การบินไทย แจงปมพบผู้ป่วยไวรัสโควิด 19 บนเที่ยวบิน กรุงเทพ-บริสเบน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยเป็นต่างชาติไม่ใช่คนไทย
  • เบื้องต้นส่งข้อมูลให้ออสเตรเลียตามร้องขอแล้ว
  • ขณะเดียวกันส่งกักตัวลูกเรือ และทำความสะอาดเครื่องบินแล้ว

เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับทราบจากทางการออสเตรเลียในกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 1 คน

มีประวัติการเดินทางในเที่ยวบินทีจี 473 กรุงเทพฯ-บริสเบน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 ซึ่งบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดโดยให้ความร่วมมือส่งมอบข้อมูลของผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว ตามที่ทางการออสเตรเลียร้องขอ

ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการปฎิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning ในอากาศยานอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่ผู้โดยสารชาวไทย โดยเบื้องต้นทางการออสเตรเลียได้ขอรายชื่อที่อยู่ผู้โดยสารที่นั่งบริเวณแถวหน้า แถวหลัง และแถวเดียวกับผู้โดยสารในเที่ยวบินทีจี 473 กรุงเทพฯ-บริสเบนไปแล้ว

เพื่อนำไปใช้ในการติดตามพฤติกรรมและเฝ้าระวังโรค และในขั้นตอนต่อไปคาดว่าจะต้องมีการกักตัวลูกเรือในเที่ยวบิน ทีจี 473 กรุงเทพฯ-บริสเบน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 เพื่อเฝ้าระวังต่อไป

สธ. ขู่ผีน้อย หลบหนีไม่กักตัว เจอคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยตัวเลขแรงงานที่ยังไม่รายงานตัวมี 70 คน
  • เผยให้เวลา 3 วัน รายงานตัวพบ จนท. ก่อนจัดการขั้นเด็ดขาด

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าขณะนี้แรงงานไทยที่กลับจากเกาหลีใต้จำนวน 60 คน ได้เข้าสู่กระบวนการคัดแยก และเฝ้าดูอาการ การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาคารรับรองสัตหีบ ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเวลา 14 วันแล้ว

โดยแบ่งเป็นชาย 27 คน และหญิง 33 คน ในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครรภ์ 3 คน และ อีก 2 คน ที่กลับมาจากเมืองแทกูและจังหวัดคย็องซัง จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศ

ส่วนแรงงานไทยที่หลบหนีจากการถูกกักตัวประมาณ 70 คนนั้น ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว

พร้อมขอให้เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดภายใน 3 วันจะถือว่าไม่มีความผิด แต่หากไม่ให้ความร่วมมือ จะต้องถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ทันทีโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท 

รัฐบาล ยันกระจายทั่วถึงหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์-ปชช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยส่งต่อได้ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน
  • ขู่หากพบขายหน้ากากอนามัยเกินราคา จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นช่องทางแจ้งข่าวสารจากรัฐบาลถึงประชาชน ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าการจัดสรรหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วประเทศ ในการสู้วิกฤติไวรัสโควิด-19 ทหลังจากพบว่า หน้ากากอนามัยซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางแพทย์ที่สำคัญกำลังขาดแคลนอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ว่า

รัฐบาลเร่งกระจายหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ 1,200,000 ชิ้น/วัน ให้บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานสาธารณสุข 700,000 ชิ้น/วัน และประชาชนทั่วไป 500,000 ชิ้น/วัน

โดยจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ และร้านธงฟ้า และช่องทางที่เพิ่มเข้ามาใหม่ คือรถโมบายธงฟ้า 111 คัน แยกเป็นกรุงเทพฯ 21 คัน และต่างจังหวัด 90 คัน

สำหรับมาตรการในการควบคุมราคาหน้ากากอนามัยนั้น ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 63 เป็นต้นไป จะต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท หากขายเกินราคา จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และหากพบการกักตุนหน้ากากอนามัย จะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569