พีท ทองเจือ-เล็ก ไอศูรย์ โผล่แจงยันไม่เกี่ยวข้องขบวนกักตุนหน้ากากอนามัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยืนยันเป็นเรื่องเข้าใจผิด และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ขอความเป็นธรรมจากข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นด้วย

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิปกลุ่มคนสนิทของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการกักตุนหน้ากากอนามัยในช่วงที่เกิดวิกฤติขาดแคลนอยู่ในขณะนี้

ก่อนที่ รมช. รายดังกล่าวจะออกมาแลถงข่าวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิป ขณะเดียวกันก็มีภาพของพระเอกชื่อดัง พีท ทองเจือ และ เล็ก ไอศูรย์ ที่โผล่มาในคลิปดังกล่าวด้วย จนทำให้มีคนตั้งข้อสงสัยว่า 2 คนอาจมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำในครั้งนี้นั้น

ล่าสุดทาง พีท ทองเจือ และ เล็ก ไอศูรย์ ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการโหนกระแสทางช่อง 3 ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยแต่อย่างใด

โดย พีท ทองเจือ เผยว่า ตนขอความเป็นธรรม ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งภาพที่ตนปรากฏอยู่ในคลิปเกิดขึ้นในช่วงที่ตนไปถ่ายละครที่พัทยาพอดี จังหวะนั้นชายที่ถ่ายคลิปหมุนกล้องมาหาตนพอดี เพื่อเป็นการไม่ให้เสียมารยาทจึงกล่าวทักทายชาวพัทยาไปดังกล่าว

ทั้งนี้อยากฝากรัฐบาลเอาผิดกับคนกลุ่มนี้ให้ถึงที่สุด เพราะการกักตุนหน้ากากอนามัยในช่วงขาดแคลนถือว่าไม่เหมาะสม

ด้าน เล็ก ไอศูรย์ ก็เผยผ่านรายการดังกล่าวเช่นเดียวกันว่า ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีดังกล่าว แต่ยอมรับว่ารู้จักกับคนในคลิป เป็นเพียงแค่ช่วยคนรู้จักโปรโมทเท่านั้น

ซึ่งหลังเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้คุยดันเลย อีกทั้งไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายหน้ากากอนามัย เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะตอนนี้ถูกเหมารวมไปแล้ว ทั้งๆ ที่ตนเป็นผู้บริสุทธิ์

อู่ฮั่น สั่งปิดรพ.ชั่วคราวแล้ว 11 แห่งหลังสถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลังผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาหายแล้ว ได้ถูกปล่อยตัวกลับบ้าน
  • ขณะที่ทางการได้สั่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อเต็มรูปแบบเพื่อคืนสถานที่

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ที่ผ่านมา โรงพยาบาลชั่วคราวหลายแห่งที่ถูกดัดแปลงมาจากศูนย์การกีฬาอู่ฮั่นปิด ทำการอย่างเป็นทางการ หลังผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ที่หายดีกลุ่มสุดท้ายได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านแล้ว โดยขณะนี้โรงพยาบาลชั่วคราวดังกล่าวอยู่ระหว่างการฆ่าเชื้อโรคอย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทุกรายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลชั่วคราว “ห้องนั่งเล่นอู่ฮั่น” (Wuhan Livingroom) ได้ถูกปล่อยตัวกลับบ้านหรือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ แล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเสาร์ (7 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดในท้องถิ่นมีแนวโน้มดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีนและศูนย์กลางการระบาดของโรค ได้ปิดโรงพยาบาลชั่วคราวที่ถูกดัดแปลงจากสถานที่อำนวยความสะดวกสาธารณะเพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาการไม่รุนแรงลงแล้ว 11 แห่ง

ข้อมูลข่าวจาก www.xinhuathai.com

ภาพห้องประชุม พระสุริยัน ในรัฐสภา หลังก่อสร้างแล้ว 95%

ประเด็นน่าสนใจ

  • ห้องพระสุริยัน เป็นห้องประชุมใหญ่ของสภาฯ 
  • รองรับ  ส.ส. และ ส.ว.ได้ 800 ที่นั่ง   และที่สำหรับประชาชนที่เข้าชมการประชุมอีก 350 ที่นั่ง
  • คาดเปิดใช้ได้ในการเปิดสมัยประชุมเดือนพฤษภาคมนี้

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วันนี้ (9 มี.ค. 63) นายอนันต์ ผลอำนวย ประธานคณะ กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมด้วยคณะ กมธ. นำคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมตรวจความเรียบร้อยการก่อสร้างอาคารรัฐสภา และห้องประชุมพระสุริยัน

เพื่อเตรียมการรองรับการย้ายที่ทำการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยห้องประชุมใหญ่ของสภาฯ หรือเรียกว่า ‘พระสุริยัน’ มีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 95%  อยู่ระหว่างปรับปรุงเพิ่มเติมบันไดหน้าบัลลังก์ประธานรัฐสภา

ทั้งนี้ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยว่า ยอมรับว่าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยังมีปัญหาเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้ไฟจำนวนมากและมีราคาค่อนข้างสูง หากเปิดใช้ทั้งระบบเต็มรูปแบบมีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 425 ล้านบาท

จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ เช่น การเปิดใช้พื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม หรือเปิดให้เช่าพื้นที่จัดงานเลี้ยง งานประชุม งานสัมมนา หรืองานแต่งงานเป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขกฎหมายให้รองรับต่อไป

สำหรับห้องประชุมพระสุริยัน  สามารถรองรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( ส.ส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ 800 ที่นั่ง  คณะรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ 59 ที่นั่ง  และที่สำหรับประชาชนที่เข้าชมการประชุมอีก 350 ที่นั่ง 

สามารถใช้ประชุมได้ทันในการเปิดสมัยประชุมเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ 100% รวมทั้งหากมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญขึ้นในสัปดาห์หน้าก็คงจะไม่ทันเช่นกัน ส่วนการเคลื่อนย้ายสำนักงานต่างๆ จากฝั่งวุฒิสภานั้น จะเป็นการเคลื่อนย้ายเพียงชั่วคราวก่อน จนกว่าห้องและสถานที่จริงจะเสร็จสมบูรณ์