เจอหน้ากากอนามัยกว่า 5ล้านชิ้น ท่าเรือแหลมฉบัง เตรียมส่งต่ออเมริกา

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยหน้ากากอนามัยมีทั้งแบบธรรมดา และใช้ทางการแพทย์
  • ด้านกรมศุลฯ ยันดำเนินงานตรงไปตรงมา

ที่บริเวณโกดังเก็บสินค้า ท่าเรือเอ 3 ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้อำนวยสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิชย์ ผกก. สภ.แหลมฉบัง ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์

ตัวแทนกรมการค้าภายใน และตัวแทนจากบริษัทผู้ส่งออกหน้ากากอนามัย ได้ร่วมกันเปิดตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ ซึ่งภายในบรรจุหน้ากากอนามัยหลากหลายชนิด ทั้งแบบธรรมดา แบบใช้ในทางการแพทย์ แบบพรีเมี่ยม รวมทั้งสิ้น 5.6 ล้านชิ้น แบ่งออกเป็นตู้คอนเทนเนอร์ละ 1.4 ล้านชิ้น

โดยสินค้าดังกล่าวผลิตที่บริษัทแห่งหนึ่ง ภายในประเทศไทย แล้วส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขนถ่ายขึ้นเรือบรรทุกสินค้า ผ่านทางท่าเรือแหลมฉบัง โดยก่อนหน้านี้มีการนำตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ ที่บรรจุหน้ากากอนามัยของบริษัทดังกล่าวส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว

ผู้อำนวยสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า ปกติแล้ว บริษัทดังกล่าวมีประวัติการส่งออกหน้ากากอนามัยอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิค 19 และสำหรับบริษัทดังกล่าวก็ได้รับสิทธิจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อายุสัญญาเป็นเวลา 1 ปี ในการส่งออกหน้ากากอนามัย

ส่วนสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง จะมีหน้าที่ตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเครื่องเอกซเรย์ว่า ถูกหรือผิดกฎหมาย หรือการสำแดงเท็จเท่านั้น

โดยสิ่งที่เรากลัวมากที่สุดไม่ใช่การสำแดงหน้ากากอนามัย แต่เป็นพวกสำแดงเท็จ เช่น ชิ้นส่วนผ้า อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา

เปิดคำแถลงนายกฯ สู้ไวรัสโควิด-19 ขอให้มั่นใจรัฐบาล อย่ากักตุนอาหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอความร่วมมือปชช.งดเดินทางต่างประเทศ
  • งดกระจายข่าวที่ไม่เป็นจริง
  • ย้ำรบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา

ประพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงการณ์กรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2562 จนถึงวันนี้ 16 มีนาคม 2563

มีการระบาดไปแล้วถึง 154 ประเทศ มีจำนวนผู้ป่วยรวม 167,543 รายทั่วโลก และประเทศไทยเอง จนถึงวันนี้ มีผู้ติดเชื้อแล้ว 147 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38 ราย เสียชีวิต 1 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถชะลอการแพร่กระจายของโรคได้ดี ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่การระบาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก และเป็นช่วงที่มีจำนวนผู้ป่วยเกิดขึ้นมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ประชาชนย่อมมีความกังวล บางท่านอาจจะรู้สึกกลัวการติดเชื้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมีการเสนอข่าวการแพร่ระบาดและผู้เสียชีวิตในต่างประเทศจำนวนมาก รวมถึงมีข่าวสารมากมายที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง ได้ส่งถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว

ในข่าวสารเหล่านั้นบางส่วนก็ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความตระหนกแตกตื่น จึงเริ่มมีการกักตุนหน้ากากอนามัย และสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งไม่มีความจำเป็น

นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ จนถึงวันนี้ รัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ร่วมมือร่วมใจทำงาน ในการคัดกรองผู้ป่วยตามมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสิ่งที่ต้องการขอความร่วมมือจากประชาชน นั้น ได้แก่

  • งดการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานี้
  • กรณีกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยงต้องกักตัว อย่างเคร่งครัด 14 วัน
  • รักษาสุขอนามัยส่วนตัว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะมีโอกาสจะแพร่เชื้อ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัย
  • อย่ากักตุนของ อย่าวิตก กังวลจนเกินไป ขอให้มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล
  • ขอความร่วมมือผู้ที่ยังไม่มีอาการ ไม่มีประวัติเสี่ยงติดเชื้อ และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องตรวจ ก็ขอให้สังเกตอาการต่อไป เพื่อไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และจะได้มีชุดตรวจเพียงพอสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เท่านั้น
  • ขอความร่วมมือหยุดการกระจายข่าวที่ไม่เป็นความจริง สร้างความแตกตื่นให้ประชาชน และก่อนจะมีการกระจายข่าวใดๆ ขอให้มีการตรวจสอบความถูกต้องก่อน

“การระบาดของโรคนี้ยังคงดำเนินไปอีกระยะหนึ่ง ผมรู้ว่าพวกเราทุกคนต้องลำบาก ต้องเจ็บปวด แต่เราต้องอดทนร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ผมขอขอบคุณผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายและประชาชนทุกคน ประเทศไทยต้องชนะ”

สเปนสั่งปิดเมือง หนีการระบาดโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปิดเมืองดังกล่าวกำหนดเวลาราว 15 วัน
  • คำสั่งนี้ทุกคนต้องอยู่ในบ้าน
  • จะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านก็ต่อเมื่อไปซื้ออาหารและยา ไปทำงาน

นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวในวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ประชาชน 47 ล้านคนในสเปน จะอยู่ภายใต้การปิดเมืองบางส่วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะฉุกเฉิน 15 วัน เพื่อสู้กับการระบาดของโควิด-19

ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ชาวสเปนทุกคนต้องอยู่ในบ้าน และจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านก็ต่อเมื่อไปซื้ออาหารและยา ไปทำงาน ไปโรงพยาบาล ธนาคาร หรือเป็นการเดินทางที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุและเด็ก

โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหมดจะถูกปิด รวมทั้งร้านอาหาร บาร์ โรงแรม และกิจกรรมสันทนาการ เช่น โรงภาพยนตร์ สระว่ายน้ำ และสนามฟุตบอล ก็จะถูกปิด การขนส่งสาธารณะจะถูกลดการให้บริการ โดยผู้ให้บริการรถไฟในระยะทางปานกลาง จะถูกสั่งให้ลดบริการลง

นายซานเชซ กล่าวว่า เขาตระหนักว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผลกระทบขนาดใหญ่ต่อพลเมืองและธุรกิจ แต่สัญญาว่ารัฐบาลสเปนจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อบรรเทาผลกระทบนั้น สเปนนับเป็นประเทศในยุโรปลำดับสอง รองจากอิตาลี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด โดยมีเคสที่ยืนยัน 7,988 เคส และมีผู้เสียชีวิต 292 คน