การกำจัดยุงรำคาญและแหล่งเพาะพันธุ์ ดูแลด้านจิตใจโดยทีมจากกรมสุขภาพจิต จัดกิจกรรมนันทนาการ เช่น เต้นแอโรบิค ตีแบดมินตัน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการติดเชื้อ

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังคัดกรอง พบผู้มีอาการเข้าข่ายสอบสวนโรคจำนวน 1 ราย ถูกส่งตัวไปเฝ้าระวังอาการที่ห้องแยกโรคโรงพยาบาลชลบุรี อาการโดยรวมไม่มีไข้ สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ยังต้องเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อการยืนยันต่อไป

ส่วนหลังจากที่ส่งคนไทยกลับบ้านแล้ว กระทรวงสาธารณสุข มีกระบวนจัดการ Big Cleaning Day ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ในอาคาร ก่อนคืนพื้นที่ให้อาคารกิจการฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อเปิดให้บริการประชาชนต่อไป

ทางด้านพลเรือตรีวิทยา กล่าวว่า ส่วนตัวขอรับรองความเชื่อมั่น เราจะต้องบิ๊กคลีนนิ่ง นำเครื่องนอนทุกชิ้น ทำการฆ่าเชื้อทั้งหมด แต่ไม่นำมาใช้ใหม่ อุปกรณ์ภายในห้องที่ไม่สามารถนำออกมาได้นั้น

จะได้รับการฉีดฆ่าเชื้อจากกระทรวงสาธารณสุข และกรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งจะต้องทำความสะอาดจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงจะเปิดให้บริการ ตนขอยืนยันว่าจะฆ่าเชื้อโรคทุกพื้นที่ ในพื้นที่โซนแดง

ยันแล้วแค่ข่าวปลอม! อ้าง แม่สอด แหล่งที่พักคนจีน พื้นที่แพร่ระบาด โควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอประชาชนอย่าส่งต่อ ป้องกันการเข้าใจผิด
  • หากมีข้อมูลสงสัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสอบถามได้ที่ 1422 ได้ตลอด 24 ชม.

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีข้อความปรากฏกในโลกออนไลน์อ้างว่า เป็นข้อความเตือนจากแพทย์ ระบุ อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นแหล่งพักพิงของคนจีนที่หนีภัยไวรัสโคโรนามาพักตัวอยู่ในพื้นที่ จนทำให้มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนสร้างความตื่นตกใจให้คนที่ทราบข่าว ทำนองว่า​

มีบริษัทร่วมทุนขนาดยักษ์ของประเทศจีนได้ลงทุนสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่ในฝั่งพม่าบริเวณตรงข้าม อ.แม่สอด ประมาณ 80,000 ไร่ ใช้ชื่อ “เมืองใหม่” ซึ่งในอีกไม่กี่ปีจะมีคนจีนมาอยู่ราวๆ 300,000 คน พร้อมกับได้เสนอแนะมาตรการการควบคุมดูแลโรคระบาดดังกล่าวร่วมด้วยนั้น

แนะอย่าตกใจ! ข่าว ไวรัส​ covid-19 ระบาดที่แม่สอด​ จ.ตาก

ล่าสุดทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก แต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก และเลือกรับข่าวสารที่มาจากหน่วยงานของรัฐเท่านั้น

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากกรมควบคุมโรค สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/index.php หรือโทร. 1422 ได้ตลอด 24 ชม.

ผอ. ขสมก. ยืนยันเครื่องฟอกอากาศบนหลังคารถเมล์ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เรื่องลวงโลก!

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยันอากาศที่ผ่านเครื่องกรองมีค่าอยู่ในระดับ 1 – 5 (คุณภาพอากาศดีมาก)
  • และหลักการทดลองนี้เป็นแบบเดียวกันกับการใช้แก้ปัญหาฝุ่นในเมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ

จากกรณีที่กระทรวงคมนาคมได้มีมาตรการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศบนรถเมล์ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลด้วยการใช้หลักการคล้ายกับการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน โดยใช้การเคลื่อนที่ของรถให้อากาศเข้ามาในท่อผ่านเครื่องฟอกอากาศที่ถูกติดตั้งไว้บนหลังคารถ

จากนั้น รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้แสดงความเห็นถึงมาตรการดังกล่าวว่าไม่สามารถทำได้จริง และเหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเปลืองงบประมาณไปเปล่าๆ ซึ่งหากอยากลดปัญหาฝุ่นควันจริงๆ ก็ควรหันมาใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าแทนนั้น

ล่าสุดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้ออกมาโต้ข้อคิดเห็นของ อ.เจษฎา โดยยืนยันว่า หลังจากการทดลองเครื่องฟอกอากาศบนหลังคารถเมล์สามารถใช้งานได้จริง และไม่ได้ใช่เรื่องลวงโลกตามที่เข้าใจ

โดยนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เผยว่า

  1. กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)ในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงได้ทดสอบการติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ สำหรับติดตั้งบนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศ และดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในขณะที่รถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน
  2. การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งอยู่บนถนนที่มีการจราจรแออัดในกรุงเทพมหานคร ในระดับความสูงไม่เกิน 5 เมตร เมื่อรถโดยสารวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าทางด้านหน้ารถและผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ

    ซึ่งวิธีการนี้สามารถกรองอากาศได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่องกรองดังเช่นเครื่องกรองอากาศทั่วไป นอกจากนี้ ขสมก.ได้เลือกใช้ไส้กรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กระดับ PM 2.5 ได้ และมีราคาถูกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป

    โดยหลักการนี้เป็นหลักการเดียวกันกับการใช้แก้ปัญหาฝุ่นในเมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ (https://edition.cnn.com/…/pollution-sucking-buse…/index.html ) และ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย (https://www.edexlive.com/…/designed-by-delhi-researchers-th… )

  3. เครื่องกรองอากาศที่ติดตั้งบนหลังคารถโดยสารมีหน้ากว้าง 0.5 ลูกบาศก์เมตร จะสามารถกวาดอากาศเข้าเครื่องกรอง ได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อการวิ่งรถ 1 เที่ยว (เมื่อรถโดยสารวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร)

    ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ใหญ่ 1 คน จะสูดอากาศหายใจเฉลี่ย 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น รถโดยสาร 1 คัน จะช่วยกรองฝุ่นในอากาศให้กับประชาชนที่อยู่บนถนนได้มากถึง 20,000 คน

  4. จากการทดลองนำรถโดยสาร ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ มาวิ่งให้บริการประชาชน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ในขณะที่รถวิ่ง ผลการวัดค่า PM 2.5 อากาศก่อนเข้าเครื่องกรอง

    มีค่าอยู่ในระดับ 48 – 52 (คุณภาพอากาศปานกลาง) ในขณะที่ อากาศที่ผ่านเครื่องกรองออกมาแล้ว มีค่าอยู่ในระดับ 1 – 5 (คุณภาพอากาศดีมาก)

  5. การทดลองนี้ เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงานและ ขสมก. ได้ดำเนินการทดลองนี้ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

    หากการทดลองต่อเนื่องได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะดำเนินการต่อไปให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก

ข้อมูลภาพจาก เพจ The Reporters