เริ่มวันนี้! ราชกิจจาฯ ประกาศ รถบรรทุกห้ามวิ่งใน กทม. ช่วงเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามรถบรรทุก 4 ล้อ 6 ล้อ และ 10 ล้อขึ้นไป เดินในเขตกรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

17 – 30 เม.ย. 2563 ห้ามรถบรรทุกวิ่งใน กทม. ช่วง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

ด้วยมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากมีการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค COVID-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค-30 เม.ย.2563 และได้มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 (ฉบับ 2) ลงวันที่ 2 เม.ย.2563 และ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 เม.ย.2563 กำหนดมาตรต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความเหมาะสมต่อระบบการขนส่งและการจราจรในห้วงระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 (38) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 และมาตรา 139 (1) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ประกอบกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 524/2562 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 18 ก.ย.2522 จึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้

1.ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามรถบรรทุก 4 ล้อ 6 ล้อ และ 10 ล้อขึ้นไป เดินในเขตกรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากมีการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563”

2.ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เม.ย.2563

3.ให้ยกเว้นการบังคับใช้ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร เฉพาะในส่วนห้ามการเดินรถ ดังต่อไปนี้

(1) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามเดินรถ และการห้ามจอดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถพ่วงในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2543
(2) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามเดินรถ และการห้ามจอดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถพ่วงในเขตกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543
(3) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามเดินรถ และการห้ามจอดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถพ่วงในเขตกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546
(4) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามเดินรถ และการห้ามจอดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถพ่วงในเขตกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2549
(5) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการห้ามรถบรรทุก 4 ล้อ และ 6 ล้อ เดินในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2552
(6) ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป เดิน และห้ามจอดรถในทางบางสาย พ.ศ.2561

ประกาศ ณ วันที่ 15 เม.ย.2563 พล.ต.อ.เอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร

สรุปแถลง ศบค. โควิด-19 วันที่ 17/04/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันราย 28 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,673 – 2,700)

🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 96 ราย
⚫️ เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย

⚫️ รายที่ 47 ผู้เสียชีวิต หญิงไทย อายุ 85 ปี อาชีพแม่บ้าน โรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

  • วันที่ 22 มี.ค. – 2 เม.ย. 2563 มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ กลับมารักษาอีกครั้งนึงที่โรงพยาบาลในชุมพร
  • วันที่ 12 เม.ย. 2563 มีอาการไข้ ไอ เหนื่อยหอบ แพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และได้เอกซเรย์ปอดพบว่าปอดอักเสบรุนแรง ต่อมาได้ตรวจว่าพบเชื้อไวรัสโควิด-19
  • วันที่ 15 เม.ย. 2563 มีอาการแย่ลง
  • วันที่ 16 เม.ย. 2563 ได้เสียชีวิต
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 16 ราย)

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ จำนวน 16 ราย

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 5 ราย)

▪️ ไปสถานที่ชุมนุมชน จำนวน 1 ราย
▪️ อาชีพเสี่ยง จำนวน 4 ราย
▪️ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ จำนวน 0 ราย

  • คนไทย 0 ราย
  • ชาวต่างชาติ 0 ราย

▪️ บคลากรทางการแพทย์ จำนวน 0 ราย
▪️ ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (เข้าสถานที่กักกันโรค State Quarantine) จำนวน 0 ราย

🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 7 ราย)
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 1,689 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 964 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 47 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,700 ราย

▪️ 10 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,700 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,371 ราย
  2. ภูเก็ต 192 ราย
  3. นนทบุรี 148 ราย
  4. สมุทรปราการ 108 ราย
  5. ยะลา 99 ราย
  6. ปัตตานี 87 ราย
  7. ชลบุรี 81 ราย
  8. สงขลา 56 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 33 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 68 ราย

▪️ 10 อันดับ (อัตราการป่วยสูงสุด) จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,700 ราย 68 จังหวัด

▪️ จังหวัด : ต่อประชากร 1 แสนคน

  1. ภูเก็ต : 46.44
  2. กรุงเทพฯ : 24.17
  3. ยะลา : 18.53
  4. ปัตตานี : 12.06
  5. นนทบุรี : 11.78
  6. สมุทรปราการ : 8.09
  7. สตูล (จากอินโดนีเซีย) : 5.58
  8. ชลบุรี : 5.24
  9. สงขลา : 3.90
  10. นราธิวาส : 3.73

▪️ 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมากก่อน (ขอชื่นชมจากใจ) 👏❤️

  • กำแพงเพชร
  • ชัยนาท
  • ตราด
  • น่าน
  • บึงกาฬ
  • พิจิตร
  • ระนอง
  • สิงห์บุรี
  • อ่างทอง

▪️ พื่นที่พบผู้ป่วยสะสม

  • กรุงเทพฯและนนทบุรี 1,522 ราย
  • ภาคกลาง 344 ราย
  • ภาคใต้ 558 ราย
  • ภาคอีสาน 108 ราย
  • เหนือ 95 ราย

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 97 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 40 ปี
    .
    ▪️ สูงสุดในกลุ่มอายุ
  • อายุ 20-29 ปี
  • จำนวน 555 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 1,413
  • หญิง 1,202

📍 27 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย ในช่วง 14 วัน
(ขอชื่นชม 👏) “ข้อมูล 3-16 เม.ย. 2563”

  1. เชียงราย
  2. เพชรบุรี
  3. เพชรบูรณ์
  4. แพร่
  5. แม่ฮ่องสอน
  6. กาญจนบุรี
  7. จันทบุรี
  8. นครนายก
  9. บุรีรัมย์
  10. มหาสารคาม
  11. มุกดาหาร
  12. ยโสธร
  13. ร้อยเอ็ด
  14. ราชบุรี
  15. ลพบุรี
  16. ลำพูน
  17. ศรีสะเกษ
  18. สมุทรสงคราม
  19. สระบุรี
  20. สุโขทัย
  21. หนองบัวลำภู
  22. อำนาจเจริญ
  23. อุดรธานี
  24. อุตรดิตถ์
  25. อุทัยธานี
  26. หนองคาย
  27. กาฬสินธุ์

📍 อัปเดต! จัดส่งหน้ากากอนามัย ของกระทรวงสาธารณสุข
ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2563

  • จำนวนรับเข้า 22,493,500 ชิ้น
  • ระหว่างจัดส่ง 997,050 ชิ้น
  • จัดส่งแล้วทั้งหมด 21,496,450 ชิ้น

📍 WHO ชี้ต้องมี 6 ข้อนี้ “ถ้ายกเลิกการล็อกดาวน์” ช่วงโควิด-19

  1. สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศได้แล้ว
  2. ระบบสุขภาพต้องสามารถ “ตรวจหาผู้มีอาการของโรค ตรวจหาเชื้อ แยกตัวและทำการรักษา พร้อมทั้งทำการสอบสวนโรค”
  3. มีความเสี่ยงระดับน้อยที่สุดในสถานที่เสี่ยงภัยมากที่สุด เช่น บ้านพักคนชรา
  4. โรงเรียน สำนักงาน และสถานที่สาธารณะต่างๆ ต้อมมีมาตรการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ
  5. สามารถจัดการความเสี่ยงของโรคจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศได้
  6. คนในชุมชนต้องมีความรู้ มีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนให้มีชีวิตอยู่ภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการเกิดโรค

📍 ตัวอย่างการผ่อนคลายมาตรการกึ่งล็อคดาวน์
เช่น การเปิดร้านตัดผม

▪️ คำแนะนำ “ผู้ประกอบการ”

  • ด้านสถานที่ : จัดที่นั่ง ที่นอนสระผม ให้ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร และไม่ให้มีที่นั่งรอในร้าน แต่ใช้บัตรคิวแทน
  • ด้านระยะเวลา : ให้บริการที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เช่น สระผม ตัดผม เท่านั้น
  • ด้านบริการ : งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ เช่น อุปกรณ์แต่งหน้า
  • พนักงาน : ใส่หน้ากากผ้าทุกคน ล้างมือทุกครั้งที่ให้บริการลูกค้าแต่ละราย ให้พนักงานหยุดงาน เมื่อมีอาการไข้ หรือ อาการทางเดินหายใจ
  • การทำความสะอาด : ล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำและผงซักฟอกทุกครั้งให้บริการลูกค้าแต่ละราย เช็ดพื้นผิวสัมผัสทุกชั่วโมงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์บริเวณทางเข้าร้าน

▪️ คำแนะนำ “ผู้รับบริการ”

  • ใส่หน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในร้านตัดผม
  • ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าร้าน

📍 เที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทย
“นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา”

  • วันที่ 17 เม.ย. 2563 จำนวน 132 ราย เวลา 21.45น.
  • วันที่ 18 เม.ย. 2563 จำนวน 131 ราย เวลา 21.45น.
  • วันที่ 19 เม.ย. 2563 จำนวน 161 ราย เวลา 11.15น.

📍 รายงานการกระทำความผิดแยกตามพื้นที่
ข้อมูล ณ วันที่ 16 เม.ย. 2563 (ฝ่าฝืน พ.ร.ก. 751 คน)

▪️ กรุงเทพฯ : ออกนอกเคหสถาน 37 ราย รวมกลุ่ม มั่วสุม 11 ราย
▪️ ภาคเหนือ : ออกนอกเคหสถาน 71 ราย รวมกลุ่ม มั่วสุม 26 ราย

  • อันดับ 1 คือ เชียงใหม่
  • ออกนอกเคหสถาน 20 ราย
  • รวมกลุ่ม มั่วสุม 7 ราย

▪️ ภาคใต้ : ออกนอกเคหสถาน 78 ราย รวมกลุ่ม มั่วสุม 0 ราย

  • อันดับ 1 คือ ภูเก็ต
  • ออกนอกเคหสถาน 14 ราย
  • รวมกลุ่ม มั่วสุม 0 ราย

▪️ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ออกนอกเคหสถาน 74 ราย รวมกลุ่ม มั่วสุม 28 ราย

  • อันดับ 1 คือ นครราชสีมา
  • ออกนอกเคหสถาน 13 ราย
  • รวมกลุ่ม มั่วสุม 0 ราย

▪️ ภาคกลาง : ออกนอกเคหสถาน 382 ราย รวมกลุ่ม มั่วสุม 44 ราย

  • อันดับ 1 คือ ชลบุรี
  • ออกนอกเคหสถาน 76 ราย
  • รวมกลุ่ม มั่วสุม 0 ราย

📍 10 อันดับ (สูงสุด)
ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน และ ประกาศห้ามรวมกลุ่มชุมนุม มั่วสุม
ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2563 เวลา 08.00 น.

  1. ชลบุรี จำนวน 76
  2. นนทบุรี จำนวน 61
  3. ปทุมธานี จำนวน 45
  4. กรุงเทพฯ จำนวน 37
  5. สมุทรสาคร จำนวน 25
  6. สมุทรปราการ จำนวน 25
  7. สระบุรี จำนวน 20
  8. เชียงใหม่ จำนวน 20
  9. ลพบุรี 18
  10. สงขลา จำนวน 18

📍 10 อันดับ (ต่ำสุด)
ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน และ ประกาศห้ามรวมกลุ่มชุมนุม มั่วสุม
ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2563 เวลา 08.00 น.

  1. มหาสารคาม จำนวน 0
  2. หนองคาย จำนวน 0
  3. แม่ฮ่องสอน จำนวน 0
  4. พิจิตร จำนวน 0
  5. พังงา จำนวน 0
  6. ระนอง จำนวน 0
  7. เพชรบุรี จำนวน 0
  8. ยโสธร จำนวน 1
  9. อำนาจเจริญ 1
  10. ศรีสะเกษ จำนวน 1

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลง ศบค. โควิด-19 วันที่ 17/04/2563 | 11.30 น.
สรุปแถลง ศบค. โควิด-19 วันที่ 17/04/2563 | 11.30 น.

จังหวัดยอดสูงสุด-ผู้ป่วยรายใหม่ โควิด-19| 17/04/63 เวลา 11:30 น.

17 เมษายน 2563 เวลา 11:30 น.ข้อมูลจากศูนย์ COVID-19 (ศบค.) เผยข้อมูลตัวเลขมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ทั้งหมด 28 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในไทยวันนี้มีทั้งหมด 2,700 ราย โดยสรุปข้อมูลต่อไปนี้ มี 10 จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด และมี 9 จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19

10 จังหวัดที่พบผู้ป่วย โควิด-19 สูงสุด

  1. กรุงเทพฯ 1,371 ราย
  2. ภูเก็ต 192 ราย
  3. นนทบุรี 148 ราย
  4. สมุทรปราการ 108 ราย
  5. ยะลา 99 ราย
  6. ปัตตานี 87 ราย
  7. ชลบุรี 81 ราย
  8. สงขลา 56 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 33 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 68 ราย

9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย

  1. กำแพงเพชร
  2. ชัยนาท
  3. ตราด
  4. น่าน
  5. บึงกาฬ
  6. พิจิตร
  7. ระนอง
  8. สิงห์บุรี
  9. อ่างทอง

สรุปยอดวันนี้

  • ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 1,689 ราย
  • ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 964 ราย
  • ผู้ป่วยเสียชีวิต 47 ราย
  • ผู้ป่วยสะสม 2,700 ราย

หมายเหตุ! การแจ้งยอดผู้ป่วย

  • ข้อมูลทางสาธารณสุขจังหวัด มีความรวดเร็วกว่าทางส่วนกลาง เพราะสามารถแจ้งได้เลยทันที
  • ข้อมูลทางส่วนกลางต้องรอการแจ้งจากภูมิภาคอีกทีจึงล่าช้า

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19