สรุปแถลง ศบค. โควิด-19 วันที่ 11/04/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันราย 45 ราย พบใน 68 จังหวัด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,474 – 2,518)

🔸 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 122 ราย
🔸 เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย

▪️ รายที่ 34 ผู้เสียชีวิต ชายไทย อายุ 46 ปี อาชีพพนักงานโรงรับจำนำ มีโรคประจำตัว คือ โรคอ้วน มีประวัติอาศัยอยู่กับแม่ และน้องสาว ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน

  • มีอาการป่วยไข้สูง 39.0 ไอ เข้าการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกุงเทพฯ
  • วันที่ 1 เม.ย. 2563 แพทย์ได้ส่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A,B ได้ผลลบ และส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 “ผลออกมาว่าพบเชื้อ”
  • วันที่ 9 เม.ย. 2563 ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
  • วันที่ 9 เม.ย. 2563 ได้เสียชีวิต

▪️ รายที่ 35 ผู้เสียชีวิต ชายไทย อายุ 65 ปี อาชีพพนักงานทำความสะอาดในกรุงเทพฯ

  • วันที่ 11 มี.ค. 2563 เริ่มป่วยอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกอ่อนเพลีย
  • วันที่ 19 มี.ค. 2563 เดินทางกลับบ้าน จ.พะเยา
  • วันที่ 24 มี.ค. 2563 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ส่งตรวจหารเชื้อไข้หวัดใหญ่ A,B ให้ผลเป็นลบ และผลตรวจหาไวรัสโควิด-19 ผลเป็นบวก (ยืนยันผลวันที่ 27 มี.ค. 2563)
  • วันที่ 28 มี.ค. 2563 อาการเริ่มหนักขึ้นเหนื่อยหอบมากขึ้น แพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ หลังจากนั้นผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว
  • วันที่ 10 เม.ย. 2563 ได้เสียชีวิต
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 23 ราย)

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ จำนวน 23 ราย
(ส่วนใหญ่เป็นกรุงเทพฯ 8 ราย ปัตตานี 7 ราย ภูเก็ต 3 ราย)

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 18 ราย)

▪️ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ จำนวน 3 ราย

  • คนไทย 2 ราย (จากอังกฤษ 2 เข้ามา มี.ค. 63)
  • ชาวต่างชาติ 1 ราย

▪️ ไปสถานที่ชุมนุมชน จำนวน 3 ราย
▪️ บคลากรทางการแพทย์ จำนวน 1 ราย
▪️ อาชีพเสี่ยง จำนวน 2 ราย
▪️ ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (เข้าสถานที่กักกันโรค State Quarantine) จำนวน 9 ราย

  • สงขลา มาจากอินโดนีเซีย 8 ราย
  • กรุงเทพฯ มาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย
🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 4 ราย)
แต่ยังอยู่ในระหว่างสอบประวัติและการสอบสวนโรค

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 1,135 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1,348 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 35 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,518 ราย

▪️ 10 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,518 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,280 ราย
  2. ภูเก็ต 172 ราย
  3. นนทบุรี 148 ราย
  4. สมุทรปราการ 106 ราย
  5. ยะลา 77 ราย
  6. ชลบุรี 75 ราย
  7. ปัตตานี 74 ราย
  8. สงขลา 55 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 33 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 72 ราย

▪️ 10 อันดับ (อัตราการป่วยสูงสุด) จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,518 ราย 68 จังหวัด

▪️ จังหวัด : ต่อประชากร 1 แสนคน

  1. ภูเก็ต : 41.61
  2. กรุงเทพฯ : 22.57
  3. ยะลา : 14.41
  4. นนทบุรี : 11.78
  5. ปัตตานี : 10.26
  6. สมุทรปราการ : 7.94
  7. สตูล : 4.96
  8. ชลบุรี : 4.85
  9. สงขลา : 3.83
  10. กระบี่ : 3.37

▪️ 9 จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ป่วย (ขอชื่นชมจากใจ) 👏❤️

  • กำแพงเพชร
  • ชัยนาท
  • ตราด
  • น่าน
  • บึงกาฬ
  • พิจิตร
  • ระนอง
  • สิงห์บุรี
  • อ่างทอง

▪️ พื่นที่พบผู้ป่วยสะสม

  • กรุงเทพฯและนนทบุรี 1,427 ราย
  • ภาคกลาง 336 ราย
  • ภาคใต้ 486 ราย
  • ภาคอีสาน 102 ราย
  • เหนือ 95 ราย

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 91 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 39 ปี

▪️ สูงสุดในกลุ่มอายุ

  • อายุ 30-39 ปี
  • จำนวน 608 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 1,334
  • หญิง 1,301

📍 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน (จำนวน 144 ราย ของผู้ป้วยทั้งหมด 495 ราย)
(ตั้งแต่วันที่ 4 – 10 เม.ย. 2563)

▪️ กลุ่มครอบครัว

  • ครอบครัว 81 ราย
  • สามี ภรรยา 35 ราย
  • บิดามารดา 20 ราย
  • ญาติอื่นๆ ผู้อาศัยร่วมบ้าน 17 ราย
  • บุตร 9 ราย

▪️ กลุ่มที่ทำงาน

  • สถานที่ทำงาน 33 ราย
  • เพื่อนร่วมงาน 22 ราย
  • หัวหน้า/นายจ้าง 6 ราย
  • ลูกค้า/ติดต่อประสานงาน 5 ราย

▪️ กลุ่มกิจกรรม

  • กิจกรรมรวมกลุ่ม 26 ราย
  • พบปะเพื่อน หรือ คนรู้จัก 26 ราย
    (ส่วนใหญ่รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม)

▪️ กลุ่มอื่นๆ

  • อื่นๆ 4 ราย
  • สัมผัสร่วมยานพาหนะ 2 ราย
  • สัมผัสในชุมชน 2 ราย

📍 มาตรการคนไทยเดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทย
(เข้าสถานที่กักกันโรค State Quarantine) ทุกคน

  • คนไทยจากรัสเซีย 34 คน
  • คนไทยจากญี่ปุ่น 1 คน

📍 อัปเดตหน้ากากอนามัย Surgical Mask จำนวน 1,729,000 ชิ้น
(วันที่ 10 เมษายน 2563)

  • สังกัด สป. 989,000 ชิ้น
  • กรมการแพทย์ 50,000 ชิ้น
  • กรมควบคุมโรค 20,000 ชิ้น
  • กรมสุขภาพจิต 30,000 ชิ้น
  • นอกสาธารณสุข 100,000 ชิ้น
  • UHosNet 200,000 ชิ้น
  • สมาคมโรงพยาบาลเอกชน 240,000 ชิ้น
  • กรุงเทพฯ 100,000 ชิ้น

📍 อัปเดตหน้ากาก N95 จำนวน 203,520 ชิ้น
(วันที่ 9 เมษายน 2563)

  • คงคลัง GPO 59,488 ชิ้น
  • รพ.ในภูมิภาค 12 เขต 62,300 ชิ้น
  • รพ.รัฐเขตกทม. 29,818 ชิ้น
  • รพ.เอกชน เขตกทม. 8,914 ชิ้น

▪️ สำรองที่ Node 43,000 ชิ้น

  • 76 จังหวัดละ 500 ชิ้น

▪️ เขตกทม.

  • รพ.จุฬาฯ 1,000 ชิ้น
  • รพ.ศิริราช 1,000 ชิ้น
  • รพ.รามาธิบดี 1,000 ชิ้น
  • รพ.ราชวิถี 1,000 ชิ้น
  • รพ.เอกชน 1,000 ชิ้น

🙏 ขอบคุณทุกคำติชม แนะนำ ที่เข้ามา ผมได้อ่าน รับฟังทุกเรื่อง และนำมาแก้ไขปรับปรุงตัวเองเพื่อให้การสื่อสารให้ง่ายและทุกใจง่ายๆ
ขอบพระคุณที่เป็นห่วง

ผมเองในฐานะโฆษกของ ศบค. ต้องดูแลการนำเสนอข่าวสาร

เรื่องข้อมูล

เรื่องหน้ากาก

เรื่องควบคุมสินค้า

เรื่องการเดินทางเข้า-ออก ต่างประเทศ

เรื่องการสื่อสารคมนาคม

เรื่องการสื่อสารออนไลน์

เรื่องแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

เรื่องฐานข้อมูลต่างๆ

หน้าที่ผม คือ นำข้อมูลต่างๆเหล่านี้แปลงเป็นชุดข้อมูล สื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ไม่มีเจตนาที่จะโยงไปในเรื่องการเมืองแต่เชื่อมโยงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ขอบคุณทีมงานทุกๆคน ขอบคุณทีมที่จัดเตรียมข้อมูล บางคนไม่ได้นอน ส่งข้อมูลมาให้ผม ตอนตี 2 ตี 3 ผมได้รับข้อมูลต้องมานั่งอ่านดู และต้องมีประชุมกันตอน 7 โมงครึ่งทุกวัน

ตอนเช้าของกระทรวงสาธารณสุข
ช่วง 8 โมงครึ่ง อยู่ที่ทำเนียบกัน ซึ่งต้องรวบรวมข้อมูลมามากมาย
โรคนี้เป็นโรคใหม่ พึงรู้จักเขาแค่ 3 เดือนนี้
“หากมีอะไรที่ติดขัดก็ขออภัย มีอะไรที่แก้ไขก็บอกมา” สิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือ การร่วมมือของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ 90% ขึ้นไปครับ

“ผมพยายามทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดครับ
พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้ ผมพูดกับตัวเองเสมอ”

| นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค.

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลง ศบค. โควิด-19 วันที่ 11/04/2563 | 11.30 น.

กรมการจัดหางาน เปิดรับตำแหน่ง WFH ให้วันละ 300

นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบต้องว่างงานจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบ

เปิดรับ WFH วันละ 300 บาท

ในส่วนของ กรมการจัดหางาน ได้จัดโครงการจ้างงานผู้ว่างงานทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป ทำงานลักษณะ Work from home ช่วยทำงานให้กรมการจัดหางานที่บ้าน หรือในพื้นที่/ชุมชน โดยให้ช่วยปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ ภารกิจการดำเนินงานของกรมการจัดหางาน

เช่น การต่ออายุแรงงงานต่างด้าว การขึ้นทะเบียนรับเงินชดเชยกรณีว่างงาน การให้บริการจัดหางาน การไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น รวมทั้งสำรวจข้อมูลความต้องการทำงาน/ความต้องการจ้างงาน โดยเฉพาะการทำงานแบบ Part-time

ระยะเวลาจ้างงาน 45 วัน ค่าจ้างวันละ 300 บาท รับทั่วประเทศ 86 แห่งดยแบ่งเป็นจังหวัดใหญ่ 4 คน และจังหวัดเล็ก 2-3 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ เป็นต้นไป

ผู้ที่สนใจ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2

‘ขายหัวเราะ’ ร่วมมือ ‘WHO’ ไทย จัดทำการ์ตูน ความรู้โควิด-19

นิตยสารการ์ตูนไทย ‘ขายหัวเราะ’ ช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุข ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ WHO ในแคมเปญช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ ทำการสื่อสารเรื่อง Covid ของขายหัวเราะ

‘ขายหัวเราะ’ ร่วมมือ ‘WHO’ ทำการ์ตูน ความรู้โควิด-19

ก่อนหน้านี้ขายหัวเราะได้ร่วมสนับสนุนจัดทำการ์ตูนไปแล้วกับหลายหน่วยงาน เช่น กรมอนามัย, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) , กระทรวงวัฒนธรรม, ทันตแพทยสภา Covid Bot Thai CoCare
, กลุ่มแพทย์ผู้นำยุคใหม่ สถาบันพระปกเกล้า, สภากาชาดไทย, มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, และ ล่าสุด องค์การอนามัยโลก(WHO ) ประเทศไทย

นางสาว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทบันลือกรุ๊ป พูดถึงความร่วมมือกับ WHO ว่า จากแคมเปญช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ ทำการสื่อสารเรื่อง Covid ของขายหัวเราะ ทำให้ได้รับการติดต่อจาก ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ (ผู้ก่อตั้งกลุ่ม KnowCovid) ซึ่งได้ประสานความร่วมมือกับ ‘องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเทศไทย โดย ดร. ลีวีอู เวดราสโก (Dr Liviu Vedrasco) ผู้แทนจาก WHO ทั้งสามฝ่ายได้ประชุมร่วมกัน นำมาถึงข้อสรุปที่จะสื่อสารเรื่อง COVID ในเนื้อหาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ผ่านรูปแบบการ์ตูนในแนวทางของ ขายหัวเราะ เน้นความสนุก เข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้รวดเร็วและแพร่หลาย

ความรู้ชุดแรก ‘ความเชื่อผิดๆ 12 ประการเกี่ยวกับ Covid-19’

โดยเนื้อหาของการ์ตูนความรู้ชุดแรก เล่าเกี่ยวกับ ‘ความเชื่อผิดๆ 12 ประการเกี่ยวกับ Covid-19’ โดยอ้างอิง จากข้อมูลทางวิชาการล่าสุด ซึ่งเป็นประโยชน์และจำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวไทยทุกเพศทุกวัยควรทราบและป้องกัน ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อปกป้องตัวเองและสังคมจากโรคนี้ได้อย่างปลอดภัยในทุกมิติ

นอกจากความร่วมมือกับองค์กรสาธารณสุข และองค์กรสื่อต่างๆ แล้ว ยังมีสื่อการ์ตูนรูปแบบอื่น ๆ ที่ขายหัวเราะเตรียมจัดทำขึ้นมาเพื่อสื่อสารเรื่อง covid-19 และการให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบทุกคน เพราะเรามองว่าอารมณ์ขันและสุขภาพจิตที่ดีก็สำคัญ มาก ๆ สำหรับทุกชีวิตในช่วงเวลานี้“