ชาวเน็ตจี้รัฐกักตัวผีน้อยกลับไทย ด้าน บิ๊กป้อม ระบุทำไม่ได้ แนะสังเกตตัวเองที่บ้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพจดังแนะรัฐบาลใช้ออสเตรเลียโมเดล จัดหาที่กักตัวผีน้อยกลับไทยป้องเชื้อไวรัสโควิดระบาด
  • ด้าน บิ๊กป้อม บอกทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายคุมตัว แนะเฝ้าระวังตัวเองที่บ้านแทน

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า แรงงานไทยที่เข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ได้เข้ายื่นขอความจำนงกับสถานกงสุลของไทยในเกาหลีใต้เพื่อขอเดินทางกลับประเทศ หลังจากเชื้อไวรัสโควิด19 ได้ระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้นั้น

วันนี้ (3 มี.ค.2563) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้พากันติดแฮชแท็ก #ผีน้อย เรียกร้องให้รัฐบาลหาวิธีการรับมือหลังจากคนกลุ่มนี้เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยเฉพาะเพจ Drama-addict ที่ได้โพสต์ข้อความเสนอแนะวิธีการดูแลคนกลุ่มนี้ ด้วยการยึดเอาออสเตรเลียโมเดล โดยจัดสถานที่เพื่อกักตัวคนกลุ่มนี้ออกจากชุมชน เพื่อดูอาการใน 14 วัน หากพบว่าไม่มีเชื้อ หรือไม่ติดโรคก็ให้เข้าประเทศใช้ชีวิตตามปกติได้ โดยระบุว่า

ข้อเสนอถึง จนท. ที่กำลังเตรียมรับมือผีน้อย 5000 คนที่กำลังขอกลับไทย ซึ่งมีจำนวนหนึ่งมาจากพื้นที่เสี่ยงมากอย่างแทกู อยากให้เราทำตามแนวทางที่ออสเตรเลียเคยทำ ตอนนั้นเขาอพยพคนกลับจากจีนหลายร้อยคน แล้วใช้พื้นที่บนเกาะคริสมาสต์ของประเทศเขา ในการกักกันเพื่อสังเกตอาการคนที่อพยพกลับ จนมั่นใจว่าปลอดภัย ไม่ติดโรค จึงให้กลับเข้าประเทศ

ของเราน่าจะทำคล้ายๆ กัน เช่น อาจหาเกาะ หรือ พื้นที่ที่แยกจากแหล่งชุมชนได้ เพื่อกักกันโรคคนกลุ่มนี้ จนพ้นสิบสี่วัน ถ้าไม่ติดเชื้อใดๆ ก็ให้เข้าประเทศได้ตามปรกติ แบบนี้น่าจะปลอดภัยกับทุกฝ่าย เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะยอมทำตามมาตรการกักกันโรคที่บ้านอย่างเคร่งครัดสิบสี่วัน

ทั้งนี้หลังจากข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเพจดังในครั้งนี้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงหนึ่งถึงมาตรการดูแลคนกลุ่มนี้ และข้อเสนอในการกักตัว ว่า บ้านเราไม่มีกฎหมายควบคุมตัว แต่ถ้าหากคนกลุ่มนี้กลับมาก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ด้วยการกักตัวอยู่ในบ้าน 14 วันตามที่กำหนด เพราะ เกาหลีไม่ได้ถูกปิดเมืองอย่างเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน จึงไม่สามารถสั่งกักตัวได้

ข้อเสนอถึง จนท ที่กำลังเตรียมรับมือผีน้อย 5000 คนที่กำลังขอกลับไทยซึ่งมีจำนวนนึงมาจากพื้นที่เสี่ยงมากอย่างแทกู…

โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2020

สมเด็จพระสังฆราชประทานเงิน จัดซื้อหน้ากากอนามัยแจกพระ ป้องไวรัสโควิด2019

ประเด็นน่าสนใจ

  • เน้นวัดที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
  • ด้าน ครม.เล็งจัดงบเพิ่มทำความสะอาดวัดป้องกันการระบาด

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้จะแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานเงินมา 2 ล้านบาท เพื่อให้นำไปซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อนำไปแจกจ่ายให้พระสงฆ์ในวัดทั่วประเทศ โดยเน้นวัดที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และรวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงาน

นายเทวัญกล่าวว่าสำหรับมาตรการการดูแลพระสงฆ์ในวัดนั้น เราจะเน้นดูแลวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีประชาชนเข้าออก เป็นจำนวนมาก โดยการทำความสะอาดทุกวัน และหากวัดไหนมีงบประมาณในการฉีดพ่นยาได้ก็จะเป็นเรื่องดี

เพราะวัดก็ถือว่าเป็นแหล่งชุมชนเช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งเรามองข้าม คนที่เข้าไปในวัดอาจจะสัมผัสราวประตู ทั้งนี้เราไม่มีมาตรการในการห้ามและสนับสนุน ให้มาท่องเที่ยววัดอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพราะช่วงนี้ก็มีคนไทยเป็นจำนวนมากที่อยากจะเข้าไปทำบุญรวมถึงส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยทุกคน

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศถอดยศทหาร ‘ณัฏฐ์ วาณิชบำรุง’

ประเด็นน่าสนใจ

  • พร้อมเรียกคืนเครื่องราชฯ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
  • สาเหตุจากประพฤติชั่วร้ายแรง ก่อความเสียหายแก่ทางราชการ
  • ให้มีผลตั้งแต่ 19 พ.ย.63

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พันตรี ณัฏฐ์ วาณิชบำรุง นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร

โดยมีใจความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พันตรี ณัฏฐ์ วาณิชบำรุง นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหาร ฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่สั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการขัดคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง และฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507

ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก ที่ได้รับพระราชทาน ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548

ทั้งนี้ พันตรี ณัฏฐ์ วาณิชบำรุง เป็นผู้ถูกถอนชื่อ ออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี