ขอนแก่น-บางแสน พร้อมจัดงดจัดงานสงกรานต์ 63 เลี่ยงการระบาดไวรัสโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส่วนประเพณีอื่นๆ เช่น ตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุยังคงมีอยู่
  • พร้อมแนะป้องกันตนเองหากจะเข้าร่วมกิจกรรม

วันนี้ (5 มี.ค.) นายธีระศักดิ์ ฑีมายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลขอนแก่น เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการจัดงานมหาสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 16 ปี

โดยสรุปให้มีการยกเลิก แต่ยังคงจัดกิจกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ที่บึงแก่นนคร อาทิ ตักบาตรพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ฯลฯ

ขณะเดียวกันที่ เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม หรือ นายกตุ้ย นายกเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรีได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม” ระบุว่า ขออนุญาตแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า เทศบาลเมืองแสนสุข งดการจัดงานประเพณี ก่อพระทราย วันไหลบางแสนประจำปี 2563 ในวันที่ 16-17 เมษายน 2563 ครับ

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ เนื่องจากสาเหตุการระบาดของไวรัส Covid-19 ในขณะนี้

รมว. คลัง เผยสาเหตุ เตรียมแจกเงินผู้ได้รับผลกระทบการระบาดโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพื่อเป็นการฟื้นเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19
  • อยากให้มีการจับจ่ายใช้เงินในช่วงนี้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีที่ต้องแจกเงินประชาชนโดยใช้งบประมาณมากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 6 มี.ค.นี้ เพื่อรับมือวิกฤติไวรัสโควิด-19 โดยมีเนื้อหาดังนี้

ทำไมต้องแจกเงิน (ตรงถึงมือประชาชน)

มีข้อสงสัยกันมาก เรื่องที่กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยไวรัสโควิค-19 ด้วยวิธีการส่งเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิเพื่อให้นำเงินไปใช้จ่าย ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าครม. เร่งด่วน

ทั้งนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้บทบาทกระทรวงการคลัง มีอยู่ 2 แนวทาง คือ

1.มาตรการทางภาษี เช่น การยกเว้นหรือการลดภาษี เพื่อให้เกิดเม็ดเงินส่วนต่างจากภาษีที่ลดไป หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ กับ
2.การนำเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบ ก็คือส่งให้กับประชาชนไปใช้จ่ายโดยตรง

ต้องยอมรับว่าวันนี้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิค-19 รุนแรง และไม่อาจคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะดำเนินถึงเมื่อไหร่ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการระยะสั้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้ และการส่งเงินให้ถึงประชาชนเพื่อเอาไปใช้จ่าย คือ มาตรการที่ได้ผลเร็วที่สุด และเมื่อสถานการณ์ทุเลาลงแล้ว ก็ต้องมีมาตรการอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจต่อไ

สำหรับการส่งเงินถึงมือประชาชนโดยตรงนั้น เป็นเพียง 1 ในชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มเป้าหมาย และเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของทุกฝ่ายอีกครั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ก่อนที่จะเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป

สำหรับเป้าหมายของมาตรการนี้เพื่อให้ประชาชนนำไปซื้อสินค้า ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เมื่อมีการซื้อขายสินค้าบริการต่าง ๆ เกิดขึ้น เม็ดเงินก็จะหมุนไปในหลาย ๆ ภาคส่วน และหลาย ๆ รอบ คือเมื่อเกิดการซื้อ ก็มีการผลิต เมื่อมีการผลิตก็จะมีการจ้างงาน มีการซื้อวัตถุดิบ

เราต้องช่วยกันครับ คนไทยทุกคนกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ ความร่วมมือร่วมใจกันจะพาเราผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 05/03/2563 | 11.29 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📌 สถานการณ์ในไทย

  • อันดับประเทศไทย อยู่ที่ 20 ของโลก
  • พบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย
  • รายที่ 1 เป็นชายชาวอิตาลี อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาจากประเทศอิตาลี เข้ามาในประเทศไทย 1 มี.ค. 2563 เดินทางผ่านช่องทางตรวจพบไม่มีไข้ ผู้ป่วยมารักษาด้วยตัวเองที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2563 อาการไข้ ไอ “ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี”
  • รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท
    มีประวัติเดินทางมาจากประเทศอิตาลี เข้าประเทศไทย 2 มี.ค. 2563 ผ่านด่านที่สนามบินพบว่าไม่มีไข้ โดยผู้ป่วยมารักษาด้วยตนเอง ในวันที่ 3 มี.ค. 2563
    ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ. ชลบุรี

“ย้ำว่าผู้ป่วยรายที่ 1 และ 2 ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน”

  • รายที่ 3 เป็นชายชาวจีน อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษา เดินทางมาจากประเทศอิหร่าน เพื่อมาต่อเครื่องบิน
    วันที่ 1 มี.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบที่ด่านสนามบินสุวรรณภูมิ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก
    ปัจจุบันรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร
  • รายที่ 4 เป็นชายไทย อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษา เดินทางมาจากประเทศอิหร่าน วันที่ 27 กุมภาพันธุ์ 2563
    เดินทางผ่านด่านที่สนามบินไม่มีไข้ ไม่มีอาการ โดยมารักษาด้วยตนเองที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ. นครศรีธรรมราช
  • รวมผู้ป่วยยืนยันรักษาหายแล้ว 31 ราย
  • รวมรักษาตัวที่โรงพยาบาล 15 ราย
  • รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย
  • รวมผู้ป่วยสะสม 47 ราย
📌 อัปเดต! ผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ตรวจไม่พบเชื้อมากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว แพทย์ยังคงดูแลอย่างใกล้ชิด

📌 มาตรการในประเทศ (จากนายกรัฐมนตรี)

  • ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แยกกลุ่มคัดกรอง
  1. พบว่าป่วยให้แยกพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
  2. พบว่าไม่ป่วย (เดินทางจากพื้นที่ระบาด) ให้แยกพักในพื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐบาลกำหนด
  3. ไม่ป่วย (เดินทางจากพื้นที่อื่น) ให้แยกพักในพื้นที่ควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พิจารณาสถานที่เพื่อจัดให้เป็นพื้นที่ควบคุมโรคต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ
  • ให้เตรียมชุดควบคุมโรคทุกแหล่ง
  • สธ.จัดทำหลักเกณฑ์ควบคุมโรคเพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ
    การจัดสถานที่, การรักษาความปลอดภัย, ห้องครัว, ห้องพยาบาล, ระบบจัดการขยะ, สถานที่อำนวยความสะดวกอื่นๆ
    การจัดเจ้าหน้าที่ดูแลในแต่ละวัน

🤝 “ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางจากพื้นที่แพร่ระบาดให้ปฏิบัติตาม สธ. อย่างเคร่งครัด”

โดยให้พักกักตัวที่บ้านที่พัก 14 วัน แต่พบว่ายังเดินทางไปทำกิจกรรมทางสังคม
“เพราะฉะนั้นจะมีการยกระดับของผู้ที่เดินทางมาก่อนหน้านี้ (เรามีรายชื่อผู้เดินทางอยู่ในมือ)”

ขอให้ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้ไปเฝ้าระวังติดตามและสังเกตุการณ์ ว่ามีไข้ มีอาการของโรคหรือไม่ จนครบไม่น้อยกว่า 14 วัน

📌 หัวข้อย้ำ

  • “ท่านอาจเป็นคนสบายดี ไม่ติดเชื้อ แต่เพื่อป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อ” เป็นสามัญสํานึกความรับผิดชอบของคนเล่านั้นที่มีต่อสังคมและเป็นความรับผิดชอบของสังคมที่ไม่ไปรังเกียจ ตีตรา หรือเลือกปฏิบัติโดยออกนอกหน้า
  • ถ้ากลุ่มคนดังกล่าวจะออกนอกบ้าน จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าปฏิบัติตัวยังไง? “ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ”
  • เราจะผ่านสถานการณ์โรคโควิด-19 นี้ไปได้ต้องอาศัยความสำนึกรับผิดชอบของทุกคนและความร่วมมือของสังคม
  • ยืนยันอีกครั้ง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ”