รู้จัก ต้นก่วมแดง พรรณไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 217,576.25 ไร่ มีดอกไม้พรรณไม้สวยแปลกตาหลายชนิด หนึ่งในนั้นมี ต้นก่วมแดง หรือที่ทุกคนนิยมเรียกว่า ใบเมเปิ้ล เป็นหนึ่งในพรรณไม้สวยงามที่มีชื่อเสียงของภูกระดึง ในบทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับพรรณไม้ชนิดนี้มาให้ได้อ่านกัน

รู้จัก ต้นก่วมแดง

ลักษณะของ ต้นก่วมแดง

ภาพจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ – National Parks of Thailand, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)หมายเหตุ ภาพนี้เป็นต้นใบเมเปิ้ลแดง ณ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
  • ก่วมแดง หรือ ไฟเดือนห้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acer calcaratum Gagnep. ชื่อวงศ์ คือ ACERACEAE และมีชื่อเรียกพื้นเมือง ได้แก่ ก่วมแดง, ไฟเดือนห้า, เมเปิลแดง, มะเยาดง (เลย) เป็นพืชในสกุลเมเปิล วงศ์เงาะ
  • เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 12-25 ม. ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เปลือกเรียบ สีเทาอมน้ำตาล เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมยาว
  • ใบเว้าเป็น 3 แฉก ปลายใบแหลม ขอบเรียบ โคนใบเว้าตรงรอยต่อก้านใบชัดเจน ใบด้านกว้างส่วนมากยาวกว่าด้านยาว ยาว 6-15 ซม. โคนกลมหรือเว้าตื้น ขอบเรียบ เส้นแขนงใบรูปฝ่ามือ
  • ก้านใบยาว 1.5-4.5 ซม. เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนร่วง ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นออกสั้น ๆ ตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีแดง ยาวประมาณ 2 มม. ด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม
  • ลักษณะของดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว ฐานดอกมีต่อมน้ำหวานรูปวงกลมสีแดง ช่อดอกสั้นออกตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงก้านดอกยาว 1.5-2 ซม. ก้านชูอับเรณูยาว 3-4 มม.
  • ในดอกเพศผู้ อับเรณูสีแดง จานฐานดอกอยู่ด้านนอกวงเกสรเพศผู้เกลี้ยง
  • ผลแห้ง รูปไข่ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 5 มม. ปีกยาว 3-5 ซม. แต่ละช่อมีผล 1-4 ผล ช่อผลตั้ง ชูผลขึ้นข้างบน

แหล่งกระจายพันธ์ุ / พบได้ที่ไหนในไทย

ก่วมแดง มีเขตการกระจายพันธุ์ที่แคบ สภาพนิเวศน์ที่ชอบคือ ชอบขึ้นตามป่าดิบเขาหรือตามริมลำธาร บนภูเขาหินทราย ลำธารบนภูเขา ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,300-2,200 เมตร

ภาพจ่าก : สำนักอุทยานแห่งชาติ – National Parks of Thailand, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)หมายเหตุ ภาพนี้เป็นต้นใบเมเปิ้ลแดง ณ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

การกระจายพันธุ์ที่ต่างประเทศ ส่วนมากพบใน พม่า, เวียดนามตอนเหนือ และประเทศจีน (ยูนนาน) ในประเทศไทยจะพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน (ดอยภูคา ภูเข้ และอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน) ภาคกลางพบที่ภูหินร่องกล้า และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดเลย (ภูกระดึงและภูหลวง)

ช่วงเวลาใบเปลี่ยนสี

ก่วมแดง จะออกดอกเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และผลจะแก่เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากไปชมภาพความงดงามในช่วงเวลาใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดง หรือไม่ก็สีแดงอิฐ และใบร่วงหล่นจากต้นลงสู่พื้นดินอย่างสวยงาม แนะนำให้ไปในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเดือนธันวาคม-ต้นกุมภาพันธ์

ภาพ : th.aectourismthai.com

บทความแนะนำ

เกิดเหตุลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียน ที่ อ.หนองจิก ปัตตานี โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส่วนสาเหตุคาดฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่
  • ด้าน ตร.เร่งเก็บหลักฐาน เพื่อติดตามล่าตัว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจภูธร ภาค 9 ว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.35 น. วันที่ 17 ก.พ.63 ที่ผ่านมา สภ.หนองจิก จว.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ลอบวางระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านไผ่มัน ม.3 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จว.ปัตตานี เบื้องต้น ไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างใด

พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD , เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไล่กล้องวงจรปิด และ ข้อมูลเบาะแส ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สถานีตำรวจในพื้นที่ เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่ โดยประสานการปฏิบัติร่วมกับ ทหารและฝ่ายปกครองในการด้านการป้องกัน ปราบปรามทุกมิติ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษเช่นนี้

ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมา สอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจักต้องสืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ในหลวง พระราชทานยศกรณีพิเศษ 3 ตำรวจพลีชีพ จากเหตุกราดยิงโคราช

ประเด็นน่าสนใจ

  • ร้อยตำรวจเอก ตระกูล ทาอาษา เลื่อนยศเป็น พลตำรวจโท ตระกูล ทาอาษา
  • ดาบตำรวจ ชัชวาลย์ แท่งทอง เลื่อนยศเป็น พันตำรวจโท ชัชวาลย์ แท่งทอง
  • ดาบตำรวจ เพรชรัตน์ กำจัดภัย เลื่อนยศเป็น พันตำรวจโท เพรชรัตน์ กำจัดภัย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ แก่ข้าราชการตำรวจ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่เข้าระงับเหตุการณ์กราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 3 นาย โดยมีใจความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่เข้าระงับเหตุการณ์กราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 3 นาย ดังนี้

1.ร้อยตำรวจเอก ตระกูล ทาอาษา ผู้บังคับหมวด (สบ 1) กองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็น พลตำรวจโท ตระกูล ทาอาษา

2.ดาบตำรวจ ชัชวาลย์ แท่งทอง ผู้บังคับหมู่ (งานป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็น พันตำรวจโท ชัชวาลย์ แท่งทอง

3.ดาบตำรวจ เพรชรัตน์ กำจัดภัย ผู้บังคับหมู่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็น พันตำรวจโท เพรชรัตน์ กำจัดภัย

พระราชทาน ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน