ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘เคอร์ฟิว’ เริ่ม 3 พ.ค. นี้

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 5 มีข้อห้ามดังนี้

10 ข้อกำหนด เคอร์ฟิว

1.ห้ามออกจากเคหสถาน 22.00 น.-04.00 น.
2.ห้ามหรือข้อจำกัดการดำเนินการหรือการทำกิจกรรมบางอย่างต่าง พรก. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.ห้ามใช้อาคารสถานที่และสถาบันการศึกษา ห้ามจัดการเรียนการสอน
4.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เช่นการประชุม สัมมนา แจกอาหาร จัดเลี้ยง
5.ห้ามใช้ท่าอากาศยาน เพื่อการขึ้น-ลง
6.ให้ผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรทางบก น้ำ อากาศ ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนดโดย ศบค.
7.ให้ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ สั่งให้แยกกัก กักกัน คุมตัวไว้สังเกต ณ ที่เอกเทศ
8.ให้ผู้ว่ากทม.ปิดจุดเสี่ยง สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า คลินิก บ่อน อาบ อบนวด และอื่นๆ ตามที่เคยประกาศไว้
9.การปฏิบัติศาสนกิจหรือศาสนพิธีในวันสำคัญทางศาสนา ให้เป็นไปตามดุลพินิจของผู้ดูแลสถานที่
10.ให้ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีความจำเป็น

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

พยากรณ์อากาศ 2 พ.ค.2563

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยตอนบน ยังมีอากาศร้อนและฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่
  • ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง จึงขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในช่วงนี้
  • 3-5 พ.ค. 2563 คลื่นลมในทะเลอันดามันบริเวณห่างฝั่งออกไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคเหนือ

อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่ บริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร และสุโขทัย

ภาคอีสาน

อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ บริเวณจ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรฯ ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคกลาง

อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ บริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก

อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ บริเวณ จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง มีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่ บริเวณ จ.พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

กรุงเทพและปริมณฑล

อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง มีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่

อาหารเลิศรสเท่านั้นที่ไม่ทำให้ผิดหวัง อาหารรสเลิศบนปลายลิ้นใน “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” กลายเป็นกระแสร้อน

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งอาหารอร่อย คนไทยมุ่งมั่นในการเสาะหาอาหารอร่อยทาน ซีรี่ส์ “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ที่กำลังฉายอยู่ในช่วงนี้ จึงถูกชาวเน็ตหยอกล้อว่าเป็น “ต้าหมิงบนปลายลิ้น” เพราะมีฉากเกี่ยวกับอาหารปรากฏมากมาย เกิดเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียของไทย ความจริงไทยกับจีนได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้าน “อาหาร” มาช้านาน โดยแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดมากขึ้นนับตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ตอนกลาง ความนิยมการล่องใต้และการเข้ามาของชาวจีนจำนวนมากล้วนส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมด้านอาหารของไทยเป็นอย่างมาก อย่างเป็ดปักกิ่งก็เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในวันปีใหม่และพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษในไทย

อาหารไทยและอาหารจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อาหารไทยบางชนิดในปัจจุบันยังมีความสัมพันธ์ทางตรงไม่ก็ทางอ้อมกับอาหารจีนอีกด้วย วิธีประกอบอาหารไทยหลักๆ อันได้แก่ ยำ ย่าง ทอด ต้ม นึ่ง ผัดและตุ๋น ในประเภทเหล่านี้ การ “ผัด” ถือเป็นวิธีประกอบอาหารแบบดั้งเดิมของจีน โดยการ ผัดผักและผัดก๋วยเตี๋ยวของไทยก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน อาทิเช่น “ผัดปวยเล้งไฟแดง”

สกู๊ปข่าวของ BBC เคยรายงานว่า ผัดไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกของไทย รวมถึงวัตถุดิบในการผัด เช่น เต้าหู้ กุ้งแห้ง ได้แพร่จากประเทศจีนเข้ามาเมื่อหลายร้อยปีก่อน จากนั้นจึงผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมการกินของคนไทย จนค่อยๆ กลายเป็นอาหารขึ้นชื่อ ชื่อ ต้มยำกุ้ง “อาหารประจำชาติ” ของไทยยังเกี่ยวข้องกับชาวจีน โดยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 สมัยกรุงธนบุรีพระเจ้าตากสินได้เชิญแม่ครัวหลวงให้ทำอาหารเรียกน้ำย่อยให้แก่พระธิดาที่ทรงเบื่ออาหาร หลังเสวยแล้วพระวรกายปลอดโปร่ง อาการประชวรบรรเทา ต่อมาพระเจ้าตากสินจึงพระราชทานนามอาหารจานนี้ว่า “ต้มยำกุ้ง”

ปัจจุบันอาหารไทยก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีนเช่นกัน ต้มยำกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ไก่ย่าง ข้าวขาหมู สุกี้แบบไทยต่างเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวชาวจีนเป็นอย่างมาก ร้านอาหารไทยในจีนมีอยู่ทั่วไป หนุ่มสาวชาวจีนไม่น้อยเห็นว่าการเดินทางเที่ยวไทยก็คือการเดินทางของอาหารเลิศรสเช่นกัน “ลิสต์อาหาร 10 อย่างที่ต้องกินให้ได้ในไทย” กลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในคู่มือท่องเที่ยว

ไม่ว่าจะไทยหรือจีน อาหารได้กลายเป็น “วิถีชีวิต” อย่างหนึ่งไปแล้ว ใน “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” นอกเหนือจากการสืบคดี ก็ได้สอดแทรกฝีไม้ลายมือในการทำอาหารของสุยโจวกับประสบการณ์ของนักกินอย่างถังฟั่น อาศัยอารมณ์การถ่ายทำสารคดีอาหารนำเสนอความพิถีพิถันต่อการ “กิน” ให้รู้สึกราวกับว่า “เห็นภาพ” ในซีรี่ส์ก็ “ได้กลิ่น” ตาม สอดคล้องกับความต้องการในการชมซีรี่ส์ของคนรุ่นใหม่ กลายเป็นห้วข้อที่ถูกกล่าวถึงอย่างร้อนแรงในโซเชียลมีเดียทั้งในไทยและจีน ซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนจะกลายเป็น “ต้าหมิงบนปลายลิ้น” ได้อย่างไรนั้น ต้องรับชม “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ทางแอปพลิเคชัน iQIYI International อัพเดต 2 ตอนทุกวันอังคารถึงศุกร์ พลาดไม่ได้เด็ดขาด!

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น iQIYI เพื่อรับชม “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ได้โดยสแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง หรือคลิกที่ https://go.onelink.me/4Hx2/ch14th

A close up of a sign

Description automatically generated