อัปเดต โควิด-19 |10 เม.ย. 63 10.00 น.

10 เม.ย. 63 เวลา 10.00 น. – อัปเดตสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศต่าง ๆ ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเกิน 1.6 ล้านคนแล้ว ยอดผู้หายป่วยอยู่ที่ 3.5 แสนราย (ราวเกือบ ๆ 1 ใน 5)

  • นายกฯ ของอังกฤษ ออกจากห้อง ICU แล้ว
  • เกาหลีใต้ ระบุว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแทกูเป็นครั้งแรก
  • พบลูกเรือ USS Theodore Roosevelt ติดเชื้อแล้ว 416 ราย
  • สิงคโปร์รายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 287 ราย นับเป็นยอดการพบผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง
  • ลาว พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 16 ราย เป็นหญิง อายุ 29 ปี ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับ ผู้ป่วยรายที่ 10
  • รัสเซีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ยอดรวมล่าสุดเกิน 1 หมื่นรายแล้ว
  • แอฟริกาใต้ เตรียมต่ออายุมาตรการ lockdown ออกไปอีก
  • คิวบาสั่งหยุดขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสาร แท็กซี่ และอื่น ๆ ที่เป็นขนส่งสาธารณะทั้งหมด

นมเกษตร ขายต่อเนื่อง ช่วยเกษตรกร แม้โดนผลกระทบ COVID-19

“นมเกษตร” ยังขายต่อเนื่อง แม้ในช่วงนี้จะโดนผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งทางศูนย์ผลิตนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการจำหน่ายนมโคพาสเจอร์ไรซ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “นมเกษตร” ในราคาเพียงถุงละ 5 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

นมเกษตร ยังคงขายต่อเนื่อง แม้จะเป็นราคาที่ “ขาดทุน”

ต่อแรกคือการช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และสหกรณ์โคนม ยังคงมีรายได้จุนเจือครอบครัวต่อไป ซึ่งปัจจุบัน แทบไม่มีสหกรณ์โคนมแห่งใดรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร เพราะไม่รู้ว่าจะผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ไปขายใคร เพราะในตอนนี้โรงเรียนยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดการเรียนการสอนตามปกติ หากไม่มีการรับซื้อน้ำนมวัวที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนำมาขาย เกษตรกรก็ต้องนำไปเททิ้งบ้าง หรือนำไปรดน้ำต้นไม้แทน กลายเป็นเสียของเปล่า

ทั้งนี้ น้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จะต้องมีออกมาทุกวัน ซึ่งโคนม 1 ตัวจะสามารถให้น้ำนมได้ประมาณ 13-15 กิโลกรัมต่อวัน หากไม่ทำการรีดนมวัวออกจากโคนม จะทำให้เต้านมวัวอักเสบ

ต่อที่สองคือเป็นการช่วยระบายสต็อกนมโคซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้โรงเรียนปิดการเรียนการสอนก่อนกำหนด ออเดอร์นมโรงเรียนซึ่งเป็นตลาดหลักของนมพาสเจอไรซ์ก็ถูกยกเลิกด้วย ทั้งนี้นมโคพาสเจอร์ไรซ์จะมีอายุอยู่ได้ 10 วันนับจากวันผลิต

หลังมีการจัดโปรโมชั่นขายในราคาถุงละ 5 บาททุกรสชาติ ก็มีประชาชนให้ความสนใจมาซื้อกันเป็นจำนวนมากมีทั้งซื้อไปรับประทานเอง หรือซื้อนำไปขายต่อ โดยทางศูนย์ผลิตนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ต้องการเข้ามาซื้อนมต้องใส่หน้ากากอนามัย และได้จัดทำพื้นที่ Social distancing ไว้รองรับเพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ ท่าน

นอกจากทางศูนย์ผลิตนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะทำการจำหน่ายแล้ว ท่านอธิการบดียังมีคำสั่งให้นำนมโคพาสเจอร์ไรซ์ที่ผลิตได้ ไปแจกให้กับนิสิตฯที่ไปไหนไม่ได้ และยังอาศัยอยู่ในหอพักได้กิน และยังมีการการสั่งซื้อเพื่อบริจาคให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้ง สถานสงเคราะห์เด็กต่างๆ รวมทั้งหมด 16 แห่ง ซึ่งสามารถซื้อไปบริจาคเอง หรือจะให้ทางศูนย์ผลิตนมฯ จัดการนำส่งให้ก็ได้

ทั้งนี้ โปรโมชั่นขายนมโคพาสเจอร์ไรซ์ในราคาถุงละ 5 บาท จะหมดลงในวันที่ 12 เมษายน 2563 นี้ และจะเริ่มจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 14 เมษายนนี้ในราคาถุงละ 7 บาท ถึงแม้จะปรับราคาขึ้นแต่ก็ยังเป็นราคาที่ “ขาดทุน” อยู่ดี

แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้ศูนย์ผลิตนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังสามารถดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้พนักงานของโรงนมก็จะได้มีงานทำและมีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว โดยตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางศูนย์ผลิตนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังคงให้พนักงานทุกคนทำงาน และรับเงินเหมือนเดิม

ความหวังของแม่ค้า ในช่วงสถานการณ์ โควิด-19

“คนน้อย ทุนหาย กำไรหด” นี่คือคำที่พ่อค้า แม่ค้า หรือแม้แต่อาชีพรับจ้าง และให้บริการต่างๆ พูดกันเป็นเสียงเดียว ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งตอนนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปในทุก ๆ สาขาอาชีพ แม่ค้าก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

“คนน้อย ทุนหาย กำไรหด”

พี่อิสรา หมื่นนาค แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่ บริเวณตลาดสำเพ็ง กล่าวว่า “ตั้งแต่ขายมาเป็น 10 ปี คราวนี้หนักสุดจริงๆ จากเดิมขายอยู่ตลาดกลางคืน มีลูกค้าประจำ และขาจรมาซื้อก๋วยเตี๋ยวกินกันอย่างไม่ขาดสาย

พอเหตุการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 เข้าขั้นวิกฤต ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่มีการประกาศเคอร์ฟิวในเขตกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้การค้าแย่ลงหนักกว่าเก่า เพราะไม่สามารถที่จะขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในบริเวณเดิมได้ จากเดิมขายตั้งแต่ตอนกลางคืนเพราะมีตลาดมืด แต่เดี๋ยวนี้ติดเคอร์ฟิว ทำให้ต้องมาขายตั้งแต่เช้าแทน ถึงจะลงของน้อยลง แต่ไม่มีลูกค้า การจะขายให้ได้กำไรยิ่งยาก เรียกได้ว่า ลุ้นให้เจ็บตัวน้อยหน่อยจะดีกว่า”

อีกหนึ่งความหวังที่จะช่วยได้คือ การลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาทจาก โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” พี่อิสรากล่าวว่า ลงชื่อไปตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน และก็ได้รับข้อความตอบกลับ “รอการตรวจสอบ” จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับข้อความอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ยังคงรอต่อไปด้วยความหวังว่า เงิน 5 พันบาท จะมาต่อชีวิตค้าขาย สร้างรายได้ให้พออยู่กิน จ่ายค่าบ้าน ค่าข้าวได้บ้างก็ยังดี

ภาพ : ธนโชติ ธนวิกรานต์