สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 01/03/2563 | 12.28 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📌 สถานการณ์ในไทย

  • ผู้ป่วยหายกลับบ้านเพิ่ม 2 ราย จากสถาบันบำราศนราดูร
    รายที่ 1 เป็น ชายจีน อายุ 33 ปี
    รายที่ 2 เป็น ด.ญ. ไทย อายุ 3 ขวบ

📌 อัปเดต ผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย

  • ขณะนี้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 35 ปี
    ผู้ป่วยรายนี้ป่วยด้วยไข้เลือดออกมาก่อนและติดเชื้อโควิด-19 ด้วย มีการส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชนมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูรซึ่งได้ทำการรักษาจนตรวจว่า “ไม่พบเชื้อโควิด-19” ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2563
    โดยรักษาเป็นเวลากว่า 1 เดือน ด้วยสภาพที่ปอดที่เสื่อมแต่เดิม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานหนัก
    ส่งผลให้อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลว จึงเสียชีวิตในที่สุด
    ซึ่งตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา
    ดังนั้นสาเหตุการเสียชีวิตจะเกี่ยวกับโควิด-19 หรือไม่?
    จะเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการวิชาการภายใต้กรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป

“กระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ป่วยด้วยนะครับ”

  • ส่วนผู้อาการหนักอีก 1 ราย มีการติดเชื้อวัณโรคมาแต่เดิม และมีการติดโควิด-19 ร่วมด้วย ปัจจุบันได้ทำการรักษาจนไม่พบเชื้อโควิด-19 เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้วและทีมแพทย์ยังดูแลอย่างใกล้ชิด
  • รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 30 ราย
  • ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย
  • ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย
  • รวมยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย

📌 เรื่อง พ.ร.บ โรคติดต่ออันตราย

  • มีผลบังคับใช้ วันนี้ 1 มี.ค. 63
  • แจ้งประชาชน เจ้าของสถานที่ หากมีผู้ป่วย/ผู้สงสัย/ผู้เข้าข่าย ต้องแจ้ง ภายใน 3 ชม. ไม่เช่นนั้นมีความผิด

📌 เรื่องการติดเชื้อในสุนัข

  • ยังไม่พบในประเทศไทย
  • ยังอยู่ในการเฝ้าระวังและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
  • ขอแนะนำผู้ที่เลี้ยงให้รักษาดูแลตัวเองและสุนัขที่เลี้ยงด้วย

📌 เรื่องแจกหน้ากากอนามัย (สนับสนุนโดยองค์การเภสัชกรรม)

  • แจกวันที่ 2 มี.ค. 63 เริ่มเวลาประมาณ 09.00 น.
    คนละ 3 ชิ้น ทั้ง 9 กรมฯ สังกัดกระทรวงฯ กรมละ 1 หมื่นชิ้น
  • ย้ำว่าเป็นคนละส่วนที่จัดสรรให้กับสถานพยาบาลและ
    บุคลากรทางการแพทย์นะครับ
  • สำหรับหน้ากาก ขอให้คนที่อาการป่วย/ไม่สบาย ใช้นะครับ เพื่อประโยชน์สูงสุด
  • ประชาชนทั่วไป ใช้หน้ากากผ้าได้
  • ใครป่วย ก็ให้ญาติมารับแทน
  • จะมีแจกเรื่อยๆ ไม่ต้องมาแย่งกัน

📌 เรื่องอยากจะย้ำ

  • ย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่มีการปิดบังข้อมูลใดๆทั้งสิ้น
  • ย้ำว่า “ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่อง พ.ร.บ มั่นคงใดๆ” ขอทำความเข้าใจตรงกันด้วยนะครับ
  • ย้ำว่า พรุ่งนี้ (2 มี.ค. 63) จะมีการประชุมซักซ้อมแผนโควิด19 ดังนั้น พรุ่งนี้ อย่าไปลืออะไรกันนะครับ
    ฝากแจ้งกันด้วยนะครับ

MThai.com ขอแสดงความเสียใจกับครวบครัวผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยนะครับ

รัฐยันไม่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สกัดแฟลชม็อบ ชี้เป็นสิทธิทำได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • กฎหมายพิเศษอาจมีใช้ หากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังรุนแรงอยู่
  • แต่ต้องดูว่าเป็นฉบับไหน เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการดูแลความสงบและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ทาง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาตอบข้อสงสัยถึงเรื่องดังกล่าว ว่า อาจจะเป็นไปได้ ที่จะมีการใช้กฎหมายพิเศษในการดูแลประชาชน หากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยกระดับเป็นระดับ 3

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะใช้กฎหมายพิเศษตัวไหน เพราะมันจะต้องมีข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนออกมาว่าอะไรที่ประชาชนทำได้หรือทำไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ใช่การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่จะมาใช้ควบคุมการชุมนุมของนักศึกษาแน่นอน เราไม่มีความคิดอย่างนั้น เพราะเป็นสิทธิของประชาชน

ตราบใดที่การชุมนุมหรือการเรียกร้องของนักศึกษา สามารถทำได้ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด และเชื่อว่าบรรดาคณาจารย์ทั้งหลาย คงจะดูแลได้ และชี้แจงต่อนิสิตนักศึกษาเหล่านั้นได้ สำหรับกองทัพเองคงไม่เข้าไปดำเนินการอะไร เพราะถือเป็นสิทธิของประชาชน

อนุทิน ย้ำ ไม่เคยคิดใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงคุมม็อบ ป้องการระบาดไวรัสโควิด-19

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวถึงกรณีการเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในการควบคุมไม่ให้เกิดการชุมนุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ว่า อย่านำการเมือง มาซ้ำเติมสถานการณ์โรคระบาด

เพราะ ตนไม่เคยคิดถึง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาก่อน และไม่เคยคิดสกัดกั้น หรือห้ามการชุมนุมทางการเมือง เพื่อแสดงออกถึงสิทธิ เสรีภาพ ทางความคิด และการพูด ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนกลุ่มใดๆก็ตาม หากการชุมนุมนั้นไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ขัดต่อกฎหมาย

เพียงแต่ขอให้ผู้จัดการชุมนุม ดำเนินการด้วยความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคติดต่ออันตราย ได้ทราบถึงข้อห่วงใย และความกังวลใจของคณะแพทย์ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่มีต่อการจัดการชุมนุม เท่านั้น

โพลแนะ แกนนำอนาคตใหม่ ยอมรับคำตัดสินยุบพรรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยมีคนถึง 33.41% ที่อยากให้แกนนำอนาคตใหม่ยอมรับคำตัดสิน
  • พร้อมบอก น.ศ.ชุมนุมแฟลชม็อบทำได้ แต่ห่วงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่างทั่วประเทศ ในเรื่อง “เรื่องของ อนาคตใหม่”

หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคฯ 10 ปี และการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ติดแฮชแท็กเพื่อต่อต้านรัฐบาล ของนิสิตนักศึกษา หลังจากผลการตัดสินวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ว่า

สิ่งที่แกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ ควรทำหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคฯ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคฯ 10 ปี คือ

  • ร้อยละ 33.41 ระบุว่า ยอมรับคำตัดสินของศาลฯ
  • ร้อยละ 25.32 ระบุว่า ใช้สิทธิวิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยสุจริต
  • ร้อยละ 11.35 ระบุว่า แกนนำอดีตพรรคฯ ควรรณรงค์ทางการเมือง ทั่วประเทศ และให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรคฯ แสดงบทบาททางการเมืองแทน ในสัดส่วนที่เท่ากัน
  • ร้อยละ 8.65 ระบุว่า ให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่ ของอดีตพรรคฯ มีอิสระย้ายไปสังกัดพรรคไหนก็ได้
  • ร้อยละ 8.33 ระบุว่า แกนนำอดีตพรรคฯ ควรหยุดบทบาททางการเมือง
  • ร้อยละ 5.71 ระบุว่า ให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรคฯ ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ที่เตรียมไว้
  • ร้อยละ 4.29 ระบุว่า แกนนำอดีตพรรคฯ ควรเป็นผู้นำชุมนุมทางการเมืองบนถนน
  • ร้อยละ 10.71 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ติดแฮชแท็กเพื่อต่อต้านรัฐบาลของนิสิต นักศึกษา หลังจากผลการตัดสินวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ พบว่า

  • ร้อยละ 61.03 ระบุว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกฎหมาย
  • ร้อยละ 21.11 ระบุว่า เป็นสัญญาณว่าสังคมไทยจะเผชิญกับความแตกแยกทางการเมืองอีกครั้ง
  • ร้อยละ 12.70 ระบุว่า กังวลว่านิสิต นักศึกษา จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางการเมือง
  • ร้อยละ 7.78 ระบุว่า กังวลว่าจะมีการยกระดับการชุมนุมจนกลายเป็นการจลาจลแบบในฮ่องกง
  • ร้อยละ 6.35 ระบุว่า เป็นแค่กระแสชั่วคราว
  • ร้อยละ 2.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงความนิยมทางการเมืองของพรรคใหม่ที่จะเกิดขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ พบว่า

  • ร้อยละ 35.71 ระบุว่า จะได้รับความนิยมทางการเมืองมากกว่าที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้
  • ร้อยละ 24.37 ระบุว่า ไม่แน่ใจ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันข้างหน้า
  • ร้อยละ 22.78 ระบุว่า จะได้รับความนิยมทางการเมืองเท่า ๆ กับที่พรรคอนาคตใหม่ เคยได้
  • ร้อยละ 15.08 ระบุว่า จะได้รับความนิยมทางการเมืองน้อยกว่าที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้ ร้อยละ 2.06 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ