ตามนัด! ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์ ลงมติร่าง พ.ร.บ. งบปี 63 รอบสอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • การลงมติเฉพาะวาระ 2 และ 3 ของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 เป็นกระบวนการใหม่จากการคำวินิจฉัยของศาล รธน.
  • ประธานสภาฯ ย้ำเป็นเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมาย

วันนี้ ที่ สัปปายะสภาสถาน ห้องประชุม รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เป็นรายมาตราในวาระที่ 2-3 วงเงิน 3,200,000 ล้านบาท

โดยการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วม หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการลงมติ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และสั่งให้มีการลงคะแนนใหม่เฉพาะในวาระ 2 และ 3 ใหม่

ซึ่ง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ต่างร่วมลงชื่อเป็นองค์ประชุม แต่หลังจากนั้นได้ออกจากห้องประชุมโดยไม่ร่วมลงมติแต่อย่างใด แม้ ส.ส. ฝ่ายค้านมีสิทธิ “อภิปรายซ้ำ” แต่ ฝ่ายค้านก็ไม่ประสงค์จะร่วมสังฆกรรม

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านคนแรกมาลงชื่อเป็นองค์ประชุมตั้งแต่ 07.35 น. เพราะตั้งใจอย่างเต็มที่ให้ประเทศมีกฎหมายงบประมาณใช้ แต่รัฐบาลกลับยังมาไม่ถึง 200 คน อีกทั้งยังเตือน ส.ส. ฝ่ายค้านว่า อย่าทิ้งบัตรไว้ในช่องเสียบบัตรตอนวอล์กเอาท์

จิรายุ ห่วงทรัพย์

ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่ออนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า การที่สภาต้องเสียเวลามาพิจารณาเรื่องนี้ทั้งที่มีการลงมติเสร็จไปแล้ว เรื่องความรับผิดชอบของบุคคลจากการเสียบบัตรแทนกันเป็นเรื่องต้องพิจารณา

แต่ที่สำคัญคือมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้สภาดำเนินการ ซึ่งตามหลักประชาธิปไตย ยึดหลักว่าอำนาจสูงสุดเป็นของรัฐสภา แม้มีการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจอธิปไตย 3 ฝ่ายได้

แต่คำถามคือ “ศาลมีอำนาจเหนือสภาหรือไม่” และ “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ เพราะท่านบอกว่าร่าง พ.ร.บ. ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นโมฆะ ดังนั้นจึงอยากให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนยืนยันหลักการเอาไว้

อย่างไรก็ดี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้กล่าวชี้แจงว่าที่มาที่ไปของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นเรื่องที่สภาขอให้ศาลวินิจฉัย ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ศาลรัฐธรรมนูญจะมายุ่งกับสภา และเรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถวินิจฉัยเองได้ จึงรับเรื่องจากสมาชิกแล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร หลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนกรอบเวลาพิจารณา 105 วันนั้น ซึ่งครบวันที่ 19 ม.ค.63 ถือว่าสภาได้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว เพราะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 63 เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. 63 ส่วนกระบวนการที่เกิดขึ้นวันนี้ เป็นกระบวนการใหม่อันเกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ซึ่งก่อนบรรจุระเบียบวาระ ได้หารือกับหลายฝ่ายอย่างทั่วถึง สิ่งทำเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ถ้าดุลพินิจในการทำงานครั้งนี้ผิดพลาด ผมต้องร่วมรับผิดชอบ พร้อมย้ำอีกว่า เรายึดกฎหมาย อย่าคิดว่าเราเสียเกียรติไหม การเคารพกฎหมายบ้านเมืองเป็นความมีเกียรติอย่างยิ่ง แต่ละฝ่ายมีอำนาจของตัวเอง เราไม่ได้อยู่ในฐานะต้องปฏิบัติตามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่มีเหตุผล ตุลาการไม่มีสิทธิมาก้าวก่ายเรา หากเราไม่ขอไป

.

ตร.บุกทลาย บ้านหรูกลางกรุง พบ! หญิงรับจ้างอุ้มบุญ 7 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบหญิง 7 คนรับจ้างตั้งครรภ์ พักบ้านหรูย่านลาดพร้าว
  • ตร.สงสัยเอี่ยวแก๊งค้ามนุษย์จึงตรวจสอบ
  • ผู้ต้องสงสัยยอมรับ รับจ้างอุ้มบุญจริง แต่ไม่รู้เกี่ยวข้องแก๊งค้ามนุษย์
  • ตร.คุมตัวไว้สอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักสุดหรูหลังหนึ่งในพื้นที่ย่านลาดพร้าว กทม. หลังจากสืบทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นที่พักให้กับหญิงสาวที่รับจ้างอุ้มบุญ จากนั้นจะนำทารกที่คลอดออกมานำส่งขายไปยังต่างประเทศ ซึ่งจากการตรวจค้นพบหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ จำนวน 7 ราย และทารกเพศชายอายุประมาณ 30 วัน อยู่ภายในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไว้เพื่อสอบสวน

โดย พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หัวหน้าชุดในการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นในครั้งนี้เผยว่า ก่อนหน้านี้มีเบาะแสมาว่า บ้านหลังดังกล่าวมีพฤติการณ์น่าสงสัย เนื่องจากมีหญิงสาวจำนวนมากเข้าพักอาศัย โดยทุกคนเป็นหญิงตั้งครรภ์ อาจมีส่วนพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ เพราะชุดสืบสวนได้ข้อมูลมาว่า หญิงที่รับจ้างตั้งท้อง จะเดินทางไปคลอดที่ต่างประเทศ พอคลอดเสร็จแล้วตัวเองก็จะกลับมา

ส่วนเด็กนั้นไม่รู้ชะตากรรม หรือถูกกระทำอะไรบ้าง ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ไม่ต่างกับการค้ามนุษย์ ส่วนการนำหมายค้นเข้าจับกุมในวันนี้ ก็เพราะเป็นจังหวะเหมาะที่ผู้ต้องสงสัยทุกคนอยู่กันครบ จึงไม่รอช้าที่จะตรวจค้นทันที โดยใช้ชื่อยุทธการ STOP CHILDREN BORN

เบื้องต้นจากการสอบสวนหญิงสาวทั้ง 7 ราย ต่างให้การยอมรับว่าได้รับจ้างตั้งครรภ์จริง ด้วยการฝังสเปิร์มในไข่แล้ว ซึ่งการมาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวก็เพื่อให้พักผ่อนได้เต็มที่เพื่อที่ว่าเด็กทารกคลอดออกมาจะมีร่างกายแข็งแรงสมบรูณ์ จากนั้นพอเด็กคลอดออกมาแล้วจะถูกส่งไปยังบริเวณชายแดนทันที แต่ไม่ได้บอกว่าเกี่ยวข้องกับการขายอวัยวะมนุษย์หรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้จากเรื่องที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะมีการแถลงข่าวที่กองบังคับการตำรวจ มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 เวลา 12.00 น.ต่อไป หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

ฮุนเซน เผยเหตุเปิดท่าเรือเขมร ให้ เรือสำราญ MS Westerdam เข้าจอด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เรือสำราญ MS Westerdam ได้เข้าจอดเทียบท่าแล้ว หลังรอนแรมกลางทะเลร่วมเดือน
  • โดยประเทศที่ให้เรือสำราญ MS Westerdam เข้าจอดคือประเทศกัมพูชา
  • สาเหตุเขมรที่เปิดท่าต้อนรับทาง สมเด็จฮุนเซน เผยว่าเพราะเห็นแก่มนุษยธรรม

จากกรณีที่เพจ Holland America Line ซึ่งเป็นเจ้าของเรือสำราญ MS Westerdam ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้เรือสำราญลำดังกล่าวกำลังจะได้เข้าจอดเทียบท่าแล้ว เพื่อพาผู้โดยสารเดินทางกลับประเทศ หลังจากรอนแรมอยู่กลางทะเลมานานแรมเดือน

เนื่องจากไม่สามารถเข้าจอดที่ท่าเรือจุดหมายปลายทางได้ เพราะประเทศปลายทาง และประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยไม่ยอมให้เข้าประเทศ เนื่องจากเกิดกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอยู่ในขณะนี้ โดยประเทศที่อนุญาตให้เรือสำราญ MS Westerdam เข้าจอดเพื่อส่งผู้โดยสารกลับบ้านได้คือประเทศกัมพูชานั้น

ล่าสุดทาง สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเปิดท่าเรือยอมให้เรือสำราญ MS Westerdam เทียบท่านั้น เป็นเพราะต้องการแสดงออกทางด้านมนุษยธรรม และพยายามให้ชาวโลกเห็นว่า กัมพูชาพร้อมดูแลคนชาติอื่น ๆ หากประเทศอื่นไม่อยากต้อนรับ เหมือนเช่นกรณีนี้

ด้านนางออร์ แวนดิน รัฐมนตรีสาธารณสุขกัมพูชา กล่าวว่า ทางกระทรวงมีความพร้อมในการจัดเตรียมคณะเจ้าหน้าที่ในการกักตัวผู้ป่วย หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถ้าผู้โดยสารจากเรือลำนี้ ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ พวกเขาก็จะได้รับอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวในกัมพูชาได้