ศาลงเพิกถอนประกัน ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ คุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลอาญารัชดามีคำสั่งเพิกถอนประกัน เบนซ์ เรซซิ่ง
  • หลังได้รับการปล่อยชั่วคราว แต่ไม่มารายงานตัวตามกำหนดนัด
  • วันนี้ไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ควบคุมตัวส่ง เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ศาลอาญารัชดามีคำสั่งเพิกถอนประกัน นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง หลังได้รับการปล่อยชั่วคราว ในข้อหา สมคบฟอกเงินคดียาเสพติด ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเวพติดจับกุมไว้ได้พร้อมพวก แต่ไม่มารายงานตัวตามกำหนดนัด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลยมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนิน คดี ข้อหา กระทำผิด พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล จึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวจำเลย

ซึ่ง ในวันนี้ไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัวอีก เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ จึงได้นำตัวเบนซ์ เรซซิ่ง ไปควบคุมไว้ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ กวาดล้างแก๊งเงินกู้นอกระบบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการระดมกวาดล้าง แก๊งเงินกู้นอกระบบ ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.63 จับได้ 145 ราย
  • สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล เครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบ
  • ขอความร่วมมือประชาชน แจ้งเบาะแส โดยตำรวจจะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ

วันนี้ (26 มิ.ย.63) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิด ภายใต้ “ยุทธการขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบ ในเขตพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 1” ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.63

จากการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 9 จังหวัด จำนวน 77 จุด สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบได้ 145 ราย ทั้งการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ (กู้ออนไลน์) และประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคลฯ (รับจำนำรถ) พร้อมยึดของกลางรวม 320 รายการ อาทิ รถยนต์ 35 คัน, รถจักรยานยนต์ 17 คัน, โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ, อาวุธปืน 3 กระบอก, เงินสดกว่า 1 แสนบาท รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล เครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบ เพื่อสืบสวนขยายผล โดยเฉพาะบุคคลที่ปล่อยเงินกู้รายวันตามตลาดต่าง ๆ หากพบมีการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน เพื่อยึดทรัพย์ต่อไปด้วย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน แจ้งเบาะแส โดยตำรวจจะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้ง ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ “ศปน.ตร.” และให้แต่ละกองบัญชาการจัดตั้งศูนย์นี้เช่นกัน เพื่อปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือ มีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน การทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย หรือการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน

‘สมชัย’ ชี้ซื้อเสียงลำปาง กกต. มีแนวทางการพิสูจน์ไม่ยาก

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’สมชัย ศรีสุทธิยากร’ อดีต กกต. โพสต์ข้อความติดตามกรณีที่มีการอ้างว่ามีการซื้อเสียง ใน จ.ลำปาง
  • พร้อมชี้แจงแนวทางในการพิสูจน์ ชี้ทาง กกต. ทราบดีถึงแนวทางในการพิสูจน์ทราบดีอยู่แล้ว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการติดตามกรณีที่มีการอ้างว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จังหวัดลำปาง ระบุว่า

เมื่อค่ำของวันที่ 25 มิถุนายน 2563 มี 1 ใน 30 ชื่อ “ผู้ทำโพล” ติดต่อผมมา ชี้แจงให้ผมฟังหลายเรื่อง

  1. เธอระบุว่า เธอไม่เคยให้ชื่อใคร หรือรับเงินจากใคร น่าจะมีคนเอาชื่อเธอไปใส่โดยไม่รู้ไม่เห็น
  2. เธอยืนยันว่า มีบุคคลอีก 4 รายใน 30 ชื่อที่วันเลือกตั้งไม่ได้มาใช้สิทธิ์ เนื่องจากอยู่คนละจังหวัด แต่กลับปรากฏชื่อในบัญชี “ผู้ทำโพล” และเชื่อว่าคนเหล่านี้ไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด

ผมเชื่อในความบริสุทธิ์ใจที่โทรมาเล่าเรื่องราวต่างๆ และพอสันนิษฐานได้ว่า

  1. บัญชี “ผู้ทำโพล” อาจจะมีทั้งที่ “จ่ายจริง” และ “ใส่ชื่อเอง” โดยเป็นชื่อที่เอามาใส่โดยเจ้าตัวไม่รู้ เพื่อเป็น “บัญชีเบิก” ให้เต็มโควต้าที่ได้มา 30 คน
  2. คนที่ถูกเอาชื่อมานี้ อาจไม่ทราบ หรือ อาจถูกญาติพี่น้องใส่ชื่อเพื่อรับประโยชน์แทน
  3. สำหรับคนที่ไม่อยู่จริงในวันเลือกตั้ง น่าสนใจว่าได้มีผู้ไปใช้สิทธิแทนหรือไม่ หากปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิแทน แสดงถึง กรรมการประจำหน่วยมีปัญหา ที่ กกต.ต้องแจ้งความดำเนินคดีต่อกรรมการประจำหน่วยซึ่งต้องรับโทษสองเท่าของโทษปกติ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง

แนวทางการพิสูจน์ไม่ยาก

  1. ให้ผู้เสียหาย คือ ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งโดยหยิบยกประเด็นการรวบรวมรายชื่อคนเพื่อเตรียมการซื้อเสียงที่อ้างว่าเป็นบัญชีผู้ทำโพล และ สอบผู้มีชื่อดังกล่าวทั้ง 30 รายว่า มีใครมาจดชื่อ เก็บรวบรวมบัตรหรือให้ประโยชน์อื่นใด
  2. สอบว่าบุคคลทั้ง 30 คนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
  3. หากพบว่ามีหลายคนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขอให้ กกต. มีคำสั่งเปิดหีบเพื่อดูหลักฐานว่า บุคคลดังกล่าวมีผู้ไปลงชื่อใช้สิทธิแทนหรือไม่ หรือมีลายเซ็นของผู้ใช้สิทธิตรงกับลายเซ็นจริงของคนเหล่านี้หรือไม่

ผมเชื่อว่า วิธีการเหล่านี้ สำนักงาน กกต.ทราบดีแล้วว่า เป็นแนวทางที่ต้องดำเนินการ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีประวัติการจัดการเลือกตั้งมากว่า 20 ปี และปรารถนาที่จะเห็นการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม จึงไม่จำเป็นต้องแนะนำสิ่งใดอีก