ขั้นตอนลงทะเบียน รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เริ่ม 28 มี.ค. หกโมงเย็น

เตรียมตัวกันไว้ให้พร้อมก่อนถึงวันลงทะเบียนรับเงินเยียวยา จากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้มีผลเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 28 มีนาคม นี้ เวลา 18.00 น. จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างไปอัปเดตกันค่ะ

ขั้นตอนลงทะเบียน รับเงินเยียวยา 5,000 ผลกระทบโควิด-19

เงินเยียวยาที่จะได้รับนั้นจะมอบให้ทั้งหมด 3 ล้านคน คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (รวมแล้วจะได้คนละ 15,000 บาท โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม 2563) แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดดังต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา

  • แรงงาน
  • ลูกจ้างชั่วคราว
  • อาชีพอิสระ
  • ผู้ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33
  • ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

ช่องทางการลงทะเบียนออนไลน์

  • ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เปิดให้ลงทะเบียน วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 ในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ไม่มีกำหนดปิด (ย้ำว่าลงช่องทางออนไลน์เท่านั้นไม่ต้องไปธนาคารทั้ง 3 ธนาคารที่เข้าร่วม )

หลักฐานที่ใช้ลงทะเบียน

  • หมายเลขบัตรประชาชน
  • ข้อมูลประกอบการอาชีพ
  • ข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน
  • ข้อมูลบริษัทนายจ้าง (ถ้ามี)

ช่องทางการรับเงิน มี 2 ช่องทาง

  • หมายเลขพร้อมเพย์ (ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน)
  • บัญชีธนาคาร (ของผู้ที่ลงทะเบียนเท่านั้น!) โดยมี 3 ธนาคาร ของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ถ้าลงทะเบียนออนไลน์เองไม่ได้?

  • ขอความร่วมมือให้ขอความช่วยเหลือจากบุคคลใกล้ชิด
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเด้ที่ Call Center ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลข 02-111-1144

จะได้เงินเมื่อไร? หลังลงทะเบียนแล้ว

  • นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ระบบจะดำเนินการให้จ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีของท่านได้เร็วสุดภายใน 7 วัน

ทำไมให้เงินเยียวยา 3 ล้านคน?

  • มาตรการเยียวยา 5,000 บาทนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ถ้าหากมีผู้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านคน กระทรวงการคลังก็พร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 27/03/2563 | 10.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 91 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 1046-1136)

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยัน กลับบ้าน 9 ราย
▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวมุสลิม เป็นชายไทย อายุ 50 ปี อยู่ รพ.สุไหงโกลก และทางสำนักจุฬาราชมนตรี ได้มีออกประกาศการดำเนินการพิธีศพของพี่น้องชาวมุสลิมแล้ว

🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 30 ราย)

▪️ สนามมวย 5 ราย
▪️ เกี่ยวข้องสถานบันเทิง “จำนวน 7 ราย”
▪️ ผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานก่อนหน้านี้ “จำนวน 18 ราย”

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 19 ราย)

▪️ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ “จำนวน 10 ราย”
ชาวต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 9 ราย

▪️ ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมากและเกี่ยวชาวต่างชาติ “จำนวน 5 ราย”

▫️ อาชีพ

  • คนขับรถโดยสาร
  • พนักงานเสริฟ์
  • เจ้าของธุรกิจ

▪️ กลุ่มอื่นที่ตามเกณฑ์เฝ้าระวัง จำนวน 4 ราย

🔸 กลุ่มที่ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 42 ราย)
แต่ยังอยู่ะในระหว่างสอบประวัติและการสอบสวนโรค
▪️ อัปเดต! ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จำนวน 11 ราย ผู้ป่วยทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 97 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1034 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 5 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 1136 ราย

📍 อัปเดต! ผู้ที่เดินทางกลับจากอิตาลี ที่กักกันเฝ้าระวังที่ทัพเรือ สัตหีบ

  • จำนวน 83 ราย ทุกคนปกติไม่มีไข้

📍 สรุปผู้ป่วยแต่ละจังหวัด (ทั้งหมด 52 จังหวัด)

  • คนไทย 83%
  • ชาวต่างชาติ 12%

📍 อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 6 เดือน
  • อายุมากสุด 79 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 40 ปี

สถิติผู้ป่วย “ไวรัสโควิด-19” ในไทย (27 มี.ค. 2563)

ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. 2563 มียอดผู้ติดเชื้อ “ไวรัสโควิด-19” ในประเทศไทยทัั้งหมด 1,136 คน (เพิ่มมา 91 คนจากเมื่อวาน) อยู่ใน กทม. 480 คน, ต่างจังหวัด 656 คน, รักษาหายดีกลับบ้านแล้ว 97 คน, รักษาอยู่ใน รพ. 1,034 คน (อาการหนัก 11 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด), เสียชีวิต 5 คน ข้อมูลในบทความนี้อัปเดตยอดผู้ติดเชื้อในแต่ละจังหวัด

สถิติผู้ป่วย “ไวรัสโควิด-19” (27 มี.ค. 2563)

  • กรุงเทพฯ จำนวน 480 ราย
  • นนทบุรี จำนวน 65 ราย
  • ยะลา จำนวน 39 ราย
  • ชลบุรี จำนวน 36 ราย
  • ภูเก็ต จำนวน 35 ราย
  • สมุทรปราการ จำนวน 33 ราย
  • ปัตตานี จำนวน 28 ราย
  • สงขลา 25 ราย
  • อุบลราชธานี 14 ราย
  • ปทุมธานี จำนวน 11 ราย
  • เชียงใหม่ จำนวน 11 ราย
  • สุราษฎร์ธานี จำนวน 10 ราย
  • กาญจนบุรี 9 ราย
  • กระบี่ จำนวน 9 ราย
  • ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 ราย
  • นครราชสีมา จำนวน 8 ราย
  • อุดรธานี จำนวน 8 ราย
  • ฉะเชิงเทรา จำนวน 7 ราย
  • นครปฐม 7 ราย
  • สมุทรสาคร จำนวน 6 ราย
  • นราธิวาส จำนวน 6 ราย
  • บุรีรัมย์ จำนวน 6 ราย
  • สุรินทร์ จำนวน 6 ราย
  • สระแก้ว จำนวน 5 ราย
  • ราชบุรี จำนวน 5 ราย
  • พัทลุง จำนวน 4 ราย
  • นครศรีธรรมราช จำนวน 3 ราย
  • เพชรบูรณ์ จำนวน 3 ราย
  • ขอนแก่น จำนวน 3 ราย
  • สระบุรี จำนวน 3 ราย
  • ปราจีนบุรี จำนวน 3 ราย
  • มุกดาหาร จำนวน 3 ราย
  • ระยอง จำนวน 2 ราย
  • สุโขทัย จำนวน 2 ราย
  • เชียงราย จำนวน 2 ราย
  • ร้อยเอ็ด จำนวน 2 ราย
  • ศรีสะเกษ จำนวน 2 ราย
  • ลพบุรี จำนวน 2 ราย
  • จันทบุรี จำนวน 2 ราย
  • ตรัง จำนวน 2 ราย
  • เลย จำนวน 2 ราย
  • อุทัยธานี 2 ราย
  • นครสวรรค์ จำนวน 2 ราย
  • ยโสธร จำนวน 1 ราย
  • หนองบัวลำภู จำนวน 1 ราย
  • สุพรรณบุรี จำนวน 1 ราย
  • เพชรบุรี จำนวน 1 ราย
  • แพร่ จำนวน 1 ราย
  • ตาก จำนวน 1 ราย
  • นครนายก จำนวน 1 ราย
  • สตูล จำนวน 1 ราย
  • กาฬสินธุ์ จำนวน 1 ราย
  • พิษณุโลก จำนวน 1 ราย
  • อยุธยา จำนวน 1 ราย
  • ชัยภูมิ 1 ราย
  • หนองคาย 1 ราย
  • อำนาจเจริญ ราย
  • ไม่ทราบ 1
  • (blank) 202

บทความที่เกี่ยวข้อง