สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 2/05/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 6 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,961 – 2,966)
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 60 ของโลก

🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 13 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 2 ราย)

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ จำนวน 2 ราย

  • ภูเก็ต 1 ราย ผู้ป่วยหญิง อายุ 22 ปี
  • กรุงเทพฯ 1 ราย ผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี
🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 4 ราย)

▪️ ค้นหาเชิงรุกในชุมชน จ.ภูเก็ต เชิงทะเล อ.ถลาง (Active case finding) จำนวน 2 ราย

  • ผู้ป่วยหญิง อายุ 21 ปี และ 58 ปี

▪️ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าสถานที่กักกัน จำนวน 2 ราย

  • กลับมาจากอินเดีย 1 ราย ผู้ป่วยหญิง อายุ 52 ปี นักบวช เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดีย เดินทางกลับไทย เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2563
  • กลับมาจากญี่ปุ่น 1 ราย ผู้ป่วยชาย อายุ 52 ปี มีประวัติร่วมเดินทางบนรถไฟฟ้าในญี่ปุ่น และกลับมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2563
  • เข้าสถานที่กักกันกรุงเทพฯ
🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” อยู่ระหว่างสอบสวนโรค (จำนวน 0 ราย)

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,732 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 180 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 54 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,966 ราย

📍 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่

  • กรุงเทพฯ 1 ราย และนำเข้าสถานที่กักกัน 2 ราย
  • ภูเก็ต 3 ราย

📍 12 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,966 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,524 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 14 ราย
  2. ภูเก็ต 220 ราย
  3. นนทบุรี 157 ราย
  4. ยะลา 118 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  5. สมุทรปราการ 114 ราย
  6. ชลบุรี 87 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 4 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 39 ราย
  11. นราธิวาส 28 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 5 ราย
  12. นครปฐม 22 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 21 ราย

💛 มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 39 จังหวัด

  • กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี อยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี
  • เชียงใหม่ นครสวรรค์ พะเยา พิษณุโลก ลำปาง
  • เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา สกลนคร สุรินทร์ อุบลราชธานี
  • กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี

💙 ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 29 จังหวัด

  • เพชรบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก #ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี
  • เชียงราย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน #ตาก ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี
  • กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ #อุดรธานี

💚 ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน จำนวน 10 จังหวัด

  • กำแพงเพชร
  • ชัยนาท
  • ตราด
  • น่าน
  • บึงกาฬ
  • พิจิตร
  • ระนอง
  • สิงห์บุรี
  • อ่างทอง
  • สตูล

▪️ พื้นที่พบผู้ป่วยสะสม

  • กรุงเทพฯและนนทบุรี 1,695 ราย
  • ภาคกลาง 379 ราย
  • ภาคใต้ 687 ราย
  • ภาคอีสาน 111 ราย
  • เหนือ 94 ราย

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุมากสุด 97 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 39 ปี

▪️ สูงสุดในกลุ่มอายุ

  • อายุ 20-29 ปี
  • จำนวน 756 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 1,621
  • หญิง 1,345

📍 เที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทย

▪️ วันที่ 2 พ.ค. 2563

  • คาซัคสถาน VSV5070 สุวรรณภูมิ เวลา 08.30 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 55 คน
  • เนเธอร์แลนด์ KLM0875 สุวรรณภูมิ เวลา 17.05 น. คนไทยตกค้างในยุโรป จำนวน 35 คน
  • ยูเออี (ดูไบ) สุวรรณภูมิ เวลา 17.35 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 130 คน

▪️ วันที่ 3 พ.ค. 2563

  • สเปน IB2833 สุวรรณภูมิ เวลา 18.55 น. คนไทยตกค้างในยุโรป จำนวน 45 ราย
  • สิงคโปร์ SQ976 สุวรรณภูมิ เวลา 17.25 น. คนไทยตกค้าง จำนวน 175 ราย
  • รัสเซีย SU272 สุวรรณภูมิ เวลา 10.30 น. รอยืนยัน จำนวน 70 ราย

▪️ รวมเดินทางกลับแล้ว 3,584 ราย ตั้งแต่ 4 เม.ย. – 1 พ.ค. 2563
▪️ จาก 24 ประเทศ

📍 สถิติคนไทยเดินทางกลับประเทศ “ผ่านทางด่านทางบก”

ข้อมูล : 1 พ.ค. 2563 (เข้าสถานที่กักกันตัวตามพื้นที่ Local Quarantine)

▪️ ลงทะเบียนไว้ 466 คน
▪️ เดินทางเข้ารวม 546 คน

  • เมียนมาร์ 11 คน
  • มาเลเซีย 454 คน ลงทะเบียน 260 คน ไม่ลงทะเบียน 194 คน
  • สปป.ลาว 39 คน
  • กัมพูชา 42 คน

▪️ เดินทางเข้าสะสม 6,229 ราย ตั้งแต่วันที่ 18-1 พ.ค. 2563

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 2/05/2563 | 11.30 น.

สถานการณ์ โควิด-19 ในไทย 2 พ.ค. 2563 ป่วยเพิ่ม 6 ราย

2 พ.ค. 2563 เวลา 11:30 น. ข้อมูลจากศูนย์ COVID-19 (ศบค.) เผยข้อมูลตัวเลขมีผู้ป่วย โควิด-19 ยืนยันรายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 6 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในไทยวันนี้มีทั้งหมด 2,966 ราย โดยประเทศไทยอยู่อันดับที่ 60 ของโลก

จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย

  • กรุงเทพฯ 1 ราย และนำเข้าสถานที่กักกัน 2 ราย
  • ภูเก็ต 3 ราย

สรุปภาพรวมยอดวันนี้

  • ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,732 ราย
  • ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 180 ราย
  • ผู้ป่วยเสียชีวิต 54 ราย
  • ผู้ป่วยสะสม 2,966 ราย

12 จังหวัดที่พบรายงานผู้ป่วย โควิด-19 สูงสุด

  1. กรุงเทพฯ 1,524 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 14 ราย
  2. ภูเก็ต 220 ราย
  3. นนทบุรี 157 ราย
  4. ยะลา 118 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  5. สมุทรปราการ 114 ราย
  6. ชลบุรี 87 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 4 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 39 ราย
  11. นราธิวาส 28 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 5 ราย
  12. นครปฐม 22 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 21 ราย

10 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน

  1. กำแพงเพชร
  2. ชัยนาท
  3. ตราด
  4. น่าน
  5. บึงกาฬ
  6. พิจิตร
  7. ระนอง
  8. สิงห์บุรี
  9. อ่างทอง
  10. สตูล

ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 29 จังหวัด

  1. เพชรบุรี
  2. กาญจนบุรี
  3. จันทบุรี
  4. นครนายก
  5. ระยอง
  6. ราชบุรี
  7. ลพบุรี
  8. สมุทรสงคราม
  9. สระบุรี
  10. เชียงราย
  11. เพชรบูรณ์
  12. แพร่
  13. แม่ฮ่องสอน
  14. ตาก
  15. ลำพูน
  16. สุโขทัย
  17. อุตรดิตถ์
  18. อุทัยธานี
  19. กาฬสินธุ์
  20. บุรีรัมย์
  21. มหาสารคาม
  22. มุกดาหาร
  23. ยโสธร
  24. ร้อยเอ็ด
  25. ศรีสะเกษ
  26. หนองคาย
  27. หนองบัวลำภู
  28. อำนาจเจริญ
  29. อุดรธานี

แถลง #โควิด19 ศบค. วันที่ 2 พ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.📍 สถานการณ์ในประเทศไทย.- 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 6 ราย…

โพสต์โดย MThai เมื่อ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2020

หมายเหตุ! การแจ้งยอดผู้ป่วย

  • ข้อมูลทางสาธารณสุขจังหวัด มีความรวดเร็วกว่าทางส่วนกลาง เพราะสามารถแจ้งได้เลยทันที
  • ข้อมูลทางส่วนกลางต้องรอการแจ้งจากภูมิภาคอีกทีจึงล่าช้า

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานชื่อ “มดบริรักษ์” หุ่นยนต์ “FIBO AGAINST COVID-19: FACO”

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 63 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อ “มดบริรักษ์” ให้กับหุ่นยนต์ “FIBO AGAINST COVID-19: FACO” เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดย สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ร่วมกับภาคเอกชนได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นสิริมงคลสูงสุด แก่คณะผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และนักศึกษาเก่า มจธ. และภาคเอกชนที่ร่วมพัฒนา

หุ่นยนต์ “FIBO AGAINST COVID-19: FACO พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรค COVID-19

ตามที่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID- 19) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานเพิ่มขึ้นมากและต้องปฏิบัติงานด้วยความยากลำบากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ดังนั้นระบบหุ่นยนต์ “FIBO AGAINST COVID-19: FACO จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรค COVID-19 รวมทั้งลดการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงแพร่เชื้อ หุ่นยนต์ในชุดระบบฯ มีด้วยกัน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

(1) CARVER-Cab 2020a หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Free Navigate) ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ สำหรับผู้ป่วยในหอผู้ป่วย สามารถบรรจุถาดอาหาร ได้ถึง 20 ถาดในคราวเดียว พร้อมฟังก์ชั่นฟอกอากาศและฆ่าเชื้อไวรัสตลอดการปฏิบัติงานผ่านอุปกรณ์ Hydroxyl Generator

(2) SOFA หุ่นยนต์บริการที่ติดตั้งจอแสดงผลที่สามารถแสดงข้อมูลการรักษาหรือผลการตรวจที่เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของโรงพยาบาล โดยแพทย์สามารถควบคุมทางไกลจากห้องควบคุมส่วนกลางให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งเป้าหมาย มีกล้องถ่ายความร้อน (Thermal Camera) เพื่อจับอุณหภูมิร่างกาย กล้องความละเอียดสูงที่สามารถขยายได้ถึง 20 เท่า ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจอาการจากสภาพภายนอกของผู้ป่วย อาทิ ตา ลิ้น ได้จากระยะไกล รวมถึงสามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้ป่วยได้แบบวิดีโอคอล

(3) Service Robot หุ่นยนต์ส่งยาและอาหารเฉพาะจุด สำหรับผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ สามารถเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งเป้าหมายได้อัตโนมัติโดยการควบคุมทางไกลจากห้องควบคุมส่วนกลาง ผู้ป่วยสามารถพูดกับหุ่นยนต์เพื่อเรียกแพทย์หรือพยาบาลได้
หุ่นยนต์ทั้งหมดเชื่อมต่อผ่านระบบไวไฟหลักของโรงพยาบาล และในอนาคตจะนำเทคโนโลยี 5G 2600 MHz มาเสริมความสามารถให้กับหุ่นยนต์ และข้อมูลส่งผ่านขึ้นคลาวน์ด้วย 5G 26-28 GHz

ล่าสุด! พร้อมส่งมอบเพื่อช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ในโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี