ศาลฎีกาฯ แจกใบเหลือง ‘กรุงศรีวิไล’ สั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลฎีกาที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ แทน นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก
  • จากเหตุคนใกล้ชิดของนายกรุงศรีวิไล ไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาทให้ประชาชนในพื้นที่
  • การเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ นายกรุงศรีวิไล ยังสามารถจะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้

วันนี้ (30 มิ.ย.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ได้รับทราบคำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ แทน นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งหลังจากนี้ทางสำนักงานจะได้มีการประสานไปยังคณะรัฐมนตรีให้ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง และหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะมีการประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป

สำหรับกรณีดังกล่าว กกต.ยื่นได้ขอให้ศาลวินิจฉัยสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ของนายกรุงศรีวิไล จากเหตุคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาทให้ประชาชนในพื้นที่ เข้าข่ายเป็นการให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายกรุงศรีวิไล เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1)

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ นายกรุงศรีวิไล ยังสามารถจะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้

สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 เขต 5 จ.สมุทรปราการ อันดับ 1 นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 41,745 / อันดบ 2 น.ส.สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 33,007 / อันดับ 3 นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ได้คะแนน 31,430

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/06/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 2 ราย (รายที่ 3,170 – 3,171)
  • ผู้ป่วยวันนี้มาจากกาตาร์ 2 ราย
  • ผ่านมาแล้ว 36 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 96 ของโลก +1

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,171 ราย +2
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,056 ราย +3
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 57 ราย (ทั้งหมดเป็นคนไทยที่มาจากต่างประเทศ)
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 234 ราย +2

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 2 ราย)

▪️ จากประเทศกาตาร์ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 27 และ 28 ปี อาชีพพนักงานนวด

  • วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย เข้าพักสถานกักกันของรัฐ จ.ชลบุรี
  • วันที่ 21 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ
  • วันที่ 27 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ผลเชื้อ ไม่มีอาการ

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 10,408,433 ราย +159,056 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,530 ราย +228 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 5,664,407 ราย +107,773 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 507,497 ราย +3,422 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,681,811 ราย
  2. บราซิล 1,370,488 ราย
  3. รัสเซีย 641,156 ราย
  4. อินเดีย 567,536 ราย
  5. อังกฤษ 311,965 ราย
  6. สเปน 296,050 ราย
  7. เปรู 282,365 ราย
  8. ชิลี 275,999 ราย
  9. อิตาลี 240,436 ราย
  10. อิหร่าน 225,205 ราย
    ** อันดับที่ 96 ประเทศไทย 3,171 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/06/2563 | 11.30 น.

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศแพทยสภา 10 หน้าที่ผู้ป่วย ปกปิดข้อมูลสุขภาพมีโทษทางกฎหมาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแพทยสภา เรื่อง หน้าที่อันพึงปฏิบัติของผู้ป่วย
  • “หน้าที่อันพึงปฏิบัติของผู้ป่วย” ประกอบด้วยกัน 10 ข้อหลักๆ
  • ทั้งนี้หากพบว่าผู้ป่วยมีการปกปิดข้อมูล มีความผิดตามกฎหมาย

วานนี้ ( 29 มิ.ย.63) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแพทยสภาที่ 50/2563 เรื่อง หน้าที่อันพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ด้วยกระบวนการรักษาพยาบาลภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้น ทุกอย่างล้วนเป็นไปเพื่อมุ่งหวังให้ผู้ป่วยพ้นจากความเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานอันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นสำคัญ แต่นอกเหนือจากความพยายามของผู้ประกอบชาชีพเวชกรรมและบุคลากรสาธารณสุขแล้วหนึ่งในปัจจัยสำคัญอันจะท าให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ คือ“การได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย”

ซึ่งหลายประเด็นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยอาจไม่ทันตระหนักหรือทราบมาก่อนว่า เป็นสิ่งจำเป็นและมีผลอย่างยิ่งต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๑) ประกอบกับมาตรา๗ (๒) และ๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕

แพทยสภาจึงออกประกาศเรื่อง “หน้าที่อันพึงปฏิบัติของผู้ป่วย” ดังนี้

  • ข้อ 1 การเอาใจใส่และดูแลสุขภาพของตนเอง รวมทั้งการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ หากผู้ป่วยเห็นว่าไม่อาจทำตามคำแนะนำดังกล่าวได้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้ทราบโดยทันที เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน
  • ข้อ2 ผู้ป่วยพึงเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพ “ที่เป็นจริงและอยู่ในความรับรู้” ของผู้ป่วยแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ เพื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะได้รับทราบข้อมูลด้านสุขภาพทั้งหมดอันจะเป็นประโยชน์ต่อการให้การรักษาพยาบาลและป้องกันมิให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อตัวผู้ป่วยเองและต่อผู้ป่วยรายอื่น รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อ3 ผู้ป่วยพึงปฏิบัติตามระเบียบที่สถานพยาบาลกำหนดไว้
  • ข้อ 4 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่าการใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมทั้งสิทธิผู้ป่วยตามที่กำหนดไว้ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยท่านอื่น
  • ข้อ 5 ผู้ป่วยพึงหลีกเลี่ยงการกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและบุคลากรสาธารณสุขหากมีกรณีที่ผู้ป่วยไม่เห็นด้วยต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ท่านสามารถให้คำแนะนำหรือใช้สิทธิร้องเรียนได้ตามระเบียบปฏิบัติของสถานพยาบาลนั้นๆ
  • ข้อ 6 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า ห้องฉุกเฉินเป็นสถานที่ซึ่งจัดเตรียมไว้เป็นการเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ตกอยู่ใน “ภาวะเร่งด่วนและเป็นภยันตรายอันใกล้ต่อชีวิต ” เป็นสำคัญ บุคลากรสาธารณสุขจะให้การรักษาตามลำดับความเร่งด่วนทางการแพทย์เป็นสำคัญ ดังนั้นพึงหลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบของบุคลากรในห้องฉุกเฉิน
  • ข้อ7 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า“ทรัพยากรในระบบสาธารณสุขมีราคาแพงและมีจำนวนจำกัด”ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมร่วมกับสถานพยาบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอันมีค่าอย่างระมัดระวัง การกระทำการใดๆ ของผู้ป่วยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรอันมีค่า และส่งผลเสียร้ายแรงต่อการรักษาพยาบาลของตัวผู้ป่วยเอง รวมทั้งต่อผู้ป่วยท่านอื่น
  • ข้อ 8 ผู้ป่วยพึงเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคลากรสาธารณสุขและผู้ป่วยท่านอื่นในสถานพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามกระทำการถ่ายรูป บันทึกเสียงหรือภาพเคลื่อนไหวรวมทั้งกระทำการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันนี้ โดยมิได้รับความยินยอมก่อน
  • ข้อ 9 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า “เอกสารลงนามในการให้ความยินยอมเพื่อรับการรักษาพยาบาล” เป็นเอกสารสำคัญที่ให้รายละเอียด ตลอดจนข้อจำกัดและความเสี่ยงของการรักษาพยาบาล ดังนั้นก่อนทำการลงนามในเอกสารดังกล่าว ผู้ป่วยต้องอ่านและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือมีความไม่เข้าใจใด ๆ ควรสอบถามผู้เกี่ยวข้องก่อนการลงนามทุกครั้ง
  • ข้อ 10 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า การละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยเอง และในบางกรณี หากเกิดความเสียหายต่อสถานพยาบาลหรือผู้ป่วยท่านอื่น ท่านอาจได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ศาสตราจารย์เกียรติคุณสมศรี เผ่าสวัสดิ์
นายกแพทยสภา

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา