อัปเดต! โควิด-19 ในไทย (28/04/63)

28 เมษายน 2563 เวลา 11:30 น. ข้อมูลจากศูนย์ COVID-19 (ศบค.) เผยข้อมูลตัวเลขมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 7 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในไทยวันนี้มีทั้งหมด 2,938 ราย

ผู้ป่วย โควิด-19 รายใหม่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย/สถานที่ที่พบผู้ป่วย 5 ราย

  • ภูเก็ต 3 ราย
  • กรุงเทพฯ 1 ราย
  • นครราชสีมา 1 ราย

กลุ่มที่ 2 ไปสถานที่ชุมชนแออัด

  • 1 ราย (กรุงเทพฯ)

กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อ” อยู่ระหว่างสอบสวนโรค

  • เป็นคนจีน (กรุงเทพฯ) ได้รับการรักษาแล้ว

รายงานผู้ป่วยช่วง 7 วันที่ผ่านมา จำนวน 12 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ
  2. ชลบุรี
  3. นครปฐม
  4. ปทุมธานี
  5. อยุธยา
  6. สมุทรปราการ
  7. สุพรรณบุรี
  8. นครราชสีมา
  9. ชุมพร
  10. ภูเก็ต
  11. ยะลา
  12. สงขลา

ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน จำนวน 10 จังหวัด

  1. กำแพงเพชร
  2. ชัยนาท
  3. ตราด
  4. น่าน
  5. บึงกาฬ
  6. พิจิตร
  7. ระนอง
  8. สิงห์บุรี
  9. อ่างทอง
  10. สตูล

สรุปยอด

  • ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย
  • รวมผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,938 ราย
  • ยังรักษาอยู่ใน ร.พ. 232 ราย
  • เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวม 54 ราย
  • รักษาหายเพิ่ม 43 ราย
  • รวมรักษาหายเเล้ว 2,652 ราย

หมายเหตุ! การแจ้งยอดผู้ป่วย

  • ข้อมูลทางสาธารณสุขจังหวัด มีความรวดเร็วกว่าทางส่วนกลาง เพราะสามารถแจ้งได้เลยทันที
  • ข้อมูลทางส่วนกลางต้องรอการแจ้งจากภูมิภาคอีกทีจึงล่าช้า

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

อัปเดต! โควิด-19 ทั่วโลก เกิน 3 ล้านคน | 28 เม.ย. 63

28 เม.ย. 63 จากข้อมูลผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ของศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ยอดทั่วโลกขณะนี้มีมากกว่า 3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตรวม 210,804 คน ไปอัปเดตกันว่าแต่ละประเทศมีสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?

อัปเดต! โควิด-19 ทั่วโลก 28 เม.ย. 63

  • ผู้ติดเชื้อทั่วโลก 3 ล้านคน เสียชีวิต 2 แสนคน และหายป่วย 8.7 แสนราย
  • สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 ล้านคน เสียชีวิต 5.6 หมื่นราย และหายป่วย 1.1 แสนราย
  • อิตาลีแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลง แต่ยอดผู้เสียชีวิตยังพุ่งเพิ่มขึ้น
  • อิหร่านมีผู้เสียชีวิตจากการกินแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกว่า 700 คน เพราะคิดว่าจะช่วยฆ่าเชื้อได้ ย้ำ กินแออลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไม่ได้
  • บราซิล วางแผนการเปิดธุรกิจบางส่วน รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลด้วย
  • ญี่ปุ่น มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 172 ราย รวมเป็น 13,613 ราย
  • เกาหลีใต้ พบผู้ป่วยเพิ่ม 14 ราย รวมสะสม 10,752 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 244 ราย และหายป่วยแล้ว 8,854 ราย
  • ลาวไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่อง 15 วันแล้ว
  • สิงคโปร์ ยอดผู้ติดเชื้อรวม 14,423 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย โดยทั้ง 2 รายเป็นชาวสิงคโปร์ อายุ 82 และ81 ปี

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

พนักงานเก็บขยะ สวมชุด PPE ป้องกันการติดเชื้อ หลังขยะเพิ่มขึ้น 6,300 ตันต่อวัน

หลังขยะพลาสติกเพิ่ม 6,300 ตันต่อวัน เนื่องมาจากผลของการอยู่บ้านช่วงโควิด-19 พนักงานเก็บขยะ จึงต้องสวมชุด PPE เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ขยะเพิ่มขึ้น/ปชช. บางส่วนไม่เข้าใจการแยกขยะ

พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ จากสำนักงานเขตพระนคร กทม. ต้องสวมชุด PPE พร้อมหน้ากากอนามัย เฟซชีลด์ ถุงมือและรองเท้าบูทอย่างรัดกุม ระหว่างตระเวนออกเก็บขยะในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เพราะพวกเขาต้องเสี่ยงต่อการสัมผัสคัดหลั่งหรือเชื้อโรคที่มาจากขยะอันตราย

เช่น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว รวมถึงกระดาษทิชชู่ ซึ่งถูกทิ้งรวมมากับขยะทั่วไป แม้ทางกรุงเทพฯ เพิ่มมาตรการด้วยการจัดวางถังขยะสีแดง เพื่อให้ประชาชนทิ้งหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะ แต่ก็พบว่าประชาชนบางส่วนยังไม่มีความเข้าใจและยังทิ้งขยะอื่นๆ รวมมาด้วย ซึ่งทำให้การจัดเก็บมีความยากลำบาก

หลายพื้นที่ใน กทม. พบปัญหาขยะพลาสติกเพิ่ม

ทั้งนี้ในหลายพื้นที่ใน กทม. ยังพบปัญหาขยะพลาสติกเพิ่ม จากธุรกิจรับส่งอาหารกำลังเฟื่องฟูสะท้อนคนสั่งอาหารมากขึ้นหลายเท่าตัวช่วงมาตรการล็อคดาวน์กรุงเทพ ฯ โดยก่อนหน้านี้ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาขยะหลายประเภทเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจาก 2 กลุ่มหลัก คือ

1. กลุ่มขยะจากการส่งอาหารออนไลน์

กลุ่มขยะจากการส่งอาหารออนไลน์ ผลจากมาตรการควบคุมโรค ทำให้ประชาชนอยู่บ้าน เลี่ยงการเดินทางจับจ่ายซื้อของ โดยประชาชนใช้วิธีสั่งอาหารให้พนักงานมาส่งที่บ้าน

2. ปริมาณขยะที่เกิดจากหน้ากากอนามัยใช้แล้ว

ปริมาณขยะที่เกิดจากหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ซึ่งถูกทิ้งอย่างถูกวิธีผ่านการทิ้งแบบคัดแยกขยะ มีจำนวนทั่วประเทศประมาณ 1.5 – 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. เพิ่มขึ้นถึง 150 ตันต่อวัน

อย่างไรก็ตาม กทม. จึงขอความร่วมมือประชาชน เมื่อต้องการทิ้งหน้ากากอนามัย เฟซชีลด์หรือทิชชู่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง ให้แยกใส่ถุงต่างหาก มัดปากถุงให้มิดชิดก่อนนำไปทิ้ง เพื่อลดความเสี่ยงของพนักงานเก็บขยะ รวมถึงเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อีกทางหนึ่งด้วย