สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 11/03/2563 | 11.09 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📌 สถานการณ์ในไทย

  • พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 6 ราย

▪️ รายที่ 1 เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชายไทย อายุ 21 ปี เริ่มป่วยวันที่ 8 มี.ค. 2563 ไข้ มีน้ำมูก ปวดศรีษะ ตรวจผลแล็บ 2 ที่ผลตรงกันว่า “ติดเชื้อไวรัสโควิด-19” เข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ

▪️ รายที่ 2 ชายไทย อายุ 40 ปี ทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มป่วยวันที่ 7 มี.ค. 2563 (รายแรกกับรายที่สอง ไม่ได้ทำงานจุดเดียวกัน แต่มีประวัติเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ) และมีการสัมผัสสิ่งของที่เป็นสัมภาระ ตอนนี้เข้ารักษาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในวันที่ 9 มี.ค. 2563

▪️ รายที่ 3 ชายไทย อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เริ่มป่วยวันที่ 25 ก.พ. 2563 รักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แพทย์ได้เอ๊กซ์เรย์พบว่าปอดอักเสบ “เข้าได้กับนิยามปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ” และตรวจผลแล็บพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ปัจจุบันรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร (ประวัติมีเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆพบชาวต่างชาติ เราไม่สามารถระบุคนชัดๆว่าเป็นคนใด)

▪️ รายที่ 4 หญิงไทย อายุ 27 ปี รายนี้เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2563 อาการไข้ ไอ มีน้ำมูก
ปัจจุบันได้ส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2563

▪️ รายที่ 5 ชายไทย อายุ 40 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2563 ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ

▪️ รายที่ 6 ชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี เจ้าของกิจการในกรุงเทพฯ เริ่มป่วย วันที่ 6 มี.ค. 2563 อาการไข้ ไอ ปวดเปื่อยตามตัวในวันที่ 9 มี.ค. 2563 ปัจจุบันรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร

“วันนี้เรารู้ว่าพบผู้ป่วยมากขึ้นมาจากขยายวงกว้างในการเฝ้าระวังเพราะพบได้ค่อนข้างเร็ว”

  • เพิ่มผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย
  • รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 34 ราย
  • รวมรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 24 ราย
  • รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย
  • รวมผู้ป่วยสะสม 59 ราย

📌 กรณีสอบถามเข้ามา

  • พนักงานของบริษัทชาวสิงคโปร์ ที่มีรายงานว่าติดเชื้อโควิด-19 พบข้อมูลว่ามีทำงานที่ไทยแค่วันเดียว คือ วันที่ 5 มี.ค. 2563 แล้วกลับวันที่ 6 มี.ค. 2563 และในวันที่ 7 มี.ค. 2563 ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคโควิด-19 “ซึ่งถ้าดูระยะฟักตัวของโรคนี้ ต้องได้รับเชื้อมาก่อนหน้านั้น” (คนนี้มีประวัติเดินทางไปประเทศอังกฤษด้วย)
  • ผลการสอบสวนผู้สัมผัสใกล้ชิดในที่ทำงาน จำนวน 84 คน ไม่มีใครป่วย และ”ไม่พบเชื้อไวรัส”
  • สรุปได้ว่าไม่ได้ติดเชื้อในประเทศไทยและไม่ได้แพร่เชื้อให้ใคร (ปัจจุบันรักษาตัวในประเทศสิงคโปร์)

📌 เรื่องหน้ากากผ้า (ผ้าสำหรับทำหน้ากาก)

  • ผ้านาโน
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน
  • ผ้าฝ้ายดิบ
  • ผ้าสาลู
  • ผ้ายืด

▪️ ผลกาารทดลอง (ผ้า)

  • คุณสมบัติป้องกันอนุภาคขนาดเล็ก
    ▪️ ได้ดี คือ ผ้าฝ้ายดิบ ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้านาโน
    ▪️ ดีที่สุด คือ ผ้านาโน ผ้าฝ้ายมัสลิน
  • คุณสมบัติซึมผ่านน้ำ
    ▪️ กักน้ำได้ดี คือ ผ้าสาลู ผ้าฝ้ายมัสลิน
  • คุณสมบัติซักล้าง
    ▪️ ผ้านาโน ซักไป 10 ครั้ง เริ่มเสื่อมสภาพ
    ▪️ ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้าสาลู ซักไป 100 ครั้ง คุณสมบัติยังดีอยู่

“สรุป! ผ้าที่เหมาะที่ทำหน้ากากผ้า คือ ผ้าฝ้ายมัสลิน”

“ย้ำอีกครั้ง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี”

📌 อัปเดต ผู้ป่วยรายที่รับมาจากโรงพยาบาลเลิดสิน มารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี ตอนนี้ผลการตรวจเชื้อ “ไม่พบเชื้อแล้ว” กำลังฟื้นฟูอาการและรอกลับบ้าน

📌 เรื่องขอยา

  • กำลังหารือกำหนดหลักเกณฑ์การให้ยา และกำลังกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ
  • ยาที่มีอยู่ คือ ฟาวิพิราเวียร์ ก็กำลังเตรียมการกระจายให้โรงพยาบาล

📌 เรื่องย้ำๆ

  • หากไม่อยากให้เกิดระบาดเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องช่วยกัน ป้องกัน ซึ่งประชาชนทุกคนสำคัญมาก
  • กรณี #ผีน้อย 80 รายที่หนีไปก่อนหน้านี้ ตามตัวได้หมดแล้ว ต้องขอบคุณญาติ/พี่น้อง/พ่อแม่ และผู้เกี่ยวข้องที่ช่วย ให้ติดตามตัวได้จนครบ
  • ประเทศไทย ยังอยู่ในระยะที่ 2

📌 แรงงานไทยนอกระบบจากเกาหลีใต้

  • ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ขณะมีจำนวน 241 คน ชาย 104 คน หญิง 137 คน
  • กลุ่มที่ดูแลพิเศษ คนเล็ก 5 คน หญิงตั้งครรภ์ 6 คน มีโรคประจำตัว 18 คน
  • ทุกคนมีอาการที่ดี ไม่มีไข้ ยังดูในการดูแลต่อไปจนกว่าครบกำหนด

📌 เรื่องประชาชนห่วงใยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

  • ขอบคุณทุกคนที่ความห่วงใย ส่งกำลังใจเข้ามา
  • ขณะนี้หน้ากากอนามัย ที่ได้จัดสรรจากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข
    ได้ส่งไปในโรงพยาบาลต่างๆแล้ว ส่วนใหญ่ได้รับแล้ว
  • ขอให้พี่น้องอุ่นใจได้นะครับ

📌 กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • หากมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง คือ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ใต้หวัน สเปน ก็จะให้กักตัว 14 วัน ในที่ที่สามารถติดตามตัวได้, สังเกตอาการตนเอง
  • ประเทศสเปน จำนวนผู้ป่วยเพิ่มเร็ว สถานการณ์เกิดการระบาดต่อเนื่อง คาดว่าจะไม่หยุดง่ายๆ มีผู้ป่วยเกิน 1 พัน ระบาดต่อเนื่อง เกิน 2 สัปดาห์
    ดังนั้น สเปน จึงถือเป็นอีกหนึ่งประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้เลี่ยงการเดินทาง

📌 กรณีเจ้าหน้าที่ ตม.

  • แนะนำให้ป้องกันตนเอง สำคัญที่สุดคือการล้างมือ เนื่องจากจำเป็นต้องสัมผัสสิ่งของจากผู้เดินทาง
  • ต้องไม่จับส่วนต่างๆ ใบหน้า / สวมหน้ากาก

สั่งเด้ง-ตั้งกรรมสอบ ตร.ในคลิปฉาว จับผู้หญิง-เด็ก รีดไถเรียกเงิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาเหตุจากหญิงไม่มีบัตรประชาชน มีแต่บัตรต่างด้าว
  • ด้าน ผบ.ตร. ยันหากผิดจริง ต้องถูกดำเนินคดีเด็ดขาด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีการนำเสนอข่าว ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์เฟสบุ๊ค ระบุข้อความ “เงินเดือนพวกคุณไม่พอใช้หรือครับ ถึงได้จับเด็กและผู้หญิง มาข่มขู่ รีดไถ เป็นเงินสามแสนบาท ” พร้อมชื่อของสถานีตำรวจในพื้นที่และคลิปวิดีโอ ซึ่งปรากฏในโซลเชียลมิเดียนั้น

ได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ว่าจากการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวพบว่ามีมูลความผิดวินัยร้ายแรง จึงได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 นาย

พร้อมให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ โดยให้ดำเนินการสอบสวนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนการดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหาย ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง กรรโชกทรัพย์ และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”

ซึ่งพนักงานสอบสวน จะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ภายในกรอบระยะเวลา แล้วส่งเรื่องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับตำรวจนอกรีตพวกนี้อย่างเด็ดขาด ในทุกฐานความผิด พร้อมทั้งลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างถึงที่สุด ฟันไม่เลี้ยง ไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างให้เสียกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี และให้ ความเป็นธรรมกับประชาชน

ไทยรู้สู้โควิด 4 ช่องทางการสื่อสาร จากกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มช่องทางการสื่อสารในชื่อ ไทยรู้สู้โควิด เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ ความรู้ คำแนะนำที่ถูกต้อง โดยมีทั้งหมด 4 ช่องทางด้วยกันและใช้ชื่อเดียวกันทั้งหมด มีช่องทางไหนบ้างไปอัปเดตกันค่ะ

ไทยรู้สู้โควิด ช่องทางการสื่อสาร จากกระทรวงสาธารณสุข

4 ช่องทางการสื่อสารให้ประชาชนติดตามสถานการการณ์ไวรัส โควิด-19 ได้แก่ ไลน์, ทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชั่นติ๊กต๊อก

1. ช่องทาง LINE

คลิก >> https://lin.ee/dAEig3e

2. ช่องทาง Twitter

คลิก >> https://twitter.com/thaimoph

ภาพบนทวิตเตอร์

3. ช่องทาง Facebook

คลิก >> https://www.facebook.com/thaimoph

ภาพหน้าเฟซบุ๊ก

4. ช่องทาง TikTok

คลิก >> https://vt.tiktok.com/jcvfwN/

ภาพบนแอปพลิเคชั่นติ๊กต๊อก

ทุกคนสามารถเข้าไปกดติดตามช่องทางต่าง ๆ เพื่ออัปเดตสถานการณ์และรับข้อมูล คำแนะนำที่ถูกต้องกันได้นะคะ