เปิดใจหนุ่มขับรถส่งของ ทำเงินครึ่งแสนใน 15 วัน ช่วงการระบาดของโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอมรับกลัวการระบาดของโรค ทำให้ต้องป้องกันตัวเองก่อเป็นอันดับแรก
  • ส่วนที่นำเรื่องราวมาบอกต่อก็เพื่อให้กำลังใจทุกคน และให้เห็นว่าอาชีพส่งของก็มีคุณค่าทำเงินได้เช่นกัน

นายเทพธารินทร์ จันทิม พนักงานบริการขับรถส่งของ ได้เปิดใจกับทีมข่าวโมโน29 หลังจากเขาสามารถทำรายได้จากการส่งสินค้าในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้มากถึง 5 หมื่นบาท ภายใน 15 วัน

โดย นายเทพธารินทร์ เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานรับส่งของ ส่งเอกสารของบริษัทแห่งหนึ่งมา 4 ปีแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ระบาด ทำให้งานส่งเอกสารลดลง และเห็นว่างานบริการรับส่งอาหารมีเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจลองทำเพราะเห็นว่าได้รายได้เยอะ ซึ่งหลังจากลองทำ 15 วันก็มีรายได้ถึง 50,000 บาท เมื่อเทียบกับแต่ก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 45,000 – 50,000 ต่อเดือน

ซึ่งในแต่ละวันต้องทำงานตั้งแต่เช้าถึงดึก 7.00 – 22.00 น. แม้จะเหนื่อยแต่ถือว่าคุ้ม เพราะตนจะหยุดทำงานไม่ได้ เนื่องจากมีครอบครัวที่ต้องดู และมีค่าใช้จ่ายเยอะเฉลี่ยเกือบ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจากการได้มาลองทำตรงนี้ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

ทั้งนี้จากการระบาดของโรคไวรัสโควิด19 ยอมรับว่า กลัวเหมือนกัน แต่ก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน เช่น ใส่หน้ากากอนามัย และไม่พยายามเข้าไปในเมือง โดยจะเน้นส่งตามบ้าน ไม่ส่งตามห้างสรรพสินค้า เพราะมีความเสี่ยงสูง

พร้อมให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ต้องหยุดงาน หรือสูญเสียรายได้ในช่วงนี้ เชื่อว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเอง ทำตัวให้มีประโยชน์ อย่าให้ตัวเองอยู่นิ่งเพราะเวลาทุกนาทีมีค่า และแนะนำว่างานตรงนี้ก็ถือเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งที่ช่วยได้

นอกจากนี้นายเทพธารินทร์ ยังบอกอีกว่า ไม่คิดว่าการที่ตนโพสต์ลงบนโซเชียลจะทำให้เป็นข่าว ซึ่งจุดประสงค์ของการโพสต์ คืออยากให้ผู้ที่ทำอาชีพบริการส่งอาหาร หรือส่งเอกสาร เป็นอาชีพที่มีค่า และอยากให้เพื่อนร่วมอาชีพภูมิใจในงานที่ทำ

เริ่มวันนี้ ไม่สวมหน้ากากอนามัย ห้ามขึ้นรถเมล์ ขสมก. – รถร่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชี้เป็นมาตรการป้องกันการระบาดไวรัสโควิด-19 หลังรัฐประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
  • พร้อมจัดพื้นที่ Social Distancing ภายในรถด้วย

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้าง ขสมก.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานให้บริการประชาชน ด้วยรถโดยสารประจำทางได้ตระหนักถึงการป้องกันการแพร่เชื้อดังกล่าว

ในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับ 1) ข้อ 11 มาตรการป้องกันโรค และดำเนินการตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารและรถยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และผู้โดยสาร . ขสมก.ได้ดำเนินการครบตามมาตรการป้องกันโรคแล้วทุกข้อ และปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการเริ่มระบาดของโรค ดังนี้

  1. ก่อนนำรถออกให้บริการ รถโดยสารทุกคันจะทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในรถ และเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ บริเวณที่ประชาชนต้องจุดสัมผัส (กริ่งสัญญาณ,ราวจับ,เบาะโดยสาร และที่พักผู้โดยสาร)
  2. ให้บริษัทเหมาซ่อมดำเนินการล้างระบบปรับอากาศเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
  3. ติดตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อ เพื่อให้ประชาชนใช้ทำความสะอาดมือขณะโดยสารรถ สำหรับพนักงานประจำรถ ขสมก. ได้มอบหน้ากากอนามัย และถุงมือ ให้พนักงานได้สวมใส่เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อระหว่างปฏิบัติงานบนรถโดยสาร

นอกจากนี้ ขสมก. ได้ดำเนินการตามนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการไม่นั่งบนเบาะที่ติดสติ๊กเกอร์ข้อความ “งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้”

ซึ่งกำหนดให้ที่นั่งเดี่ยวสามารถนั่งได้ตามปกติ สำหรับที่นั่งคู่ ผู้ใช้บริการจะนั่งได้เพียง 1 ที่นั่งบริเวณริมหน้าต่างเท่านั้น รวมทั้งได้กำหนดจุดยืนบนพื้นรถโดยสาร โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เมตร หากครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ พนักงานเก็บค่าโดยสารจะแจ้งให้ผู้โดยสารรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

ด้านนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า มาตรการกำหนดระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ในรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการมาตรการตั้งแต่วันนี้ (27 มี.ค.) เป็นต้นไปสำหรับรถเมล์ ขสมก.ทั้ง 3,000 คัน

สำหรับผู้โดยสารที่ขึ้นรถเมล์ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ไม่เช่นนั้นจะปฏิเสธไม่ให้บริการ โดยมาตรการดังกล่าวนอกจากรถเมล์ของ ขสมก.แล้ว ก็จะขอความร่วมมือให้รถร่วมบริการ ขสมก.ปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวด้วย เนื่องจากขณะนี้มาตรการทุกอย่างมีประกาศควบคุมของกรมการขนส่งทางบกออกมาแล้ว

กฟภ.ยันคืนเงินค่าประกันใช้ไฟฟ้า ไม่เกี่ยวกับมิเตอร์

ตามที่ มีประเด็นข่าวการเผยแพร่กรณีผู้ใช้ไฟฟ้าสอบถามเกี่ยวกับการคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าสิทธิประกันมิเตอร์จะถูกยกเลิกหรือไม่ และได้มีการส่งต่อข้อความดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ นั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

  1. เงินที่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ามาลงทะเบียนขอรับเงินคืนนั้นเป็นเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าไม่เกี่ยวกับมิเตอร์
  2. จากเดิม ประชาชน มาขอใช้ไฟฟ้า จะมีค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือค่าติดตั้งมิเตอร์และค่าประกันการใช้ไฟฟ้าล่วงหน้าที่จะเรียกเก็บตามขนาดของมิเตอร์ เช่นมิเตอร์ขนาด 5 แอมป์ประเภทบ้านอยู่อาศัย จะมีการจ่ายค่าประกันการใช้ไฟฟ้าล่วงหน้า 300 บาท

    เพราะการที่จะเรียกเก็บเงินผู้ใช้ไฟฟ้าได้ต้องใช้ไฟให้ครบเดือนก่อน และเมื่อถึงกำหนด ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่จ่ายเงินค่าใช้ไฟฟ้าประจำเดือนก็จะหักเงินส่วนนี้ไป

  3. กรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้าค้างชำระ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะมีกระบวนการและขั้นตอนการแจ้งเตือนเป็นระยะเวลา 28 วันเช่นเดิมหากไม่มีการชำระค่าใช้ไฟฟ้าประจำเดือนจึงจะเข้าสู่กระบวนการงดการจ่ายไฟ
  4. แม้ว่าภายหลังที่คืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าไปแล้วก็ตาม หากพบว่ามิเตอร์ไฟฟ้าของผู้ใชัไฟฟ้านั้นๆ มีปัญหา จากการใช้งานตามปกติ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็ต้องไปดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนให้ใหม่เพราะมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นทรัพย์สินของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  5. อย่างไรก็ตามขณะนี้มีประชาชนเข้าไปใช้งานเว็บไซต์ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อลงทะเบียนขอรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าคืนเป็นจำนวนมากทำให้มีความหนาแน่นในการใช้งาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอความร่วมมือให้ประชาชนทยอยการเข้าไปลงทะเบียน โดยสามารถเข้าไปใช้งานได้โดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแต่อย่างใด

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องขออภัยมา ณ โอกาส นี้ด้วย