สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 24/04/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔺 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันราย 15 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,840 – 2,854)
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 57 ของโลก
🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 60 ราย
⚫️ เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 9 ราย)

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ จำนวน 9 ราย

  • กรุงเทพฯ 4 ราย
  • ภูเก็ต 4 ราย
  • สงขลา 1 ราย
🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 6 ราย)

▪️ คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ จำนวน 1 ราย
▪️ ไปสถานที่ชุมนุมชน จำนวน 1 ราย

  • พบปทุมธานี ไปตลาดบางปะอิน ปทุมธานีคลอง 1

▪️ ค้นหาเชิงรุกในชุมชน จ.ยะลา (Active case finding) จำนวน 4 ราย

🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 0 ราย)

📍 ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 15 ราย วันนี้

  • กรุงเทพฯ 4 ราย
  • ภูเก็ต 4 ราย
  • ยะลา 4 ราย
  • สงขลา 1 ราย
  • ปทุมธานี 1 ราย
  • สมุทรปราการ 1 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,490 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 314 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 50 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,854 ราย

📍 จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการเฝ้าระวังและผู้ป่วยยืนยัน
วันที่ 1 มี.ค. – 23 เม.ย. 2563

  • ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ PUI 47,786 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 2,839 ราย
  • ผลบวก Positive Rate 5.94%

▪️ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2563 เปลี่ยนเกณฑ์การเฝ้าระวังผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ PUI 19,010 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 619 ราย
  • ผลบวก Positive Rate 3.26%

📍 ห้องตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการตรวจแบบ PCR

  • กรุงเทพฯ ตรวจได้ 10,000 ตัวอย่างต่อวัน
  • ต่างจังหวัด ตรวจได้ 10,000 ตัวอย่างต่อวัน 835 ตัวอย่าง/พื้นที่เขตสุขภาพ
  • ปัจจุบันได้รับการรับรองห้องตรวจเชื้อแล้ว 123 แห่ง (เป้าหมายให้ครบทุกจังหวัด)
  • กรุงเทพฯและปริมณฑล มีภาครัฐ 29 แห่ง ภาคเอกชน 25 แห่ง
  • ต่างจังหวัด มีภาครัฐ 60 แห่ง ภาคเอกชน 9 แห่ง

▪️ 10 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,854 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,457 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 3 ราย
  2. ภูเก็ต 200 ราย
  3. นนทบุรี 152 ราย
  4. สมุทรปราการ 111 ราย
  5. ยะลา 99 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  6. ชลบุรี 86 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 3 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 37 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 65 ราย

▪️ 10 อันดับ (อัตราการป่วยสูงสุด) จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,854 ราย 68 จังหวัด

▪️ จังหวัด : ต่อประชากร 1 แสนคน

  1. ภูเก็ต : 48.38
  2. กรุงเทพฯ : 25.69
  3. ยะลา : 18.53
  4. ปัตตานี : 10.95
  5. นนทบุรี : 12.10
  6. สมุทรปราการ : 8.31
  7. สตูล : 0
  8. ชลบุรี : 5.56
  9. สงขลา : 3.07
  10. ชุมพร : 4.11

▪️ พื่นที่พบผู้ป่วยสะสม

  • กรุงเทพฯและนนทบุรี 1,613 ราย
  • ภาคกลาง 365 ราย
  • ภาคใต้ 604 ราย
  • ภาคอีสาน 108 ราย
  • เหนือ 95 ราย

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 97 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 39 ปี

▪️ สูงสุดในกลุ่มอายุ

  • อายุ 20-29 ปี
  • จำนวน 694 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 1,506
  • หญิง 1,304

▪️ 10 จังหวัดที่ไม่มีรับรักษาผู้ป่วยมากก่อน (ขอชื่นชมจากใจ) 👏❤️

  1. กำแพงเพชร
  2. ชัยนาท
  3. ตราด
  4. น่าน
  5. บึงกาฬ
  6. พิจิตร
  7. ระนอง
  8. สิงห์บุรี
  9. อ่างทอง
  10. สตูล

📍 จังหวัดที่มี “ผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค” สะสมมากกว่า 1,000 ราย
(หมายเหตุ! กลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่ใช่กลุ่มที่ติดเชื้อ แต่เป็นกลุ่มที่เฝ้าระวังรอตรวจยืนยัน)

  • กรุงเทพฯ 11,665 ราย
  • ยะลา 4,448 ราย
  • นนทบุรี 3,630 ราย
  • ภูเก็ต 2,163 ราย
  • ชลบุรี 1,879 ราย
  • สมุทรปราการ 1,302 ราย

📍 จำนวนผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดช่วงเคอร์ฟิว ตั้งแต่ 3-22 เม.ย. 2563

  • รวมกลุ่ม ชุมนุม มั่วสุม 1,972 ราย
  • ผู้ชาย 1,352 ราย
  • ผู้หญิง 620 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 24/04/2563 | 11.30 น.
สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 24/04/2563 | 11.30 น.
สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 24/04/2563 | 11.30 น.
ข้อมูล : วช. 5G

ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี

กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี เริ่มให้บริการ 1 พ.ค. นี้

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ประกอบกับช่วงนี้มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ อาจเกิดความสับสนในการวินิจฉัยและการดูแลรักษา

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2563 1 พ.ค. – 31 ส.ค. 2563

ในปีนี้กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมีการรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น (จากเดือนมิถุนายน เป็นเดือนพฤษภาคม) เพื่อจะช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทันต่อสถานการณ์ ได้มีการรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2563 ในระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2563 จำนวน 4.11 ล้านโด๊ส เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่หากป่วยแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิต โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และสำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  • หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
  • เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)
  • ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
  • โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
  • ผู้มีโรคเรื้อรัง (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน)

โดยประชาชนกลุ่มเสี่ยง สามารถขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามวันและสถานที่ดังกล่าว

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ที่ติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ) ของผู้ป่วย ผ่านการไอหรือจามรดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน สำหรับกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 13 เมษายน 2563 มีรายงานผู้ป่วย 95,994 ราย ซึ่งสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ 0-4 ปี รองลงมาคือ อายุ 10-14 ปี และ 7-9 ปี ซึ่งเป็นอายุที่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน

ป้องกันตัวเองโดยยึดหลัก“ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด”

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก เช่น ห้างสรรพสินค้า และตลาด ซึ่งในช่วงนี้ควรงดจัดกิจกรรมและงานการแสดงต่างๆ และป้องกันตัวเองโดยยึดหลัก“ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่

  • ปิด คือปิดปากและปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง
  • ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได
  • เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • หยุด คือ เมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

หากมีอาการข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา ที่สถานพยาบาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

พยากรณ์อากาศ 24 เม.ย. 2563

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน-ร้อนจัดในหลายพื้นที่
  • ภาคอีสาน/เหนือ/กลาง/ตะวันออก รวมถึงกทม.-ปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อน เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง อาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น มีลูกเห็บตกบางพื้นที่
  • ขอให้ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก

ภาคเหนือ

  • อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป มีพายุฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่
  • มีลมกระโชกแรง มีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตากกำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • อุณหภูมิสูงสุด 37-43 องศาเซลเซียส

ภาคอีสาน

  • มีพายุฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นทีบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง

  • อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

ภาคตะวันออก

  • อากาศร้อน มีพายุฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

  • มีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ บริเวณจ.เพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ฯ และนครศรีฯ

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

  • มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

กรุงเทพและปริมณฑล

  • อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่