สรุปเรื่องน่ารู้ กฎหมายคุ้มครอง ไวรัสโคโรน่า 2019

ไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ 1 มีนาคม 2563 ในบทความนี้ขอสรุปให้ทุกคนได้เข้าใจกันว่ากฎหมายดังกล่าวที่ประกาศมีผลอย่างไรบ้าง

เรื่องน่ารู้ กฎหมายคุ้มครอง โคโรน่า 2019

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • บังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ 1 มีนาคม 2563

หากพบผู้มีเหตุสงสัยว่าป่วย หรือมีอาการป่วยต้องแจ้งทันที!

  • เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือปอดอักเสบ และมีประวัติเพิ่งเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ต้องแจ้งทันที!

การเฝ้าระวังโรค Covid-19 ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

  • มาตรา 31 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
  • มาตรา 32 ในกรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย / โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาดที่เกิดขึ้น (มีผลบังคับใช้ 22 ธ.ค. 2560) ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

การป้องกัน-ควบคุมโรค มาตรา 34

  • เจ้าพนักงานควบคุมติดต่อโรค ดำเนินการเอง/ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใดดำเนินการ
  • นำผู้ที่เป็น หรือมีเหตุสงสัยว่าเป็นโรค มารับการตรวจ ชันสูตร แยกกัก คุมไว้สังเกต ผู้มีความเสี่ยงจะติดโรคมารับเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • กำจัด แก้ไขปรับปรุง ที่อยู่อาศัย สถานที่ต่าง ๆ พาหนะ หรือทำลายสิ่งใด ๆ ที่มีเชื้อโรค ให้ถูกสุขลักษณะ รวมไปจนถึงกำจัดสัตว์ แมลง เป็นต้น ห้ามเข้าไปในสถานที่ พาหนะ ที่สงสัยว่ามีโรคเกิดขึ้น
  • ฝ่าฝืนมีโทษตั้งแต่ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท จนถึงจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การป้องกัน-ควบคุมโรค มาตรา 35

  • ผู้ว่าราชการจังหวัด/กทม. กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน สั่งให้ผู้ที่เป็น/สงสัยว่าเป็นโรค หยุดประกอบอาชีพเป็นการชั่วคราว อาทิ ปิดตลาด, ปิดสถานที่ประกอบ/จำหน่ายอาหาร, ปิดโรงงาน, ปิดสถานศึกษา, ปิดโรงมหรสพ, สถานที่ชุมนุม ฯลฯ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การป้องกัน-ควบคุมโรค มาตรา 39 เจ้าของ/ผู้ควบคุม พาหนะ

เมื่อมีเหตุสงสัยว่าพาหนะมาจากท้องที่หรือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรที่มีการระบาดของโรค เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านติดต่อระหว่างประเทศ ต้องทำตามกฎดังนี้

  • เจ้าของ/ผู้ควบคุม พาหนะ แจ้งกำหนดการ ยืนเอกสารต่อเจ้าพนักงาน และต้องได้รับการตรวจสอบก่อนว่าถูกสุขลักษณะ ฝ่าฝือมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

การป้องกัน-ควบคุมโรค มาตรา 39 ท้องที่ หรือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรเป็นเขตโรคติดต่อ

เมื่อรัฐมนตรีประกาศให้ท้องที่ หรือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย

  • เจ้าพนักงานประจำด่านต้อง กำจัด ป้องกัน และควบคุมการแพร่ของโรค ห้ามผู้ใดเจ้าไป หรือนำสิ่งของเครื่องใช้ที่มีเหตุสงสัยว่าเป็นสิ่งติดโรคเข้าไปหรืออกจากพาหนะ สำหรับผู้ที่เดินทางมากับพาหนะให้รับการตรวจทางการแพทย์ แยกกักตัวไว้สังเกตุ ในสถานที่และระยะเวลาที่กำหนด
  • ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน20,000 บาท – จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ยกเลิกได้เมื่อสภาวการณ์ของโรคสงบลงหรือมีเหตุสมควร

มาตรา 41 เจ้าของพาหนะ หรือ ผู้ควบคุมพาหนะ

  • เจ้าของพาหนะ หรือ ผู้ควบคุมพาหนะ ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งผู้เดินทางมากับพาหนะนั้น เพื่อแยกตัวไว้คุมสังเกตุ รวมไปจนถึงอกค่าใช้จ่ายเลี้ยงดู รักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ

มาตรา 42 เจ้าพนักงานควบคุมโรค ฯ มีอำนาจสั่ง

  • ในกรณีพบว่าผู้เดินทางป่วย หรือเข้าข่ายเสี่ยง ต้องสงสัยว่าเป็นโรค หรือพาหะนำโรค เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีอำนาจสั่งให้บุคคลดังกล่าว ถูกแยกกัก กักกัน คุมสังเกตุ หรือได้รับสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยค่าใช้จ่ายผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 02/03/2563 | 11.15 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📌 ข่าวดี

  • หายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 43 ปี จากโรงพยาบาลราชวิถี ที่ติดมาจากประเทศญี่ปุ่น
  • ประเทศไทยอันดับลดลงมาอยู่อันดับ 14 ของโลก

📌 สถานการณ์ในไทย

  • พบผู้ป่วยเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี ทำงานร่วมกับ (ผู้ป่วยรายที่ 37) คือ ชายไทยพนักงานขับรถนักท่องเที่ยว
  • รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 31 ราย
  • รวมผู้ป่วยสะสม 43 ราย

📌 ย้ำประเทศกลุ่มเสี่ยง

  • จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิตาลี อิหร่าน

📌 ยกระดับการเฝ้าระวังสอบสวนโรค

  • ขยายกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นกลุ่ม ที่ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ จำนวน 5 คนขึ้นไป
    ในสถานที่เดียวกัน ช่วงสัปดาห์เดียวกันจากที่เคยมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และคนทำงานใกล้ชิดจากคนที่เสี่ยงหรือว่าบุคลากรทางการแพทย์ หรืออาการโรคปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ

📌 สงสัยว่ามีอาการผิดปกติ (กลับจากประเทศเสี่ยง/มีไข้/ไอ)

  • สามารถโทรสอบถามที่เบอร์ 1422 (จะมีทีมงานไปรับ/ดูแลท่าน) และให้คำปรึกษา

📌 เฝ้าระวังในสถานพยาบาล

  • พบผู้ป่วยปอดอักเสบจะมีการต่รวจเพิ่มเติมให้นะครับ
  • ผู้บริหารสาธารณสุขทั้งหมด แพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทั่วประเทศได้ซักซ้อมแผนไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อเตรียมความพร้อมจัดหาทรัพยากรต่างๆ เครื่องมือต่างๆ ทั้งชุมชน เขต จังหวัดย้ำว่า “ประเทศไทยยังอยู่ระยะที่ 2”

📌 อัปเดต ผู้ป่วยที่เสียชีวิต

  • ผู้รับผิดชอบตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาคณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ โรคติดต่อ 2558
    ปกติเวลาเราบอกว่าคนไข้เป็นอะไร
  • คนที่สำคัญที่สุด คือ แพทย์ที่ดูแลคนไข้โดยตรงที่รู้ดีที่สุด
  • เรื่องปกติในวงการแพทย์เวลาที่ผู้ป่วยเสียชีวิตจะมีการนำข้อมูลเข้าที่ประชุมปรึกษาหารือแบบเป็นองค์คณะ
  • ถ้ายังจำได้ที่เรารับมือกับโรคไข้เลือดออกจะเห็นว่าผู้ป่วยทุกรายไข้เลือดออกที่เสียชีวิตจะถูกนำไปพิจารณากับผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนในส่วนไวรัสโคโรน่า 2019 ก็เช่นเดียวกันนะครับ

📌 ขยายความรู้ความเข้าใจคณะกรรมการวิชาการ

  • เป็นกรรมการตามกฏหมายแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • ประกอบด้วยกันทั้งหมด 8 ท่าน
  • ประกาศแต่งตั้งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 (ถือว่าเป็นชุดที่ 2)
  • ศ.เกียรติคุณ นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร (ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ)
  • ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบาดวิทยา)
  • รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ (ผู้เชี่ยวชาญกุมารแพทย์โรคติดเชื้อและนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็ก)
  • รศ.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ (อดีตคณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน)
  • ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม (นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย)
  • นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ (ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก)
  • นพ.สมชาย พีระปกรณ์ (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ)
  • พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู (ผู้อำนายการกองระบาดวิทยา รวบรวมข้อมูลต่างๆ)

📌 กรณีหน้ากากอนามัย

  • มีขายแพง
  • มีกักตุน
  • มีของไม่ดี ไม่ได้คุณภาพ
    กรอบทั้งหมดนี้ นอกเหนือจากหน้าที่สาธารณสุข คงต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ช่วยกันดูแล

📌 ขอบคุณทุกสาย ที่แจ้งกลุ่มเสี่ยง ผ่านสายด่วน 1422

  • แจ้งสาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลในชุมชน-จังหวัดได้เลย
  • ย้ำ กลุ่มเสี่ยง ยังไม่ได้หมายความว่าติดเชื้อ
  • แต่ฝากอย่าไปตีตรา, ตามล่า เพราะจะส่งผลเสียในระยะยาวมากกว่า

อนุทิน แจงเรื่องหน้ากากอนามัย ย้ำ สธ.ไม่มีหน้าที่นำออกจำหน่าย

ประเด็นน่าสนใจ

  • หากต้องการซื้อให้ติดต่อกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  • เผยแจกหน้ากากอนามัยใน สธ. ไม่เสี่ยงติดโรค เพราะเป็นที่โล่งแจ้ง และแจกแบบกระจายตัว

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องหน้ากากอนามัย และการแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้นต่อวัน รับฟรี คนละ 3 ชิ้น ที่กระทรวงสาธารณสุข เริ่มในวันนี้ ว่า

กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่จัดหาหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ได้มีหน้าจัดจำหน่าย หากผู้ต้องการหน้ากากอนามัย ควรติดต่อกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น

ส่วนการแจกหน้ากากอนามัยฟรีในพื้นที่โล่งแจ้งภายในกระทรวงสาธารณสุข แล้วมีความกังวลว่าจะทำให้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 นั้น ย้ำว่าภายในกระทรวงสาธารณสุขมีพื้นที่กว้าง และการแจกจะทำในลักษณะกระจายไม่กระจุกตัว ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อได้แต่อย่างใด

ว่าด้วยหน้ากากอนามัย

ท่านที่หาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้ ทั้งพี่น้องประชาชน และสถานพยาบาลเอกชน ขอความกรุณาติดต่อกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจจัดหาหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาล สถานพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เท่านั้น

กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีภารกิจจัดหาหน้ากากอนามัย มาจำหน่าย จ่าย แจก ให้กับประชาชน เว้นแต่ มีจำนวนที่เกินกว่าความต้องการใช้ของโรงพยาบาลในสังกัด สัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุข จะจัดส่งให้โรงพยาบาลในสังกัด จำนวน 500,000 ชิ้น

ปัจจุบัน องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข จำหน่ายให้แก่ประชาชนวันละ 10,000 ชิ้น ซึ่งเป็นจำนวน ที่เกินจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ต้องการใช้

สำหรับการแจกให้ ประชาชน วันละ 100,000 ชิ้น ที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน้ากากอนามัย ที่มีผู้บริจาค และองค์การเภสัชกรรม บริหารสต็อก แล้ว มีสินค้าคงเหลือ รวมแล้ว 1,400,000 ชิ้น จึงมอบให้กระทรวงสาธารณสุข นำไปแจกให้ประชาชน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้

การแจกหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นความเดือดร้อนประชาชน หลังขาดแคลน

ที่กระทรวงสาธารณสุข จะแจกวันละ 100,000 ชิ้น โดยมีจุดแจกอยู่ที่กรมต่างๆ ในกระทรวง จำนวน 9 กรม ซึ่งหน่วยงานทั้ง 9 กรม นี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่หลายร้อยไร่ ผู้ที่มารับหน้ากากอนามัย จึงไม่มีการกระจุกตัว อัดแน่น และไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อ ได้

เราจะแจกหน้ากากอนามัยที่กระทรวงสาธารณสุข 2 วัน จำนวน 200,000 ชิ้น แล้วจะจัดส่งอีก 1,200,000 ชิ้น ไปแจกให้ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ใน 12 เขตสุขภาพ เขตสุขภาพละ 100,000 ชิ้น และขอให้ผู้ที่ไม่ป่วยมารับ และใช้สวมใส่เมื่อจะออกไปในที่ชุมชน เท่านั้น ส่วนผู้ป่วย ไม่ต้องมารับ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

ขอเรียนว่า การแจกหน้ากากอนามัย จำนวนนี้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ในช่วงที่สินค้าขาดตลาด

ส่วนการซื้อใช้ในภาวะปกติ ให้ติดต่อหาซื้อได้ที่ร้านค้าของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งการแจ้งให้ดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายเกินราคาที่กฎหมายกำหนด ก็แจ้งที่กรมการค้าภายใน เช่นกัน เรียนมาเพื่อเข้าใจตรงกันตามนี้ ครับ