สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 13/05/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

[วันแรกที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่]

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 0 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยัน (คงที่ 3,017 ราย)
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 66 ของโลก

🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 46 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 0 กลุ่ม

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,844 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 117 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 56 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,017 ราย

📍 อายุเฉลี่ยผู้ป่วยยืนยัน

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 12 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 3,017 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,531 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 16 ราย
  2. ภูเก็ต 224 ราย
  3. นนทบุรี 156 ราย
  4. ยะลา 125 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  5. สมุทรปราการ 115 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 1 ราย
  6. ชลบุรี 85 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 7 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 39 ราย
  • จังหวัดอื่นๆ 27 ราย

📍 จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวัง หรือ PUI
ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 12 พ.ค. 2563

▪️ (สะสม) ตั้งแต่ 4 ม.ค. 2563

  • ผู้ป่วย PUI สะสม 107,617 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 3,017 ราย
  • คิดเป็นเปอร์เซ็น 2.80%

▪️ (เปลี่ยนเกณฑ์ PUI) ตั้งแต่ 7 เม.ย. 2563

  • ผู้ป่วย PUI สะสม 76,793 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 797 ราย
  • คิดเป็นเปอร์เซ็น 1.02%

▪️ (เปลี่ยนเกณฑ์ PUI) ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2563

  • ผู้ป่วย PUI สะสม 34,444 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 63 ราย
  • คิดเป็นเปอร์เซ็น 0.18%

📍 เที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทย

▪️ วันที่ 13 พ.ค. 2563

  • ยูเครน (เคียฟ) PS1171 สุวรรณภูมิ เวลา 08.45 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 13 ราย
  • ฟิลิปปินส์ (มะลิลา) FD9288 ดอนเมือง เวลา 14.45 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 171 ราย
  • อินเดีย (คยา) WE8092 สุวรรณภูมิ เวลา 18.00 น. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี คนไทยตกค้าง จำนวน 129 ราย

▪️ วันที่ 14 พ.ค. 2563

  • เยอรมนี (แฟรงก์เฟิร์ต) LH772 สุวรรณภูมิ เวลา 01.30 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 80 ราย
  • บังคลาเทศ (ธากา) SL2225 ดอนเมือง เวลา 14.30 น. แรงงาน คนทำงาน คนไทยตกค้าง จำนวน 197 ราย

📍 จำนวนคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศผ่านด่านชายแดน
ข้อมูล 12 พ.ค. 2563

  • ลงทะเบียน 378 ราย
  • เดินทางเข้ามารวม 344 ราย
  • เป็นผู้ลงทะเบียน 276 ราย
  • ไม่ได้ลงทะเบียน 68 ราย
  • เมียนมาร์ 4 ราย
  • สปป.ลาว 6 ราย
  • มาเลเซีย 328 ราย
  • กัมพูชา 6 ราย

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 4,342,345 ราย +87,545 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 46,342 ราย – 594 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 1,601,847 ราย +75,297 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 292,893 ราย +5,600 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 1,408,636 ราย +22,802 ราย
  2. สเปน 269,520 ราย +1,377 ราย
  3. ^ รัสเซีย 232,243 ราย +10,899 ราย
  4. อังกฤษ 226,463 ราย +3,403 ราย
  5. อิตาลี 221,216 ราย +1,402 ราย
  6. ฝรั่งเศส 178,225 ราย +802 ราย
  7. ^ บราซิล 178, 214 ราย +8,620 ราย
  8. เยอรมนี 173,171 ราย +595 ราย
  9. ตุรกี 141,475 ราย +1,704 ราย
  10. อิหร่าน 110,767 ราย +1,481 ราย
    ** อันดับที่ 66 ประเทศไทย 3,017 ราย

อย่าลืม คาถาปราบโควิด-19 “ล้างมือ ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง”

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 13/05/2563 | 11.30 น.

กทม. กำหนด 6 มาตรการคุมเข้ม รถเก็บขยะ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนที่ไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.63 นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการเก็บขนมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บขนมูลฝอยของ กทม. ทั้งการใช้ความเร็วรถ, พฤติกรรมกของพนักงานที่ขับรถไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร, ขยะตกหล่น และมีน้ำขยะรั่วไหลออกมาจากรถ ทำให้เกิดความสกปรกไม่เป็นระเบียบเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ กทม. จึงกำหนดมาตรการควบคุม รถเก็บขยะ ของ กทม. ดังนี้

6 มาตรการคุมเข้ม รถเก็บขยะ

1. ควบคุมการใช้รถ การขับรถ

  • ให้ขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ
  • ยกเว้นทางเดินรถด้านซ้ายมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร หรือทางเดินรถนั้น
  • กำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว หรือทางเดินรถนั้นกว้างไม่ถึง 6 เมตร
  • ให้ขับรถในช่องซ้ายสุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทาง
  • กรณีมีการจัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ายสุด
  • ยกเว้นในช่องเดินรถนั้นมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดจราจร หรือทางเดินรถนั้นกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว หรือจะต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าบริเวณใกล้ทางร่วมทางแยก หรือเมื่อจะแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น

2. จำกัดความเร็วรถไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จำกัดความเร็วรถเก็บขนมูลฝอยไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเขต กทม. และความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ทางสายกรุงเทพฯ – เมืองพัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก)

3. ผูกมัดปากถุงขยะให้เรียบร้อย

ควบคุมให้รถเก็บขนมูลฝอย ที่มีถุงบรรจุ ภายในตู้อัดมูลฝอย รถยกภาชนะรองรับมูลฝอย และรถกระบะเทท้าย จะต้องผูกมัดปากถุงให้เรียบร้อย และยึดโยงกับตัวรถให้แน่น ไม่ให้ตกหล่น หลุดร่วง

4. ปิดคลุมขยะ หรือถังบรรจุมูลฝอยที่ตัวรถ

หรือถังรองรับมูลฝอยทุกประเภท ขณะขนย้าย ด้วยตาข่ายหรือผ้าใบอย่างมิดชิด และห้ามถอดฝาท้ายรถเก็บขนมูลฝอยแบบกระบะเทท้าย ขนาด 6 ตัน เพื่อป้องกันขยะตกหล่น

5. รถที่มีน้ำขยะรั่วห้ามนำออกมาใช้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ

หากพบมีน้ำขยะรั่วไหลจากรถเก็บขนมูลฝอยให้แจ้งศูนย์รถเช่าเก็บขนมูลฝอย ดำเนินการซ่อมแชม หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ให้ใช้รถสำรองแทนและห้ามนำรถเก็บขนมูลฝอยคันดังกล่าวออกมาใช้งาน จนกว่าจะซ่อมแซมเรียบร้อย

6. อบรมให้ความรู้

อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรให้แก่พนักงานขับรถเก็บขนมูลฝอย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

7. ดำเนินการทางวินัยถ้าไม่ทำตามกฎ

หากมีเหตุร้องเรียนกรณีดังกล่าว อันเป็นเหตุให้กรุงเทพมหานครเสียหาย ให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน ดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี

นายกฯ รับมีความเป็นไปได้ ข้อเสนอฟ้องล้มละลาย การบินไทย

วันนี้ (13 พ.ค.63) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ก็ต้องดูในเรื่องของแผนฟื้นฟูเป็นหลัก

อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย ว่าจะทำอย่างไร?

ส่วนกรณีที่มี การเสนอยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีข้อดีต่อ การบินไทย เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูอย่างแท้จริงนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่ในเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมายว่าจะทำอย่างไร เพราะเดิมมีกฎหมายอยู่ 2 ตัว คือกฎหมายของสหภาพฯ และกฎหมายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีอำนาจในตัวเอง ดังนั้นวิธีการที่จะเข้าไปแก้ไขก็ต้องหาวิธี ถ้าหาวิธีอื่นได้ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ต้องกลับเข้าไปสู่ขั้นตอนของกฎหมาย

ยังไม่ถึงขั้นเด็ดขาดที่จะใช้วิธีการดังกล่าวใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แสดงว่ายังไม่ถึงขั้นเด็ดขาดที่จะใช้วิธีการดังกล่าวใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้นอยู่ระหว่างที่กำลังตัดสินใจกันอยู่