มาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 2 (ประกาศยังไม่เป็นทางการ 100%)

สรุปโดยคร่าวๆ มาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 2 (ประกาศยังไม่เป็นทางการ 100%) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมตัว

กลุ่มกิจการ/กิจกรรม ด้านเศรษฐกิจดำเนินชีวิตประจำวัน

▪️ กลุ่ม ก

  • การจำหน่ายอาหาร หรือ เครื่องดื่ม
  • ในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร และร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม ในอาคารสำนักงาน

▪️ กลุ่ม ข

  • ห้างสรรพสินค้า และศุนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์
  • (ยกเว้น) โรงหนัง ฟิตเนส โบว์ลิ่ง สวนสนุก สวนน้ำ ศูนย์ประชุม และศูนย์พระเครื่อง สนามพระ พระบูชา

▪️ กลุ่ม ค

  • ร้านค้าปลีก-ส่ง อื่นๆ

▪️ กลุ่ม ง

  • ร้านเสริมสวย (ย้อมผม ดัดผม หรือ กิจกรรมอื่นๆ ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง)
  • ร้านทำเล็บ

กลุ่มกิจกรรม ด้านการออกกำลังกาย หรือ การดูแลสุขภาพ

กลุ่ม ก.

  • คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงามควบคุมน้ำหนัก

▪️ กลุ่ม ข

  • สนามกีฬา เฉพาะประเภทกลางแจ้ง ตามกติกาสากลเล่นเป็นทีมและไม่มีผู้ชม

▪️ กลุ่ม ค.

  • สวนดอกไม้ สวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ ห้องสมุดสาธารณะ (เข้าเป็นรายคน)
  • สถานประกอบการนวดแผนไทย (นวดเท้า)

กลุ่มอื่นๆ

  • การประชุม ณ สถานที่ภายใน หรือ ภายนอกองค์กร ลักษณะการบรรยายร่วมกับวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (จำกัดจำนวนคนตามพื้นที่)
  • ทีมถ่ายทำโทรทัศน์ โฆษณา ถ่ายแบบ ทำคลิป (จำนวนไม่เกิน 5 คน)

(วันที่ 15 พ.ค. 2563) เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ
| นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค.
แถลงศบค. วันที่ 11 พ.ค. 2563

อู่ฮั่น พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง ในรอบกว่า 1 เดือน

เมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีน รายงานพบผู้ติดเชื้ออีกครั้งเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน โดยผู้ป่วยมีอาการวิกฤต และก่อนหน้านี้ก็ไม่แสดงอาการ

อู่ฮั่น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ และพบการติดเชื้อแบบกลุ่มใหญ่ในมณฑลจี๋หลิน

ผู้ป่วยคนดังกล่าว อาศัยในพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีการยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด 20 คน และภรรยาของเขาก็ตรวจพบว่าติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ เช่นเดียวกับผู้ป่วยอีก 4 คนในชุมชน

โดยผู้ป่วยรายใหม่นี้เป็น 1 ในผู้ติดเชื้อ 14 รายทั่วประเทศที่ทางการจีนยืนยันล่าสุดนับถึงวันเสาร์ ซึ่งเป็นยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน โดยอีก 11 ราย เป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มใหญ่ในเมืองชู่หลาน มณฑลจี๋หลิน

เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) มณฑลจี๋หลินประกาศยกระดับความเสี่ยงของโควิด-19 ในเมืองชู่หลานสู่ระดับ “สูง” จาก “ปานกลาง” ซึ่งผู้ติดเชื้อ 11 รายดังกล่าวเป็นสมาชิกครอบครัวหรือเคยติดต่อกับผู้หญิงรายหนึ่งที่ยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นับถึงเมื่อวันเสาร์ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในจีนอยู่ที่ 82,901 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4,633 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัส โควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

เร่งหาสาเหตุ! ขนมจีบมรณะ ดับ 1 ราย ท้องร่วงรุนแรงกว่า 20 ราย

ชาวบ้าน หนองปรือ ซื้อขนมจีบเร่ขาย เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงกว่า 20 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย เร่งหาตัวแม่ค้าและสาเหตุ ว่าเกิดจากอะไร …

ขนมจีบมรณะ เกิดขึ้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีชาวบ้านกินขนมจีบที่ซื้อจากแม่ค้าเร่ขี่รถจยย.มาขายเกือบ 20 ราย เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และมีหญิงสูงอายุ วัย 66 ปี ท้องเสียอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต ญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดหนองปรือ โดยนายประเสริฐ อ้นเจริญ อายุ 73 ปี (สามีผู้เสียชีวิต) เล่าว่า ตนได้ขออนุญาตจากทางโรงพยาบาล เดินทางมารดน้ำศพ นางธนู ช้างภู่พะงางาม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ที่จากไปด้วยอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง นายประเสริฐ เล่าว่า

อาการถ่ายท้องอย่างรุนแรง พร้อมทั้งเวียนหัวและอาเจียนร่วมด้วย

เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ตนและภรรยาได้ซื้อขนมจีบจากแม่ค้าที่ขี่รถ จยย.เข้ามาขายขนมจีบ ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด และของกินอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในถุงหูหิ้วแขวนข้างรถ ภรรยาตนซื้อขนมจีบเอามากินที่บ้าน โดยแบ่งให้ลูกหลานในบ้านกินกันหลายคน มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้กิน ซึ่งขณะกินไปในครั้งแรกทุกอย่างก็ยังเป็นปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากที่เข้านอนจนถึงกลางดึกประมาณเที่ยงคืนเศษ ได้เกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรง พร้อมทั้งมีอาการเวียนหัวและอาเจียนร่วมด้วย แพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงบ่าย ลูกสาว ภรรยาตนเสียชีวิตแล้ว

ลูกสาวของผู้เสียชีวิต คาดว่าเป็นเพราะขนมจีบ

ด้าน น.ส.อรุณี อ้นเจริญ ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า สาเหตุของการเสียชีวิตของแม่ในครั้งนี้มั่นใจว่ามาจาก ขนมจีบแต่คาดว่าน่าจะเกิดจากการใส่สารกันบูดเนื่องช่วงนี้อากาศมันร้อนหรือมันอาจจะมีพิษทำให้เกิดอาการต่างๆ แต่ก็อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มาตรวจสอบ หาสาเหตุที่แท้จริง

ด้านโลกออนไลน์แชร์ภาพ แม่ค้าที่ ขี่ จยย. เร่ขายขนมจีบ ระบุว่า อยากพบตัว เพราะจะได้สืบให้แน่ชัดว่า แม่ค้าท่านนี้มีกรรมวิธีการทำขนมจีบอย่างไร หรือไปรับมาจากไหน จะได้ทราบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนต่อไปว่าเกิดจากขนมจีบหรือเปล่า และเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค