ด่านคัดกรองถนนราชพฤกษ์ สกัดโควิด-19 วันแรก หลังประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน

วันนี้ ( 26 มี.ค .63 ) ที่ บริเวณถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เป็นวันแรกที่มีการบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา2019 และเป็นวันแรกที่มีการตั้งด่านตรวจคัดกรองคนเข้าเมือง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการตั้งด่านขาเข้าเมือง ถนนสายนี้รองรับประชาชนสัญจรจากหลายจังหวัด เช่น จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สุพรรณบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.กาญจนบุรี

ด่านคัดกรองถนนราชพฤกษ์ สกัดโควิด-19 วันแรก

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สำนักงานเขต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันตั้งจุดคัดกรอง ตามแผนการ เจ้าหน้าที่ได้วางกรวยเป็นแนวแก้มลิงให้เหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียว ซึ่งจะสลับเรียกตรวจบัตรประชาชนจากช่องทางด่วน สลับช่องทางคู่ขนาน มีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยตรวจวัดไข้ เว้นระยะห่างจากรถ 1 เมตร เบื้องต้นหากพบประชาชนคนใดมีไข้จะนำไปพักแยกในจุดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเฝ้าระวัง เพื่อรอการนำส่งไปโรงพยาบาลใกล้เคียง เน้นย้ำให้มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ ด้วยสภาพการจราจรในช่วงเช้าถึงบ่ายพบว่า มีรถมากหนาแน่น เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจคัดกรอง ส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจร รถติดขัดเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับวิธีทำงาน เป็นหากประชาชนคนใดต้องการตรวจ เจ้าหน้าที่จะตรวจให้ หากมีไข้ จะนำส่งจุดพัก รอส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงตามแผน แต่หากไม่มีไข้ เจ้าหน้าที่จะแจกคู่มือวิธีป้องกันและรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 หากสภาพการจราจร เริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่จะกลับไปใช้วิธีการปกติ

สำหรับจุดตั้งด่านนี้ แม้เป็นจุดงานรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาล หรือ สน.ตลิ่งชัน แต่ยังมีหน่วยร่วมปฏิบัติการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 7 รวม 11 สถานี เช่น สน.บางพลัด สน.บางยี่ขัน สน.ธรรมศาลา วันละ 12 นาย และมีเจ้าหน้าที่ทหารและสารวัตรทหารวันละ 6 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจ วันละ 10 นาย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลอีก 2 นาย ร่วมปฏิบัติการด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจากด่านคัดกรองนี้ ยังมีด่านคัดกรองในพื้นที่อื่นๆอีก 6 จุด รวมเป็น 7 จุด คือ ถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้า จุดเชิงสะพานข้ามคลองประปา / ใต้ทางด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ เขตรอยต่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา /ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซอย 39 เขตรอยต่อ จังหวัดสมุทรปราการ / บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง ถนนสุขุมวิท เขตรอยต่อ จังหวัดสมุทรปราการ / ใต้สะพานภูมิพล เขตรอยต่อ จังหวัดสมุทรปราการ / พระราม 2 ซอย 92 เขตรอยต่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในด่านคัดกรอง จะมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (26 มีนาคมไปจนถึง 30 เมษายน 63)

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 26/03/2563 | 13.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔺 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 111 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 935-1045)
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 29 ราย)

▪️ สนามมวย 6 ราย
▪️ เกี่ยวข้องสถานบันเทิง “จำนวน 3 ราย”
▪️ ผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานก่อนหน้านี้ “จำนวน 19 ราย”
▪️ ผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย จำนวน 1 ราย

▫️ อยู่ในจังหวัด

  • ปัตตานี
🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 19 ราย)

▪️ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ “จำนวน 6 ราย”
ชาวต่างชาติ 1 ราย อเมริกา และคนไทย 5 ราย

▪️ ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมากและเกี่ยวชาวต่างชาติ “จำนวน 9 ราย”

▫️ อาชีพ

  • ทำงานสถานบันเทิง
  • คนขับรถ
  • พนักงงานโรงแรม
  • พนักงานร้านนวด
  • พนักงานบริษัท

▪️ บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 3 ราย
(ยอดรวมสะสม จำนวน 9 ราย)

▪️ อาการปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ จำนวน 1 ราย

🔸 กลุ่มที่ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 63 ราย)
แต่ยังอยู่ะในระหว่างสอบประวัติและการสอบสวนโรค

▪️ อัปเดต! ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จำนวน 4 ราย ผู้ป่วยทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยัน กลับบ้าน 18 ราย

🔸 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 88 ราย
🔸 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 953 ราย
🔸 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 4 ราย
🔸 ผู้ป่วยสะสม 1045 ราย

📍 เฉลี่ยอายุผู้ป่วยยืนยัน (ทั้งหมด 1045 ราย)

  • อายุน้อยสุด 6 เดือน
  • อายุมากสุด 79 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 40 ปี

📍 ช่องทางติดตามข่าวสารโควิด-19 แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ

  1. AOT Airports แอปพลิเคชันติดตามผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ
  2. http://covid19.ddc.moph.go.th/ เว็บไซต์จากสธ. อัปเดต ภาพรวมยอดผู้ป่วย
  3. @sabaideebot ผ่านทางไลน์ https://line.me/R/ti/p/@sabaideebot

สรุป! ข้อกำหนด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน (ห้ามทำ-ให้ทำ-ควรทำ)

สรุปข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ทั่วประเทศ) ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงไปเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2563 โดยมีผลบังคับใช้ วันที่ 26 มีนาคม 2563 – 30 เมษายน 2563 และรวมคำถามคำตอบที่หลาย ๆ คน สงสัย สิ่งใดที่ห้ามทำ ให้ทำ และควรทำ มาให้ทุกคนได้อ่านแบบกระชับ เข้าใจง่าย

สรุป! พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แบบกระชับ เข้าใจง่าย

[สรุปฉบับที่ 1] : ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ทั่วประเทศ)

  • มีผลบังคับใช้ วันที่ 26 มีนาคม 2563 – 30 เมษายน 2563

📍 คำสั่งข้อกำหนดแบบสรุป

❌ ห้ามทำ

ห้ามเข้าพื้นที่เขตกำหนด

เช่น ตามที่เขตพื้นที่ ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดสถานบันเทิง สนามมวย สนามกีฬา หรือ ผู้ว่าฯต่างจังหวัดสั่งปิดสถานบันเทิง ประกาศก่อนหน้านี้ เป็นต้น

  • (ก่อนหน้านี้บางจังหวัดไม่ได้มีคำสั่งปิดสถานที่ #แต่ตอนนี้ต้องมีคำสั่งปิด เพราะเป็นกรณีการป้องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องสั่งปิดหรือห้ามเหมือนกันหมดทุกแห่งอยู่ที่ท่านจะพิจารณา)
  • แต่มีสถานที่บางอย่างที่ไม่ได้ห้าม แต่ให้พิจารณาไว้ก่อนตามความเหมาะสม เช่น สถานที่สาธารณะ แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น ชายหาดบางแสน หัวหิน พัทยา ชายหาดสัตหีบ ให้ผู้ว่าฯ พิจารณาตามความเหมาะสม เพราะบางแห่งไม่มีคนไป บางแห่งมีคนไปมั่วสุมจำนวนมาก บางแห่งมีชาวต่างชาติ หรือศาสนสถาน

ห้ามคนทั้งหลาย เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมาทางบก เรือ อากาศ

  • ยกเว้น ผู้มีสัญชาติไทย แต่ต้องมีเอกสารใบรับรองแพทย์ fit-to-fly health certificates) ถ้าหาใบรับรองแพทย์ไม่ได้ให้ติดต่อสถานทูต

ผู้ที่เข้าประเทศไทยมาได้

  • คณะทูตประจำประเทศไทย
  • ผู้ส่งสินค้าเสร็จแล้วกลับออกไปโดยเร็ว (มีเวลาจำกัด)
  • ผู้ที่มาจากยานพาหนะ เช่น คนขับรถ นักบิน สจ๊วต แอร์โฮสเตส
  • บุคคลที่ได้รับการยกเว้นจาก นายกรัฐมนตรี หรือ หัวหน้าผู้รับผิดชอบ

ห้ามชุมนุม คนหมู่มาก

  • (เว้นแต่ปฏิบัติตามมาตราการการป้องกันที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์)
  • ห้ามเผยแพร่ข่าวเท็จ ข่าวลวง ข่าวปลอม ทำให้ตื่นตระหนกเกี่ยวกับโควิด-19

✅ ให้ทำ หรือ ให้เตรียม

(ไม่มีตรงไหนบังคับประชาชน แต่บังคับส่วนราชการ) เช่น

  • ให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐ เตรียมมาตราการช่วยเหลือประชาชน
  • ให้ส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ เตรียมโรงพยาบาลสนาม เตรียมสถานที่อื่นๆเป็นสถานที่รับผู้ป่วย เตรียมหายา เตรียมหาเวชภัณฑ์

🤝 ควรทำ

ข้อกำหนด ฉบับที่ 1 เป็นคำแนะนำประชาชน (แต่ให้ระวังข้อกำหนดฉบับที่ 2 และ 3 แต่ตอนนี้ยังไม่ประกาศ)

คำว่า “ควร” จะยกเป็น “ห้าม” หรือ “สั่งให้ทำ” ทันที

  • สำหรับประชาชนนั้น “ควรอยู่บ้าน” ควรที่จะไม่ออกนอกบ้าน (ในเวลานี้ไม่ได้สั่งห้ามแต่ก็จวนแล้ว เตือนไว้ก่อน)
  • บุคคล 3 ประเภท ต่อไปนี้เป็นบุคคลที่ทางการแพทย์ได้ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการติดโรคสูงมาก #จึงขอให้อยู่บ้าน (เว้นแต่ออกไปทำธุรกิจ ธุรกิจกรรมบางอย่างที่จำเป็น)
  1. ผู้สูงอายุ 70 ปี ขึ้นไป
  2. บุคคลที่มีโรคประจำตัว ตามที่ระบุ เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด โรคทางเดินหายใจ เป็นต้น
  3. เด็กเล็ก ต่ำกว่า 5 ขวบ

การเดินทางข้ามจังหวัด

  • ตอนนี้ยังอยู่ในมาตราการ “ควร” #ยังสามารถเดินทางได้แต่ว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้น
  • มีด่านมากขึ้นและตรวจสอบว่าบุคคลในรถมีการนั่ง ยืน เว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร หรือไม่?
  • ผู้โดยสารทุกคน สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หรือไม่?
  • เรียกลงมาตรวจวัดอุณหภูมิ ร่วมทั้งอาจจะใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
  • ตรวจดูว่าดื่มสุรา สังสรรค์มาหรือไม่?
  • อาจจะติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัว
  • สำคัญสุด คือ บัตรประจำตัวประชาชน
  • กรองใบฟอร์ม บ้านอยู่ที่ไหน? จะไปไหน? เบอร์โทรอะไร?(ถ้าในรถมีผู้โดยสารคนใดติดเชื้อโควิด-19 จะได้ติดตามตัวผู้สัมผัสได้ทันที)

📍 สถานที่ที่รัฐบาลสนับสนุนให้เปิด (อย่าปิด)

  • เช่น โรงงาน
  • ธนาคาร , ตู้ ATM
  • ร้านอาหาร (แต่ให้ซื้อกลับบ้าน)
  • ห้างสรรพสินค้าให้เปิดเฉพาะแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต แผนกอาหาร แผนกยา แผนกสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
  • การบริการขนส่งสินค้า
  • การซื้อหาอาหารยังทำได้เป็นปกติ
  • แต่ห้ามกักตุนสินค้า
  • ธุรกิจหลักทรัพย์ สถาบันการเงิน
  • สถานที่ราชการ (เปิดปกติ)
  • โรงพยาบาล
  • ร้านขายยา
  • คลินิก
  • ธุรกิจเดลิเวอรี่

📍 ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 3 ยังไม่ออกแต่ถ้าออกจะเข้มข้นขึ้น

รวมคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับ พ.ร.ก ฉุกเฉิน

❓ ปิดประเทศหรือยัง?

  • ตอบ : ยังไม่ปิด เพราะเราเปิดให้คนไทยกลับเข้ามาได้

❓ ปิดเมือง ปิดข้ามจังหวัดหรือยัง?

  • ตอบ : ยัง ยังเดินทางได้อยู่ (แต่จะยุ่งยากลำบากในการเดินทาง เพราะจะมีด่านตรวจสอบอยู่)

❓ ประกาศเคอร์ฟิว หรือยัง?

  • เคอร์ฟิว คือ ห้ามออกจากสถานที่ (โดยมีเวลากำหนด)
  • ตอบ : ยังไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิว
  • เคอร์ฟิว กับ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพียงให้รัฐมีอำนาจ
  • ยังออกจากบ้านได้ (เว้นแต่บุคคล 3 ประเภท คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ และบุคคลมีโรคประจำตัว ตามที่แพทย์กำหนด เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับแข็ง เป็นต้น)

❓ ทำไมไม่ตั้งรัฐมนตรีมาเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ทำไมตั้งปลัดกระทรวง?

  • ตอบ : ใน พ.ร.ก. ได้กำหนดไว้ว่าต้องมีหัวหน้าผู้รับผิดชอบ โดยแต่งตั้งข้าราชการประจำ ซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี

❓ แล้วรัฐมนตรีประจำกระทรวงล่ะ?

  • ตอบ : ยังปฏิบัติงานอยู่โดยเฉพาะด้านนโยบาย ส่วนอำนาจหน้าที่ยังคงมีเหมือนเดิม แต่ปลัดกระทรวงจะทำงานในด้านนี้และลงลึกไปอีก