สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 28/02/2563 | 11.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

ข่าวดี

  • ประเทศที่มีผู้ป่วยสะสมตอนนี้ประเทศไทยหลุดอันดับ 10 ของโลกแล้ว
  • ผู้ป่วยหายเพิ่ม 1 ราย เป็นคนจีน อายุ 30ปี รักษาที่สถาบันโรคทรวงอก
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่บอกว่าติดเชื้อจากคนไข้ในโรงพยาบาลเอกชนนั้นตอนนี้กลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
  • พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1 ราย เป็นคนไทย อายุ 25 ปี ทำหน้าที่คนนำเที่ยวอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้
    ได้รับรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และกำลังติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด

สรุปในไทย

  • หายแล้ว 28 ราย
  • รักษาในโรงพยาบาล 13 ราย
  • รวมผู้ป่วยสะสม 41 ราย

อัปเดต! อาการผู้ป่วยหนัก 2 ราย ที่รักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร

  • ข่าวดี คือ ผลตรวจห้องแล็บไม่พบเชื้อแล้ว ตอนนี้รักษาให้ร่างกายฟื้นตัวเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
อัปเดต! ผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวน [รอตรวจ แปลว่า ยังไม่ติดเชื้อ] เมื่อวานนี้มี 373 ราย

กลุ่มที่เฝ้าระวังตามมาตรฐานแบ่งออก 3 ระดับ

  1. กลุ่มที่ต้องแยก กักกัน คุมไว้สังเกตการณ์ คือ กลุ่มที่มีอาการ และประวัติเสี่ยง
  2. กลุ่มผู้ที่สัมผัสไม่มีอาการ คือ มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วย แนะนำว่าให้ดูแลตัวเองที่บ้าน ไม่พบปะคลุกคลีกับผู้อื่น แยกห้องนอน ของใช้ส่วนตัว
    หากเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่ไม่มีอาการ ขอความร่วมมือดูแลตัวเองที่บ้านที่พัก 14 วัน งดกิจกรรมทางสังคม ไม่พบปะคลุกคลีกับผู้อื่น
    แต่ถ้ามีไข้ ไอ ให้รีบพบแพทย์ทันที
  3. กลุ่มอยู่ในชุมชนเดียวกันหรือประชาชนทั่วไป แนะนำกินข้าวร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
    ใส่หน้ากากอนามัย เลี่ยงพื้นที่คนอยู่หนาแน่น
ย้ำ กลุ่มคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ทุกคนไม่ใช้ผู้ป่วยทั้งหมด
❤️ “ขอให้อย่ารังเกียจ ตำหนิ ล้อเลียน คนกลุ่มนี้ ขอให้กำลังใจชื่นชมเขาที่กล้าบอกแจ้งประวัติกับทางเจ้าหน้าที่
ถ้าเราไปตำหนิ ล้อเลียน เขาอาจจะไม่กล้าแสดงตัวไม่กล้าแจ้งประวัติ สมมุติว่า ถ้าเขาป่วยจริงขึ้นมาจะอันตรายมาก”

ข่าวดี

  • การพัฒนาวัคซีนประเทศไทย เราร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อย.
    องค์การเภสัชกรรม วิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทไบโอเนทไทย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกันพัฒนาวัคซีนต่อต้านโรคไวรัสโคโรน่า2019 เพื่อให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกัน

กรณีการตรวจเชื้อ/พัฒนาวัคซีน

  • กรมวิทยาศาสตร์ก็เพาะเชื้อได้เป็นรายแรกๆ ของโลก
  • เราสามารถเลี้ยงเซลล์/วัดปริมาณเชื้อได้
  • เรามีศูนย์ทดลองที่มีมาตรฐานระดับโลก
  • และสามารถวัดค่าต่างๆ ได้
    ทำให้เราสามารถศึกษา/พัฒนาวัคซีนได้ดีขึ้น

กรณีการตรวจเชื้อ

  • เรามีแล็บ/สถาบันที่มีสามารถตรวจหาเชื้อได้มากขึ้น หลายแห่ง
  • เรามีน้ำยาตรวจที่ได้มาตรฐาน และมีเพียงพอ

ย้ำว่าทาง สธ. ไม่ได้ปกปิดข้อมูลและขออธิบายอีกว่า

  1. เรายังอยู่ในระยะที่ 2
  2. ควรเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ประเทศเสี่ยง
  3. ย้ำ เมื่อเดินกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ควรดูแลปฏิบัติตัวเองตามขั้นตอนตามคำแนะนำ
  4. กลุ่มที่มีอาการมาหาหมอ และกลุ่มที่ไม่มีอาการ “อย่าปกปิดข้อมูล”
  5. อย่าตำหนิ กล่าวร้าย ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
  6. บุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติดูแล ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด
    ขอให้รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อคนในครอบครัว ต่อสังคม

กรณีคำเตือนเรื่องของปลาดิบ

  • ให้ดูกระบวนการ/ขั้นตอนการปรุง ซึ่งถ้าถูกสุขลักษณะ ก็ไม่ได้มีข้อแนะนำอะไรเป็นพิเศษ “ทานได้”
  • แต่ถ้าไม่ทราบก็ ย้ำว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

กรณีค่าใช้จ่ายในการตรวจ

  • ย้ำ กรณีที่เป็นผู้ที่เข้าเกณฑ์ เข้าข่ายที่จะต้องตรวจก็จะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง อยากตรวจเพื่อให้ทราบเฉยๆ ก็อาจจะมีค่าใช้จ่าย

หลังจากที่ประกาศให้โควิด19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เมื่อมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

  • กรณีพบเห็นผู้ที่เข้าเกณฑ์ในกลุ่มเสี่ยง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ใน 3 ชม.
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา รักษาฟรี
  • คนไทยสามารถใช้สิทธิ์ต่างๆ ได้ทุกสิทธิ์

สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ คือ

  • ประวัติการเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
  • มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือไม่?
    ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ให้รีบไปโรงพยาบาล แต่ถ้าเพิ่งกลับมาเฉยๆ ไม่มีอาการ ก็ไม่แนะนำให้ไปตรวจ เพราะโอกาสตรวจพบเชื้อยากกว่ามีอาการ

ลิ้งค์แบบทดสอบ ความเสี่ยงติดเชื้อโควิด19 หรือไม่?

กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย

“โน้ส อุดม” ชวนคนไทยส่งต่อน้ำใจเล็กๆ โครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็ก ๆ ภาคเหนือ

“โน้ส อุดม ” ชวนคนไทยส่งต่อน้ำใจเล็กๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับ “โครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็ก ๆ ภาคเหนือ” เพื่อ 7 โรงพยาบาลภาคเหนือ

โครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็ก ๆ ภาคเหนือ

“เราอยากที่จะ ก้าว ไปให้ถึงที่สุด เท่าที่พลังของเราและทุกๆ คนจะมี เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า… แค่ก้าวเล็กๆ จากทุกคน เมื่อรวมกันแล้ว…มันจะสามารถกลายเป็น “ก้าวยาวๆ” ขึ้นมาได้จริงๆ”

หนึ่งประโยคที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกผู้ชายที่ ตูน – อทิวราห์ คงมาลัย ที่ได้ลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้แก่สังคมไทย โดยการทำให้คนไทยได้ร่วมพลังใจเป็นหนึ่งเดียวในการร่วมทำความดีเพื่อสังคม กับ โครงการก้าวคนละก้าว ที่รวมทั้งระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชน ที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุดในภาคต่าง ๆ

ตอนนี้โครงการก้าว ได้ผ่านมาแล้ว 3 ภาค คือ อีสาน ใต้ และเหนือ การลงไปในแต่ละภาคล้วนได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนดังในหลากหลายวงการ และ คนไทย หลายๆคนกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองและกล้าก้าวลงสนามในระยะทางมินิมาราธอน เมื่อรวมยอดสมยอดบริจาคจากน้ำใจคนไทย ณ ตอนนี้ ได้ถึง 38,226,609.42 บาท (ณ วันที่ 26 ก.พ. 63 )

เพื่อจะทำให้พวกเราได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ในการส่งต่อน้ำใจเล็กๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ “ดีขึ้น” กว่าเดิม โน้ส – อุดม แต้พานิช นักแสดงตลกของเมืองไทย ลงพื้นที่โรงพยาบาลชุมชน ณ ดินแดนห่างไกลในภาคเหนือ อย่าง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่รองรับประชากรถึง 282,566 คน เมื่อเจ็บป่วยทุกคนต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ซึ่งมีที่เดียวเท่านั้น นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จำเป็นที่ต้องได้รับความช่วยเหลือตรงนี้ค่อนข้างมาก

และเมื่อ “โน้ส” อุดม เข้ามาสัมผัสสิ่งที่เห็น คือ ภาพความยากลำบากของการเดินทางมาโรงพยาบาลดินแดนที่ห่างไกล เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชิ้นที่ทรุดโทรม เหมือนของ “วินเทจ” จนทำให้นักพูดทอล์กโชว์ถึงกับเอ่ยว่า

“เทคโนโลยีตอนนี้จะเคลื่อนไปไกลมาก แต่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ยังอยู่ที่เดิม” อย่าง เตียงตรวจห้องฉุกเฉิน ยังคงใช้งานมานานกว่า 10 ปี พบว่าสภาพทรุดโทรมเสื่อมตามเวลา ใช้เทปพันแล้วพันอีก เพื่อประคับประคองให้เตียงยังคงใช้งานให้นานที่สุด ขณะเดียวกันเครื่อง Radiant warmer สำหรับทารกแรกเกิดวิกฤต ใช้งานมากว่า 25 ปี ตอนนี้ประสิทธิภาพไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แน่นอนว่าเมื่อทารกแรกเกิดที่มีอาการวิกฤตนั้น การที่แพทย์จะช่วยทารกให้ผ่านวิกฤตตรงความเป็นความตายตรงนั้นมาได้นั้น ไม่เพียงแค่ทักษะความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น แต่อุปกรณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ช่วยรักษาชีวิตพวกเขา ขณะที่ห้อง NICU หรือห้อง ICU ของทารกแรกเกิด โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนดต้องอยู่ในห้องนี้กันก่อน และสิ่งที่ต้องการ คือ “การปลอดเชื้อ” ถึงแม้ว่าในตู้อบจะมีตัวกรองก็ตาม แต่ช่วงนี้ภาวะฝุ่น PM 2.0 ที่บางวันวัดได้ถึง 400-500 ที่น่าเป็นห่วงคือในห้องนี้กลับไม่มีเครื่องกรองอากาศเลย ทีมแพทย์ทำได้แค่เอา
กระดาษลังมาซีลตามจุดต่างๆ เพื่อกรองฝุ่นจากข้างนอกผ่านเข้ามาในห้องให้น้อยที่สุด”
นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลภาคเหนือ ที่ยังรอคอยการเปลี่ยนแปลง “โน้ส” อุดม พร้อมทั้ง ทีมก้าว อยากเชิญชวนให้คนไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อน้ำใจเล็กเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถึงแม้ว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์จะแพงหลายแสนหลายล้าน แต่ก็คุ้มค่าเพราะอุปกรณ์เหล่านี้ คือ เครื่องที่ช่วยรักษาชีวิตคนให้อยู่ต่อ

ยังไม่สายที่วันนี้พวกเราจะร่วมบริจาค ให้กับ 7 โรงพยาบาลภาคเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลทองแสนขัน, โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์, โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก, โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, โรงพยาบาล เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย, โรงพยาบาลสะเมิง และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ ผ่านช่องทางหลัก คือ บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา รัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ เลขบัญชี 111-393-890-2 (บัญชีกระแสรายวัน) หรือทาง SMS ครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วส่งมาที่ 4545099 (ทุกเครือข่าย) บริจาคตั้งแต่วันนี้ จนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 ติดตามรายละเอียดของโครงการ ผ่าน www.kaokonlakao.com และ Facebook ก้าว เพราะเราเชื่อพลังเล็กๆจะช่วยเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และต่อชีวิตนับหมื่นคน !

ถาม-ตอบ “ข้อสงสัย” ไวรัสโคโรน่า 2019

เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ “ไวรัสโคโรน่า” ที่ถูกต้อง ในบทความนี้ Mthai.com ขอสรุปเป็นคำถาม-คำตอบ มาให้ได้อ่านเข้าใจกันง่าย ๆ

รวมข้อมูลที่ถูกต้อง “ข้อสงสัย” ไวรัสโคโรน่า 2019

Q: เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงจะถูกกักตัวไหม?
A: ถ้าตรวจจากจุดคัดกรองแล้วไม่ป่วย ก็กลับบ้านมาบ้านได้ แต่ขอให้กักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน เพื่อรอดูอาการ

Q: ประเทศที่ควรเลี่ยง เลื่อน งด การเดินทางตอนนี้?
A: จีน-ฮ่องกง-มาเก๊า-ไต้หวัน-สิงคโปร์-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้-อิตาลี-อิหร่าน เป็นประเทศที่ควรงดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน ย้ำ 3 คำ เลี่ยง! เลื่อน! หรือ งด!

Q: หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรปฏิบัติตัวยังไง?
A: ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงพื้นที่คนหนาแน่น

Q: ระหว่างเดินทางหากมีอาการป่วยไข้ทำไง?
A: รีบพบแพทย์ หรือ แจ้งสถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ โดยเร่งด่วน เมื่อเดินทางกลับมาถึงไทยให้แจ้ง จนท. ไม่ต้องอาย! ไม่ต้องกลัว! เจ้าหน้าที่จะขอขอบพระคุณมากกกกกกกกกกกก

Q: เรื่องค่าใช้จ่าย?
A: ไม่ต้องกังวล ขอให้แจ้ง จนท. แจ้งประวัติการเดินทางบอกข้อมูลทุกอย่าง ถ้าพบว่าคุณมีอาการเข้าข่ายผู้ติดเชื้อ ค่ารักษาฟรี!

Q: กลับมาแล้วมีอาการป่วยใน 14 วัน?
A: ให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านท่านทันที แจ้งอาการของท่านทุกอย่าง อย่างเปิดเผยจะทำให้ท่านไม่เสียค่าใช้จ่าย

Q: ถ้า 14 วัน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ?
A: ท่านยังมีความเสี่ยงอยู่ ขอให้ดูแลตัวเองที่บ้าน และกลับมาหาแพทย์ตามนัด

บทความแนะนำ