สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 25/03/2563 | 10.50 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔺 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 107 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 828-934)
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 27 ราย)

▪️ สนามมวย 4 ราย

▫️ อาชีพ

  • พนักงานขับรถ บขส.
  • รับจ้าง

▫️ อยู่ในจังหวัด

  • กรุงเทพฯ
  • สมุทรสาคร

▪️ เกี่ยวข้องสถานบันเทิง “จำนวน 5 ราย”
เป็นคนที่มาเที่ยว นักร้องนักดนตรี พนักงาน เจ้าของสถานบันเทิง

▪️ ผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานก่อนหน้านี้ “จำนวน 14 ราย”

▫️ อาชีพ

  • รับจ้าง
  • ค้าขาย
  • พนักงานบริษัท
  • นักศึกษา
  • คนขับรถแท็กซี่
  • ผู้ต้องขัง
  • ตำรวจ

▫️ อยู่ในจังหวัด

  • เพชรบุรี
  • ฉะเชิงเทรา
  • ปราจีนบุรี
  • ชลบุรี
  • ภูเก็ต
  • กรุงเทพฯ

▪️ ผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย จำนวน 4 ราย

▫️ อยู่ในจังหวัด

  • สงขลา
  • ยะลา
🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 13 ราย)

▪️ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ “จำนวน 6 ราย”

คนไทย 2 ราย เป็นชาวต่างชาติ 4 ราย ชาวอังกฤษ ฟินแลนด์ เยอรมัน อเมริกา

▪️ ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมากและเกี่ยวชาวต่างชาติ “จำนวน 5 ราย”

▫️ อาชีพ

  • พนักงานบริษัท
  • พนักงานร้านนวด
  • แคชเชียร์
  • เจ้าหน้าที่สนามบิน

▪️ บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 2 ราย

พบว่าเป็นแพทย์พี่เลี้ยง แพทย์ที่ใช้ทุนปีที่ 2 ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล มีอาการเล็กน้อยและยังทำงานอยู่ ได้เข้าร่วมการผ่าตัด และร่วมทานข้าวกับเจ้าหน้าที่

ทำให้เกิดผู้สัมผัส

  • เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในห้องผ่าตัด 15 คน
  • หมออยู่ร่วมทำงานด้วยและใกล้ชิดอีก 10 คน
  • รวมทั้งหมด 25 คน
    ต้องให้หยุดพักงานกักกันดูแลตัวเองที่บ้าน
🔸 กลุ่มที่ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 67 ราย)
แต่ยังอยู่ะในระหว่างสอบสวนโรคและรอประวัติ

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จำนวน 4 ราย ผู้ป่วยทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยัน กลับบ้าน 13 ราย

🔸 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 70 ราย
🔸 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 860 ราย
🔸 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 4 ราย
🔸 ผู้ป่วยสะสม 934 ราย

⭐️ มีประวัติบุคลากรทางการแพทย์ทำการตรวจผู้ป่วยเสร็จแล้ว มาทราบทีหลัง ว่าสามีคนที่มาตรวจได้ไปสนามมวยมาก่อนหน้านี้ แล้วมาให้ประวัติย้อนหลัง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ท่านนั้นต้องได้รับเชื้อ

“บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไร ต้องการที่ได้ปกป้องท่าน ดูแลท่าน เขาต้องดูแลคนไข้วันนึงอีกหลายร้อยคน ปรากฏว่าต้องถูกแยกกักตัว บางรายต้องแอดมิท”

“ย้ำว่าอย่าปกปิดข้อมูล ประวัติเสี่ยง เพราะส่งผลต่อการวินิจฉัย การรักษาโรค เกิดความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ หากติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลของผู้ป่วย จะส่งผลกระทบต่องานบริการ และกระทบต่อระบบสาธารณสุขเป็นอย่างมาก”

📍 ประชาชนที่ทำงานในกรุงเทพฯและปริมณฑล “การเดินทางกลับไปภูมิลำเนา”

  • ท่านมีโอกาสนำโรคไปแพร่เชื้อให้กับบุคคลใกล้ชิด กระทรวงสาธารณสุขให้ทางแพทย์สาธารณสุขจังหวัด อาสาสมัครสาธารณสุข สำรวจผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา ให้ปฏิบัติตัวแยกตนเองอยู่บ้าน 14 วัน
  • ยังมีงานเลี้ยงสังสรรค์ยังมีการพบปะกันถึงเป็นเหตุให้มี “ผู้ป่วยรายใหม่” เกิดขึ้นวันนี้เป็น 100 ราย
    เพราะฉะนั้น ท่านต้องงดการสังสรรค์กิจกรรมรวมกลุ่มต่างๆ
    ถ้าหากพบผู้ป่วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
  • กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงถ้าติดเชื้อโควิด-19 แล้วจะเป็นหนัก มีโอกาสเสียชีวิต ควรงดออกจากบ้านเพื่อลดโอกาสการรับเชื้อ

📍 บุคคลทำงาน ที่ไปทำงานนอกบ้าน

  • ให้เว้นระยะห่างในครอบครัว
  • โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ และเด็กเล็กอาศัยอยู่
📍 ทุกคนหากป่วยมีไข้ มีอาการทางเดินหายใจ ให้รีบพบแพทย์ทันที
(อย่าปกปิดข้อมูลเพื่อที่จะได้รักษา ทันท่วงที และคำนึงถึงความปลอดภัยแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทุกคน)
⭐️ เรื่องยา
  • กรณียาฟาวิพิราเวียร์ ตอนนี้มีสต็อกราว 5 หมื่นเม็ด และกำลังเข้ามาเพิ่มอีกราว 2 แสนเม็ด ในต้นเดือนเมษายน 2563
  • โดยคาดว่าหากมีผู้ป่วย 5,000 ราย ต้องใช้ยาราว 350,000 เม็ด ดังนั้น ก็จะมีการสั่งซื้อเพิ่มจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เพิ่มต่อเนื่อง (ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึง)
⭐️ เรื่องตอนนี้ระยะ 3 หรือยัง?
  • ตอนนี้ คณะกรรมการฯ ก็ยังพูดคุยหารือกันอยู่ หากมีความคืบหน้าจะประกาศให้ทราบ
  • ตอนนี้มาตรการที่เตรียมไว้เกินกว่าระยะ 3 ไปแล้ว
  • สำหรับผู้ติดเชื้อในตอนนี้ ส่วนใหญ่ยังเห็นกลุ่มก้อน พบที่มาที่ไปอยู่ แม้ว่ามีบางส่วนต้องใช้เวลาสอบ
⭐️ เรื่องการคัดกรองผู้ป่วย

ประชาชนที่สงสัยว่ามีความเสี่ยงโควิด-19
ขอให้ทำการประเมินด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์โรงพยาบาลราชวิถี
ตามนี้ : http://covid19.rajavithi.go.th/th_index.php

⭐️ ภาพรวมอาการผู้ป่วย (ทั่วโลก)

▪️ 80% ไข้หวัดธรรมดา อาการไม่รุนแรง ไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ
▪️ 7-15% เริ่มมีอาการปอดอักเสบ อาการไม่รุนแรง (กลุ่มนี้เริ่มได้รับยาต้านไวรัส) ข้อมูลใน (ประเทศไทย) พบผู้ป่วยกลุ่มนี้เพียง 9%
▪️ 3-5% ปอดอักเสบรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 4% ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.4%

“ขอย้ำว่าการแพทย์ของเราไม่ได้ด้อยกว่าใคร”

⭐️ กลุ่มติดเชื้อโควิด-19 แล้วมีความเสี่ยงที่อาการปอดอักเสบ
  1. อายุมากกว่า 60 ปี
  2. ภาวะอ้วน
  3. มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  4. โรคถุงลมโป่งพ่อง
  5. โรคหัวใจวาย
  6. โรคไตวายเรื้อรัง
  7. โรคตับแข็ง
  8. โรคเบาหวาน

“ส่วนท่านที่มีอาการน้อยเป็นไข้หวัดธรรมดาไม่ได้มีกลุ่มโรคพวกนี้
สามารถรักษาวิธีการทั่วๆไป ที่เรารักษาหวัดกัน มีอาการไข้ ดื่มน้ำ ทานยาแก้ไข
มีน้ำมูก ทานยาลดน้ำมูก นอนพักผ่อนเยอะๆ”

📍 การคัดกรองทุกด่าน

  • รวม 6,088,175 เพิ่ม 33,122 คน
  • สนามบิน 4,215,701 เพิ่ม 19,221 คน
  • ท่าเรือ 126,334 เพิ่ม 624 คน
  • ด่านพรมแดนทางบก 1,621,802 เพิ่ม 9,904 คน
  • สตม.แจ้งวัฒนะ 124,338 เพิ่ม 3,373 คน
  • PUI ผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 13,027 เพิ่ม 1,220 ราย

📍 ข้อมูล (ผู้ป่วยยืนยัน วันที่ 24 มีนาคม 2563)

▪️ เพศ : ชาย 62.7% หญิง 37.3%
▪️ มีอาการ 82.2% ไม่มีอาการ 17.8%
▪️ ช่วงอายุ ส่วนใหญ่ 30-39 ปี

▪️ สัญชาติ

  • ไทย 619 ราย
  • จีน 28 ราย
  • ฝรั่งเศส 6 ราย
  • อังกฤษ 4 ราย
  • เดนมาร์ก 4 ราย
  • อิตาลี 3 ราย
  • ญี่ปุ่น 3 ราย

▪️ พบผู้ป่วยในพื้นที่

  • กรุงเทพฯและปริมณฑล 347 ราย
  • ต่างจังหวัด 93 ราย
  • ภาคใต้ 46 ราย
  • อื่นๆ 174 ราย

▪️ กลุ่มผู้ติดเชื้อ

  • ผู้ใกล้ชิดสัมผัส 146 ราย
  • สนามมวย 143 ราย
  • ผับ บาร์ 62 ราย
  • คนไทยมาจากพื้นที่เสี่ยง 58 ราย
  • อาชีพเสี่ยง 54 ราย
  • ชาวต่างชาติมาจากพื้นที่เสี่ยง 48 ราย
  • ร่วมงานศาสนาในมาเลเซีย 30 ราย
  • ระบุไม่ได้ 25 ราย
  • สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ 11 ราย
  • บุคลากรทางการแพทย์ 6 ราย
  • มาจากพื้นที่เสี่ยง 1 ราย
  • ไปสถานที่แออัด 1 ราย

📍 ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ

▪️ กรุงเทพฯ

  • สนามมวย 84 ราย
  • ผู้สัมผัสผู้ป่วย 67 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 59 ราย
  • ผับบาร์ 49 ราย
  • อาชีพเสี่ยง 31 ราย

▪️ ต่างจังหวัด

  • สนามมวย 25 ราย
  • ผู้สัมผัสผู้ป่วย 20 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 19 ราย
  • คนไทยมาจากพื้นที่เสี่ยง 9 ราย
  • อาชีพเสี่ยง 7 ราย

▪️ ภาคใต้

  • ร่วมงานศาสนาในมาเลเซีย 25 ราย
  • ระบุไม่ได้ 8 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 5 ราย
  • ผู้สัมผัสผู้ป่วย 4 ราย
  • คนไทยมาจากพื้นที่เสี่ยง 3 ราย

▪️ อื่นๆ

  • ผู้สัมผัสผู้ป่วย 36 ราย
  • สนามมวย 32 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 28 ราย
  • ชาวต่างชาติมาจากพื้นที่เสี่ยง 20 ราย
  • อาชีพเสี่ยง 15 ราย

สถิติผู้ป่วย “ไวรัสโควิด-19” ในไทย (25 มี.ค. 2563)

ตามการแถลงข่าวมาตราการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาลฯ ทำเนียบรัฐบาล ของ สธ. ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2563 มียอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทยทัั้งหมด 934  คน (เพิ่มมา 107 คนจากเมื่อวาน) อยู่ใน กทม. 347 คน, ต่างจังหวัด 93 คน, รักษาหายดีกลับบ้านแล้ว 70 คน, รักษาอยู่ใน รพ. 860 คน (อาการหนัก 4 คน), เสียชีวิต 4 คน

ยอดผู้ป่วยยืนยัน ไวรัสโควิด-19 แบ่งตามจังหวัด 

จำนวนยอดผู้ติดเชื้อในที่นี้ ลำดับจากจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ “ไวรัสโควิด-19” จากจำนวนมากที่สุดไปจำนวนน้อยที่สุด (ข้อมูล วันที่ 24 มี.ค.2563)

  • กรุงเทพฯ จำนวน 349 ราย
  • นนทบุรี จำนวน 47 ราย
  • ชลบุรี จำนวน 30 ราย
  • สมุทรปราการ จำนวน 26 ราย
  • ปัตตานี จำนวน 26 ราย
  • ภูเก็ต จำนวน 21 ราย
  • ยะลา จำนวน 15 ราย
  • สงขลา 15 ราย
  • อุบลราชธานี 12 ราย
  • เชียงใหม่ จำนวน 9 ราย
  • ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 7 ราย
  • นครปฐม จำนวน 7 ราย
  • สุราษฎร์ธานี จำนวน 7 ราย
  • นราธิวาส จำนวน 6 ราย
  • ปทุมธานี จำนวน 6 ราย
  • บุรีรัมย์ จำนวน 5 ราย
  • สระแก้ว จำนวน 5 ราย
  • นครราชสีมา จำนวน 4 ราย
  • กระบี่ จำนวน 4 ราย
  • สมุทรสาคร จำนวน 4 ราย
  • กาญจนบุรี จำนวน 4 ราย
  • สุรินทร์ จำนวน 4 ราย
  • เพชรบูรณ์ จำนวน 3 ราย
  • ขอนแก่น จำนวน 3 ราย
  • สระบุรี จำนวน 3 ราย
  • อุดรธานี จำนวน 3 ราย
  • นครศรีธรรมราช จำนวน 2 ราย
  • ร้อยเอ็ด จำนวน 2 ราย
  • สุโขทัย จำนวน 2 ราย
  • ฉะเชิงเทรา จำนวน 2 ราย
  • ปราจีนบุรี จำนวน 2 ราย
  • พัทลุง จำนวน 2 ราย
  • ระยอง จำนวน 2 ราย
  • ราชบุรี จำนวน 2 ราย
  • ศรีสะเกษ จำนวน 2 ราย
  • กาฬสินธุ์ จำนวน 1 ราย
  • สุพรรณบุรี จำนวน 1 ราย
  • เชียงราย จำนวน 1 ราย
  • เลย จำนวน 1 ราย
  • แพร่ จำนวน 1 ราย
  • จันทบุรี จำนวน 1 ราย
  • ตาก จำนวน 1 ราย
  • นครนายก จำนวน 1 ราย
  • นครสวรรค์ จำนวน 1 ราย
  • ยโสธร จำนวน 1 ราย
  • ลพบุรี จำนวน 1 ราย
  • หนองบัวลำภู จำนวน 1 ราย

อยู่ระหว่างสอบสวน

  • 172 ราย

ขอทุกคนให้ความร่วมมือ หากมีอาการเข้าข่ายเสี่ยงหรือพบผู้มีอาการเข้าข่ายเสี่ยง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที หรือ โทรแจ้งกรมควบคุมโรคที่สายด่วน 1422

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย แนะชะลอขูดหินปูน-อุดฟัน ช่วงนี้ เสี่ยงแพร่เชื้อ COVID-19

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนชะลอการขูดหินปูน อุดฟัน ผ่าฟันคุด ในช่วงนี้ เพราะเสี่ยงในการแพร่โรคจากน้ำลายที่อาจปนเปื้อนเชื้อ COVID-19 แต่หากมีอาการปวด ยังพบทันตแพทย์ได้ปกติ

ชะลอขูดหินปูน-อุดฟัน ช่วงนี้ เสี่ยงแพร่โรคจากน้ำลายที่อาจปนเปื้อน COVID-19

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในประเทศไทยยังคงต้องมีมาตรการคุมเข้มการคัดกรอง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งประชาชนและสถานประกอบการต่างต้องป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดที่สุด

ภาพ :  H Shaw on Unsplash

แม้กระทั่งคลินิกทันตกรรม ก็เป็นอีกหนึ่งสถานประกอบการที่มีโอกาสเสี่ยงในการแพร่โรคสูงจากน้ำลายที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำฟันที่ยังไม่มีอาการ เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ผ่าฟันคุด ทำฟันปลอม ควรรอให้พ้นระยะระบาดของโรคก่อน หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ปวดฟัน เหงือกบวม เป็นหนอง ได้รับอุบัติเหตุฟันหัก สามารถพบทันตแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้ตามปกติ

ทางด้าน ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลหรือคลินิกทำฟันในช่วงนี้ ประชาชนทุกกลุ่มวัยควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด ด้วยหลัก 2-2-2 คือ

ภาพ :  Superkitina on Unsplash

ดูแลสุขภาพฟันด้วยหลัก 2-2-2

  • แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์นานอย่างน้อย 2 นาที
  • ภายใน 2 ชั่วโมงหลังแปรงฟันควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่ม
  • ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟัน เช่น ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน ล้างแปรงสีฟันให้สะอาดหลังการใช้งาน
  • ไม่ควรเก็บแปรงสีฟันใกล้กันจนหัวแปรงสัมผัสกับแปรงสีฟันของคนอื่น เพื่อป้องกันการถ่ายเทเชื้อโรค
  • ลดการรับประทานของหวาน เน้นการรับประทานผักและผลไม้เพื่อป้องกันฟันผุ

หากสุขภาพช่องปากดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ COVID-19 ได้อีกทางหนึ่ง