มหาวิทยาลัยในฟินแลนด์ เปิดให้คนว่างงานเรียนฟรี

มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นฟินแลนด์ (UEF) แถลงข่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยเสนอให้ผู้ที่ว่างงานเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 สามารถเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูลสถิติฟินแลนด์ เดือนมีนาคม มีผู้ว่างงานอยู่ที่ 197,000 คน

วิกฤตโรคโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตประจำวันในฟินแลนด์เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ชาวฟินแลนด์หลายคนต้องตกงาน จากข้อมูลสถิติของฟินแลนด์ในเดือนมีนาคม มีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 197,000 คน ซึ่งมากกว่า 1 ปีก่อนราว 6,000 คนเพื่อช่วยให้ผู้ว่างงานได้พัฒนาความสามารถและทักษะใหม่ๆ ระหว่างรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน ทางมหาวิทยาลัยอีสเทิร์น ฟินแลนด์จึงเสนอการศึกษาในมหาวิทยาลัยแบบเปิดให้แก่พวกเขา

การศึกษาเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

ทาพิโอ มาแอตตา อธิการบดีมหาวิทยาลัยกล่าวว่า การศึกษาเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุหรือข้อกำหนดด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวสำหรับผู้เข้าศึกษาคือต้องเป็นผู้ว่างงาน

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนในโครงการนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.-31 ธ.ค. โดยผู้เรียนจะได้รับประโยชน์จากการสอนที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง แต่ไม่ครอบคลุมถึงหลักสูตรของสถาบันที่เป็นพันธมิตร

การเรียนการสอนถูกย้ายไปยังระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเรียนได้ทุกที่

ลีนา เลสคีเนน ผู้อำนวยการด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยเปิดอีสเทิร์น ฟินแลนด์ กล่าวว่า ขณะนี้การเรียนการสอนถูกย้ายไปยังระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ดังนั้นแม้จะยังไม่สามารถเปิดห้องสอนก็ยังสามารถเรียนได้ นักเรียนสามารถขอความช่วยเหลือด้านการจัดทำแผนการศึกษาและการเลือกวิชาเรียน จากที่ปรึกษาและผู้วางแผนวิชาที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น ฟินแลนด์

การศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิดเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ มีหลากหลายสาขาวิชาที่อยู่ในระบบเปิด ซึ่งหมายความว่าหลังจากผ่านการศึกษามาจำนวนหนึ่งแล้ว นักเรียนยังสามารถสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาได้โดยไม่ต้องสอบเข้า

นอกจากนี้ การศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิดยังสร้างโอกาสในการขยายทักษะและฝึกทักษะที่จำเป็นในชีวิตการทำงานให้ลึกขึ้น ผู้ที่กำลังหางานสามารถศึกษานอกเวลาหรือเต็มเวลาได้โดยไม่เสียผลประโยชน์จากการว่างงาน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น ฟินแลนด์มีวิทยาเขตหลัก 2 แห่งในเมืองโจเอินซูและเมืองควาปิโอ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของฟินแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยการควบรวมกิจการของมหาวิทยาลัยอิสระ 2 แห่งก่อนหน้านี้

พยากรณ์อากาศ 8 พ.ค. 63 (10-13 นี้ ระวัง! พายุฤดูร้อน)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและร้อนจัดหลายพื้นที่
  • บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง
  • ส่วนภาคใต้ ยังคงมีฝนบางแห่งในระยะนี้
  • 10-13 พ.ค. 2563 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า หย่อมความกดอากาศต่ำ

วันนี้ (8 พ.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจาก พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนบางแห่งในระยะนี้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณหัวเกาะสุมาตรา ซึ่งจะส่งผลทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น

สรุป พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

  • อากาศร้อน-ร้อนจัด มีพายุฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส

ภาคอีสาน

  • อากาศร้อน-ร้อนจัด มีพายุฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง

  • อากาศร้อน-ร้อนจัด มีพายุฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์
  • อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก

  • อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีพายุฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

  • เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

  • เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

กรุงเทพและปริมณฑล

  • อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่

วันแรก! เจ้าหน้าที่เทศกิจ อำนวยความสะดวก จัดระเบียบผู้ใช้รถไฟฟ้า 17 สถานีหลัก

วันนี้ 7 พ.ค. 63 ที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม เจ้าหน้าที่เทศกิจ ยืนอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบผู้ใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น เนื่องมาจากรถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างในการเดินทาง (Social Distancing) พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น เพื่อลดความแออัดในการเดินทางขณะที่บีทีเอสยังคงเข้มงวดและเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นฆ่าเชื้อเพื่อสกัดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

ทั้งนี้นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส ยังคงเข้มงวด และเพิ่มความถี่ ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาด ภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานี และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ อย่างเต็มที่

บีทีเอสนำรถไฟฟ้าทุกขบวนที่มีอยู่ออกมาใช้

นอกจากนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) บีทีเอสได้นำรถไฟฟ้าทุกขบวนที่มีอยู่ทั้งหมด 98 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวมทั้งหมด 392 ตู้ ออกให้บริการเพื่อรองรับผู้โดยสารอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทำให้การรักษาระยะห่างระหว่างกันไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัด แต่สำหรับการเดินทางที่ไม่ใช่ในช่วงเวลาเร่งด่วน ผู้โดยสารยังคงสามารถรักษาระยะห่างในการเดินทางได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม เป็นต้นไป

เจ้าหน้าที่บีทีเอส ช่วยจัดระเบียบอำนวยความสะดวกสถานีหลัก 17 สถานี

รถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร โดย พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร จัดส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาทำงาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่บีทีเอส เพื่อช่วยจัดระเบียบ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการในสถานีหลัก 17 สถานี ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ในช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเช้า และเย็นให้สามารถรักษาระยะห่าง และไม่เข้ามากระจุกตัวภายในขบวนรถ, บริเวณชั้นชานชาลา และพื้นที่บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋วมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้มีผู้โดยสารตกค้างอยู่บริเวณพื้นที่รอบนอกสถานีมากขึ้น

“ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้ใช้บริการให้เผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น เพราะจำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้น ในการจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ นอกจากนี้แม้บีทีเอสจะนำขบวนรถที่มีอยู่ออกวิ่งให้บริการทั้งหมด แต่การจัดที่นั่งให้มีระยะห่างภายในขบวน หากปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจะทำให้ความจุผู้โดยสารแต่ละขบวนลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนผู้โดยสารที่รองรับได้ในภาวะปกติเท่านั้น”

บีทีเอส สนับสนุนแนวคิดที่ให้มีการบริหารจัดการเวลาการทำงานใหม่ โดยขยับหรือเหลื่อมเวลาในการทำงานของราชการ และบริษัทเอกชน โดยให้เข้าทำงานหรือเลิกงานได้เร็วขึ้นหรือช้าลงกว่าในภาวะปกติ รวมทั้งแนะนำให้ขยับวันหยุดงานเป็นวันศุกร์ หรือวันอื่นๆ ด้วยเพื่อกระจายการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยง และความแออัดในการเดินทางของประชาชน ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นายสุรพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค บีทีเอสยังมีข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า โดยก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้าให้ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่บีทีเอสเตรียมไว้ให้บริเวณโต๊ะตรวจการหน้าทางเข้า – ออกทุกสถานี และต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้ง รวมทั้งในระหว่างเดินทางหรืออยู่ในขบวนรถ พยายามหลีกเลี่ยงการนำมือขึ้นมาจับใบหน้า โดยเฉพาะ จมูก ปากและตา โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ที่มีจำนวนผู้โดยสารหนาแน่น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการพูดคุยกันภายในขบวนรถ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และก่อนออกจากระบบรถไฟฟ้าอย่าลืมกดล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่มีจัดไว้ให้ทุกสถานี ทุกครั้ง

สำหรับผู้ที่รู้สึกไม่สบายหรือมีไข้ขอความร่วมมืองดใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส รถไฟฟ้าบีทีเอสขอสงวนสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้เข้าระบบรถไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทาง

อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้าบีทีเอส ยังคงเข้มงวด และเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสสาธารณะภายในสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (โควิด-19) อย่างต่อเนื่อง