แท็กซี่ไทยเปิดใจ หลังติดเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ได้รับการรักษาจนหายดี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอบคุณคณะแพทย์ที่ดูแลจนหายขาด แม้ช่วงแรกจะกังวลใจมาก
  • วอนอย่ารังเกียจคนจีน เพราะถือเป็นมิตรกับคนไทยมากสุด
  • แม้ไทยจะสามารถรักษาคนติดเชื้อไวรัสโคโรนาหาดขาด แต่ก็แนะยังให้ระมัดระวังป้องกันตัวอยู่

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการแถลงข่าวถึงสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศไทยประจำวัน ที่กระทรวงสาธารณสุขวันนี้ ช่วงหนึ่งคนขับรถแท็กซี่ ที่มีข่าวว่าได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาก่อนหน้านี้ ได้ออกมาเปิดใจ หลังได้รับการรักษาจนหายดี ว่า

รู้สึกดีใจที่รักษาหาย ตอนแรก วิตกกังวลมาก เพราะเป็นโรคใหม่ แต่ด้วยการรักษาที่มีประสิทธิภาพทำให้หายจากโรค ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่โทรมาถามอาการ และดูแลเรื่องการรักษาอย่างดี

แท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ทั้งนี้ตนไม่อยากให้คนไทยรังเกียจคนจีนเพราะนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นมิตรกับคนไทย ชั่วโมงนี้ต้องช่วยกัน ใจเขาใจเรา

เมื่อครอบครัวพบว่าเป็นหวัดจะแยกทันที การกินอยู่ และดำรงชีวิต แยกช้อน แยกแก้ว กระทั่งขันบ้วนยาสีฟัน การใส่ใจในครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งที่จะไม่แพร่เชื้อไปสู่คนข้างนอก

และคนรอบข้าง ตอนป่วยไม่ออกจากบ้านไปคุยกับใคร เก็บตัวอย่างเดียว จะได้ไม่มีใครมาโทษเราว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ ไม่ว่าหวัดเล็ก หวัดใหญ่

ผมติดโคโรนา ก็ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวจีน เหมือนกับพี่น้องเราทุกคนในโลกเป็นครอบครัว อย่างผมขับรถแท็กซี่

พูดตรง ๆ อู่ข้าวอู่น้ำของผมคือนักท่องเที่ยว ที่ช่วยให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ผมจะรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และไม่รู้สึกแย่ ดูข่าวอยู่ในห้องแยกโรค ผมส่งกำลังใจไปให้ชาวอู่ฮั่นทุกวัน ให้สู้ ๆ ขนาดผมยังสู้ และหายป่วย

นอกจากนี้ ยังฝากอาชีพสาธารณะว่า หากขาดรายได้จะกระทบทุกอย่างในครอบครัว ฝากถึงผู้ใหญ่ให้มีนโยบายช่วยแท็กซี่ หรืออาชีพสาธารณะ ให้เข้ามาตรวจ หรือมีการชดเชยรายได้เมื่อถูกกักตัวดูอาการ เพราะเป็นอาชีพหาเช้ากินค่ำ

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงมาตรการรับมือไวรัสโรนา 2019 ว่า นับเป็นข่าวดียิ่งที่คนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นคนไทยหายขาดจากไวรัสชนิดดังกล่าวแล้ว แต่กระนั้นก็ยังอยากให้ประชาชนอย่าประมาท ขอให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

รักษาความสะอาด สวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และไม่เข้าพื้นที่เสี่ยง ภาครัฐได้บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อควบคุมการระบาด ถือเป็นวาระระดับชาติ ที่ต้องใช้มาตรการสูงสุดในการควบคุม

ส่วนข้อกังวลว่า หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนนั้น ขณะนี้ได้สั่งการองค์การเภสัชกรรม และ อย.ให้ผลิตหน้ากากอนามัยแบบปกติ ให้เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

สำหรับสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 25 คนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คนกลับบ้านแล้ว 9 คนโดยผู้ป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลมีรายงานว่าอาการดีขึ้น

วีซ่าเชงเก้น เที่ยวยุโรป แบบใหม่ เริ่ม ก.พ. 63 ใช้ได้นานสุด 5 ปี

ข่าวดีสำหรับคนจะไปเที่ยวยุโรป ในเดือน ก.พ. ปี 2020 นี้ สถานทูตยุโรปในไทยจะเริ่มอนุมัติวีซ่าแบบเข้า – ออกหลายครั้ง (Multiple-entry visa) สูงสุดถึง 5 ปี ข้อดีคือสามารถไปเที่ยวประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มเชงเก้นแถบยุโรป ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าแต่ละประเทศ แต่ต้องทำตามข้อกำหนดนะ จะมีอะไรบ้างไปอัปเดตกันได้เลย

ข้อกำหนด วีซ่าเชงเก้นยุโรป 2020

ข้อกำหนดใหม่ในการออก วีซ่าเชงเก้นเป็นแบบ (Multiple-entry visa) คือวีซ่าแบบหลายปี สามารถใช้เข้า-ออกประเทศทางยุโรปในกลุ่มเชงเก้นที่มีอยู่ทั้งหมด 26 ประเทศได้หลายครั้ง ภายใต้กฎ 90/180 Rule

โดยวีซ่าเข้าประเทศมีอายุนานตั้งแต่ 1 ปี, 3 ปี และอาจขอได้นานสูงสุดถึง 5 ปี ถ้านักท่องเที่ยวคนนั้นมีประวัติที่ดีที เช่น หน้าที่การงานที่ดี มีหลักฐานทางการเงิน และมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด

มัลติเพิ่ล 1 ปี หรือ วีซ่าเชงเก้นแบบหลายครั้ง 1 ปี

  • คุณต้องเคยได้รับ วีซ่าเชงเก้น อย่างต่ำ 3 ครั้ง ในช่วงสองปีที่ผ่านมา อย่างถูกกฎหมาย

มัลติเพิ่ล 3 ปี หรือ วีซ่าเชงเก้นแบบหลายครั้ง 3 ปี

  • ต้องเคยได้รับ วีซ่าเชงเก้นแบบมัลติเพิ่ล 1 ปีมาแล้ว ในช่วงสองปีล่าสุด อย่างถูกกฎหมาย

มัลติเพิ่ล 5 ปี หรือ วีซ่าเชงเก้นแบบหลายครั้ง 5 ปี

  • เคยได้รับ วีซ่าเชงเก้นแบบมัลติเพิ่ล 1 ปีมาแล้วสองครั้ง หรือมัลติเพิ่ล 3 ปีมาแล้วหนึ่งครั้ง ในช่วงสามปีล่าสุด อย่างถูกกฎหมาย

ทุกมัลติเพิ่ลต้องอยู่ภายใต้กฎ 90/180 Rule

หมายความว่า หากคุณไปเที่ยวในประเทศกลุ่มเชงเก้น (Schengen) คุณจะเข้าออกกี่ครั้งก็ได้จนกว่าวีซ่าจะหมดอายุ แต่คุณจะสามารถอยู่ในเขตเชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วันภายใน 180 วัน กล่าวคือ ถ้ามา 3 เดือน ก็ต้องออกนอกเขตไป 3 เดือน ถึงจะกลับเข้ามาใหม่ได้อีกครั้ง

ยื่นขอก่อนเดินทางได้ 6 เดือน

สามารถยื่นขอวีซ่าได้นานขึ้น จากเมื่อก่อนยื่นขอก่อนเดินทางได้ 3 เดือน แต่ข้อกำหนดใหม่นี้ ยื่นขอก่อนเดินทางได้ถึง 6 เดือน

มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่ากับทุกสถานทูต จะถูกปรับราคาขึ้น จากเดิม 60 ยูโร เป็น 80 ยูโร (จากประมาณ 2,059 บาทเพิ่มเป็น ประมาณ 2,746 บาท) และมีค่าบริการอื่น ๆ อย่าง VFS หรือ TLS ประมาณสูงสุด 800 บาท

Photo by Soroush Karimi on Unsplash

26 ประเทศในกลุ่มเชงเก้น

1.ออสเตรีย – Austria
2.เบลเยี่ยม – Belgium
3.เชค – Czech Republic
4.เดนมาร์ก – Denmark
5.เอสโตเนีย – Estonia
7.ฝรั่งเศส – France
8.เยอรมัน – Germany
9.กรีซ – Greece
10.ฮังการี – Hungary
11.ไอซ์แลนด์ – Iceland
12.อิตาลี – Italy
13.ลัตเวีย – Latvia
14.ลิกเตนสไตน์ – Liechtenstein
15.ลิทัวเนีย – Lithuania
16.ลักเซมเบอร์ก – Luxembourg
17.มอลตา – Malta
18.เนเธอร์แลนด์ – Netherlands
19.นอร์เวย์- Norway
20.โปแลนด์ – Poland
21.โปรตุเกส – Portugal
22.สโลวาเกีย – Slovakia
23.สโลวีเนีย – Slovenia
24.สเปน – Spain
25.สวีเดน – Sweden
26.สวิตเซอร์แลนด์ – Switzerland

ที่มา : schengenvisainfo

รองโฆษกตร. แจงปมตั้ง ลูกชาย ผบ.ตร. ได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา ได้รับการแต่งตั้งเป็นตำแหน่ง ผบ.ร้อย กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
  • ผู้คนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงได้เลื่อนตำแหน่งเร็ว
  • รองโฆษกตำรวจ จึงออกมาชี้แจงว่า มีความไม่เหมาะสม จึงได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
  • ซัดแต่งตั้งนานแล้ว แต่กลับเพิ่งมานำเสนอข่าว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. นำหนังสือพิมพ์ประกอบการแถลงข่าวกรณีที่ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา ผบ.ร้อย กองกำกับการ 3 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ

บุตรชายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งที่สูงขึ้น รวมทั้งเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งรองสารวัตรไม่ครบ 7 ปีตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายของ ตร. ว่า

ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของ ปปช. โดยยืนยันว่า ตร. ไม่มีการแทรกแซงแต่อย่างใด แต่ทั้งสองเรื่องมีการตั้งข้อสังเกตเป็นการนำเสนอของสื่อบางฉบับเท่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่ามีขบวนการหรือมีการรับงานมาหรือไม่

ส่วนเรื่องของการแต่งตั้งผ่านมาเป็นปีแล้ว โดยย้ำว่า ร.ต.อ.ชานันท์ เป็นถึงบุตรชายของ ผบ.ตร. ทำไมถึงไม่เลือกไปอยู่ในตำแหน่งที่สบาย แต่กลับมาอยู่ในสายงานที่ต้องออกภาคสนาม โดยระบุว่า ร.ต.อ.ชานันท์ มีคุณสมบัติผ่านหลักสูตรทั้งในและนอกประเทศ จึงมีความเหมาะสมที่ได้รับการแต่งตั้งที่สูงขึ้น

เพราะจบหลักสูตรพลซุ่มยิง จากประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผู้บังคับหน่วยต้องผ่านในการปฏิบัติหน้าที่ในกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผ่านหลักสูตรเอฟบีไอ จากประเทศสหรัฐอเมริการ ผ่านหลักสูตรการสืบสวนหลังเหตุระเบิด จากประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้ การเอาคนในขึ้นดำรงตำแหน่งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เห็นว่าผู้ที่มานำหน่วยต้องมีความพิเศษจริง ๆ สำหรับคนอื่นที่มีลักษณะพิเศษแบบนี้ก็ได้รับการแต่งตั้งในลักษณะแบบนี้เหมือนกัน จึงมีข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งผ่านมาตั้งแต่ 30 เม.ย.2562 ทำไมเพิ่งมาออกข่าวในช่วงนี้