มาแล้ว!! “ขบวนล้อการเมือง” ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74

วันนี้ 8 ก.พ. 63 มีการจัดงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่สนามศุภชลาศัย เหล่าบรรดานิสิตนักศึกษาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ถ่ายทอดออกมาในขบวนล้อการเมืองกันอย่างจัดเต็ม!! สื่อถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นและสถานการณ์ในปัจจุบัน

ขบวนล้อการเมือง ฟุตบอลประเพณี

งานนี้มีทั้งประโยคคำคม คำเปรียบเปรย ภายใต้แนวคิด “Make a CHANGE เปลี่ยน ปรับ ขยับสังคม” เพื่อปลุกกระแสสังคม ให้ตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ประชาธิปตาย ชาตะ 24 มิ.ย. 2475

#ไทยช่วยตัวเอง #ฝุ่นกรุงเทพ

ขบวนล้อการเมือง ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74

สำหรับขบวนพาเหรดล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเรียกเสียงฮือฮาให้ผู้เข้าชมงานฟุตบอลประเพณีได้ทุกปี ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน

กรมกิจการเด็กฯ แจงเหตุจ่ายเงินอุดหนุนเด็ก งวด 7 ก.พ.ไม่ได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยเพราะอยู่ระหว่างรอการประกาศใช้งบประมาณ ปี 2563
  • กระทรวงเร่งหาเงินจากแหล่งอื่น เพื่อจ่ายทดแทน

เพจ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงกรณีเงินอุดหนุนเด็ก ไม่สามารถโอนเข้าบัญชีงวดวันที่ 7 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมาได้ว่า เป็นเพราะอยู่ระหว่างรอการประกาศใช้งบประมาณ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 จึงไม่สามารถนำเงินโอนให้ผู้รับสิทธิ์ได้

ทั้งนี้ทางกระทรวง พม. อยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินอื่น เพื่อมาจ่ายให้ก่อนหากมีความคืบหน้าประการใด จะรีบแจ้งโดยเร็ว ซึ่งหากเป็นรายเก่าไม่ได้รับเงินให้ตรวจสอบที่ พมจ.ของจังหวัด ส่วนรายใหม่ที่เพิ่งทำการสมัคร จะใช้ระยะประมาณ 3-4 เดือน ถึงจะทราบผล หากไม่ผ่านควรติดต่อที่ พมจ. จังหวัดอีกครั้งหนึ่ง

หรือมีข้อสงสัยอื่น ๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน call center 02 255 5850-7 ต่อ 121, 122, 123, 124, 147 และ 02 651 6920

สำหรับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จ่ายในอัตรา 600 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิ์ ดังนี้

  • เด็กแรกเกิดที่รับเงินอุดหนุนในปีงบประมาณ 2559-2561 รับต่อเนื่องจนมีอายุครบ 6 ปี
  • เด็กแรกเกิด ซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่มีคุณสมบัติและไม่เคยได้รับสิทธิ์ เริ่มจ่ายเงินนับตั้งแต่เดือนที่ยื่นคำร้องลงทะเบียน จนมีอายุครบ 6 ปี
  • เด็กแรกเกิด ซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 และผู้ปกครองที่มายื่นคำร้องขอลงทะเบียนภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 เริ่มจ่ายเงินนับตั้งแต่เดือนที่เด็กเกิด จนมีอายุครบ 6 ปี
  • ผู้ปกครองที่มายื่นคำร้องขอลงทะเบียนภายหลังวันที่ 30 กันยายน 2562 เริ่มจ่ายเงินนับตั้งแต่เดือนที่มายื่นคำร้องขอรับสิทธิ์ จนมีอายุครบ 6 ปี
  • เด็กแรกเกิดที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เริ่มจ่ายเงินนับตั้งแต่เดือนที่ยื่นขอรับสิทธิ์ จนมีอายุครบ 6 ปี

กรุงเทพโพลล์เผย คน 42% กลัวติดเชื้่อไวรัสโคโรนา ขณะที่ 68% มั่นใจแพทย์ไทยเอาอยู่

[summaru]
*แนะรัฐบาลควรเอาจริงเกี่ยวกับข่าวลวงไวรัสโคโรนา
*ขณะที่ส่วนใหญ่ป้องกันไวรัสดังกล่าวด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
[/summary]

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คนไทยรับมืออย่างไร”โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 คน พบว่า

  • ร้อยละ 42.0 กังวลการระบาดไวรัสโคโรนาในระดับปานกลาง
  • ร้อยละ 37.4 ระบุว่า กังวลระดับน้อยถึงน้อยที่สุด
  • ร้อยละ 20.6 ระบุว่า กังวลระดับมากถึงมากที่สุด

เมื่อถามว่า ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ จากการติดตามข่าวและสถานการณ์“ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019”

  • ร้อยละ 76.8 คือวิธีป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ
  • ร้อยละ 48.9 คือ แนวทางการรักษาและควบคุมการติดเชื้อ
  • ร้อยละ 43.2 คือ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทย

ส่วนการรับมือกับสถานการณ์การติดเชื้อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” ของประชาช

  • ร้อยละ 70.6 ระบุว่า รับมือโดยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน
  • ร้อยละ 68.5 ระบุว่า ติดตามข่าวสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
  • ร้อยละ 61.6 ระบุว่า ระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีคนเยอะๆ

เมื่อถามว่ามั่นใจในฝีมือของทีมแพทย์และสาธารณสุขของไทยในการรับมือกับสถานการณ์หรือไม่

  • ร้อยละ 68.0 ระบุว่า มั่นใจมากถึงมากที่สุด
  • ร้อยละ 26.5 ระบุว่ามั่นใจปานกลาง
  • ร้อยละ 5.5 เท่านั้นที่ระบุว่ามั่นใจน้อยถึงน้อยที่สุด

ขณะข้อแนะนำที่อยากบอกรัฐบาลควรทำมากที่สุด จากสถานการณ์ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่เกิดขึ้น

  • ร้อยละ 66.7ระบุว่า ควรให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนขจัดข่าวลวงที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน
  • ร้อยละ 54.2 ระบุว่า ควรเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์มีบทบาทในการออกมาให้ข้อมูลกับประชาชน
  • ร้อยละ 53.1 ระบุว่า ควรให้ข้อปฏิบัติเรื่องการป้องกันที่ถูกต้องกับประชาชนอย่างทั่วถึง