ปชช. เริ่มเข้าสู่โหมดการทำงาน หลังประกาศ มาตรการผ่อนปรน

วันนี้ (5 พ.ค. 63) ที่บริเวณสกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี หลังมีมาตรการผ่อนปรน ประชาชนเดินทางกันอย่างเนื่องแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อไปทำงาน

ภาพ ประชาชนเริ่มออกมาทำงาน ในวิถีชีวิตแบบใหม่

ประชาชนเริ่มออกมาทำงานกันมากขึ้น หลังมีประกาศมาตราการผ่อนปรน แต่ในรูปแบบวิถีชีวิตแบบใหม่ ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย และ Face Shield ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

รถไฟฟ้าสายสีลมมีปัญหา ทำให้บางคนไปทำงานสาย

โดยก่อนหน้านี้หลายบริษัทให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home ขณะเดียวกันจากเหตุรถไฟฟ้าไปสายสีลมมีปัญหารถเข้าจอดสถานีสยามไม่ได้ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนอาจไปทำงานด้วยความล่าช้า

การจราจรเริ่มติดขัด

เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นจากการรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายวันทั่วประเทศไทย ทำให้บรรยากาศบนท้องถนนบริเวณแยกสาทร-นราธิวาส การจราจรเริ่มติดขัด รถเคลื่อนตัวได้ตามจังหวะสัญญาณไฟ กลับเข้าสู่บรรยากาศของกรุงเทพมหานคร คาดว่าในสัปดาห์หน้าการจราจรอาจจะกลับมาติดขัดเหมือนเช่นเดิม

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 5/05/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔺 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 1 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,988)
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 61 ของโลก

🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 7 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 0 ราย)
🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 0 ราย)
🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” อยู่ระหว่างสอบสวนโรค (จำนวน 1 ราย)

▪️ เบื้องต้น

  • ผู้ป่วยชายไทย อายุ 45 ปี มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ภูมิลำเนา จ.นราธิวาส
    มีประวัติร่วมพิธีทางศาสนาในต่างประเทศ สัมผัสในครอบครัว ชุมชน และต้องหาสอบสวนโรคต่อไป ยังได้ไม่ข้อสรุป
  • วันที่ 25 เม.ย. 2563 มีอาการไอ มีไข้ มีน้ำมูกเจ็บคอ มีเสมหะหายใจเหนื่อย และมีอาการปอดอักเสบ
    ไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนราธิวาส แพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจ “ผลตรวจติดเชื้อโควิด-19” ในวันที่ 4 พ.ค. 2563

📍 40 ราย ที่จังหวัดยะลา (ให้รอสักนิดนึง)

  • ต้องทำการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อใหม่
  • ทบทวนขั้นตอนการทำงานทั้งหมด
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,747 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 187 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 54 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,988 ราย

📍 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่

  • นราธิวาส จำนวน 1 ราย

💛 มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 34 จังหวัด

  • กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี อยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี
  • เชียงใหม่ นครสวรรค์ พะเยา พิษณุโลก ลำปาง
  • เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา
  • กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี

💙 ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 34 จังหวัด

  • เพชรบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สระแก้ว
  • เชียงราย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี
  • กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี

💚 ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน จำนวน 10 จังหวัด

  • กำแพงเพชร
  • ชัยนาท
  • ตราด
  • น่าน
  • บึงกาฬ
  • พิจิตร
  • ระนอง
  • สิงห์บุรี
  • อ่างทอง
  • สตูล

📍 12 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,988 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,526 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 14 ราย
  2. ภูเก็ต 220 ราย
  3. นนทบุรี 157 ราย
  4. ยะลา 118 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  5. สมุทรปราการ 114 ราย
  6. ชลบุรี 87 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 4 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 39 ราย
  11. นราธิวาส 29 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 6 ราย
  12. นครปฐม 22 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 21 ราย

▪️ พื้นที่พบผู้ป่วยสะสม

  • กรุงเทพฯและนนทบุรี 1,697 ราย
  • ภาคกลาง 379 ราย
  • ภาคใต้ 707 ราย
  • ภาคอีสาน 111 ราย
  • เหนือ 94 ราย

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 99 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 39 ปี

▪️ สูงสุดในกลุ่มอายุ

  • อายุ 20-29 ปี
  • จำนวน 763 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 1,625
  • หญิง 1,363

📍 จำนวนผู้ป่วยยืนยัน 2 สัปดาห์ล่าสุด แยกตามปัจจัยเสี่ยง

  1. ศูนย์กักกกัน 60 ราย
  2. สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 49 ราย
  3. การค้นหาเชิงรุก 31 ราย
  4. ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 ราย
  5. ไปสถานที่ชุมชน 8 ราย
  6. อาชีพเสี่ยง 6 ราย
  7. คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 3 ราย
  8. บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 2 ราย
  9. ตรวจก่อนการผ่าตัด 1 ราย
  10. ไปสถนที่แออัด 1 ราย

📍 เที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทย

▪️ วันที่ 5 พ.ค. 2563

  • ฝรั่งเศส TG933 สุวรรณภูมิ เวลา 13.35 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 16 ราย
  • อินเดีย (เจนไน) FD9154 ดอนเมือง เวลา 23.55 น. นักเรียนไทย คนทำงาน จำนวน 220 ราย

▪️ วันที่ 6 พ.ค. 2563

  • เมียนมาร์ 8M331 สุวรรณภูมิ เวลา 18.15 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 65 ราย
  • เยอรมนี (แฟรงก์เฟิร์ต) LH772 สุวรรณภูมิ เวลา 23.00 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 110 ราย
  • ปากีสถาน (ละฮอร์) FD9787 ดอนเมือง เวลา 23.20 น. นักเรียนไทย กลุ่มดาวะห์ จำนวน 122 ราย

▪️ เดินทางกลับแล้ว 4,401 ราย (ตั้งแต่ 4 เม.ย. – 4 พ.ค. 2563)
▪️ จาก 26 ประเทศ

📍 มีแผนนำคนไทยเดินทางกลับ (ช่วง 6-31 พ.ค. 2563)

  • ประมาณ 7,000 คน

📍 ข้อมูลตรวจสอบกิจการ/กิจกรรม (ช่วงผ่อนคลาย ด้านการดำเนินชีวิต)

  1. ร้านอาหาร เครื่องดื่มฯ

▪️ ตรวจสอบ 3,156 ปฏิบัติตาม 2,942 ไม่ปฏิบัติตาม 214

  1. ตลาด ร้านค้าปลีกฯ

▪️ ตรวจสอบ 2,680 ปฏิบัติตาม 2,639 ไม่ปฏิบัติตาม 41

  1. ร้านเสริมสวยฯ

▪️ ตรวจสอบ 1,943 ปฏิบัติตาม 1,882 ไม่ปฏิบัติตาม 61

  1. ร้านสัตว์เลี้ยงฯ

▪️ ตรวจสอบ 348 ปฏิบัติตาม 341 ไม่ปฏิบัติตาม 7

  1. ห้างสรรพสินค้าฯ

▪️ ตรวจสอบ 573 ปฏิบัติตาม 563 ไม่ปฏิบัติตาม 10

  1. สนามกอล์ฟฯ

▪️ ตรวจสอบ 77 ปฏิบัติตาม 77 ไม่ปฏิบัติตาม 0

  1. สนามกีฬาฯ

▪️ ตรวจสอบ 254 ปฏิบัติตาม 242 ไม่ปฏิบัติตาม 12

  1. สวนสาธารณะฯ

▪️ ตรวจสอบ 352 ปฏิบัติตาม 346 ไม่ปฏิบัติตาม 6

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 5/05/2563 | 11.30 น.
สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 5/05/2563 | 11.30 น.
ข้อมูล : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

นางรำ ยุคโควิด-19 (COVID-19)

4 พ.ค. 63 นางรำ แก้บนศาลท้าวมหาพรหม นอกจากชุดไทยงดงามที่ได้เห็นกันอยู่แล้ว ช่วงนี้นางรำทุกคนยังได้สวมใส่เฟซชิลด์ (Face Shield) ระหว่างรำ หลังมีมาตรการการผ่อนปรน ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านสุขภาพ ต่อตนเองและผู้ศรัทธาที่เข้ามากราบไหว้สักการะ ศาลท้าวมหาพรหม ที่แยกราชประสงค์

นางรำ ใส่เฟซชิลด์ (Face Shield) ระหว่างรำแก้บน เพื่อป้องกัน โควิด-19

ทั้งนี้ศาลท้าวมหาพรหม ปิดไม่ให้ผู้ศรัทธาเข้ามากราบไหว้สักการะเมื่อปลายเดือนมีนาคม ส่งผลนางรำแก้บน นักดนตรี ต้องหยุดทำงาน เมื่อสอบถามว่าหลังศาลฯ ปิดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสทำอะไรกัน นางรำบางส่วนเปิดเผยว่า กลับไปอยู่บ้าน เพื่อป้องกันตนเองจากติดเชื้อไวรัส เพราะก่อนหน้าที่จะมีมาตรการปิดสนามบิน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมากราบไหว้

สำหรับภาพนางรำซึ้งหลายคนคงไม่คุ้นตา แต่ตอนนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในยุคโควิด-19 หลายสิ่งล้วนถูกปรับเปลี่ยนช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด เราต้องใช้ชีวิตในความปกติแบบใหม่ หรือ ‘ New Normal “ นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. ส่วนนางรำแก้บน จะเริ่มเวลา 08.00 – 17.00 น.