กทม.เริ่มก่อสร้าง โครงการอุโมงค์ทางเดินลอดถนนมหาราช-หน้าพระลาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรุงเทพมหานคร เริ่มก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนมหาราชและถนนหน้าพระลานของกรุงเทพมหานคร
  • ด้วยวงเงินก่อสร้างรวม 1,125 ล้านบาท
  • เพื่ออำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมวัดพระแก้ว

วันนี้ ( 19 มิ.ย. 63 ) พื้นที่บริเวณเกาะกลาง ถนนหน้าพระลาน ฝั่งตรงข้ามวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วต่อเนื่องไปถึงท่าช้างวังหลวง เริ่มมีการตัดแต่งกิ่งและอยู่ระว่างถูกล้อมย้าย ต้นมะขามและต้นไม้ใหญ่เพื่อรอการเคลื่อนย้ายไปพักไว้ที่ จ.สระบุรี ในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า ตามโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนมหาราชและถนนหน้าพระลานของกรุงเทพมหานคร ด้วยวงเงินก่อสร้างรวม 1,125 ล้านบาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้รายละเอียดโครงการดังกล่าวดังกล่าวประกอบด้วย

  1. โครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน จำนวน 2 จุด วงเงิน 945 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 540 วัน ได้แก่ อุโมงค์ทางเดินลอดหน้าพระลาน จุดที่ 1 ระยะทาง 96 เมตร พื้นที่รวม 6,280 ตารางเมตร พร้อมห้องน้ำชาย 21 ห้อง ห้องน้ำหญิง 55 ห้อง โถงพักคอยและทางเดิน อาคารกองอำนวยการและอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน จุดที่ 2 ระยะทาง 37 เมตร พื้นที่รวม 350 ตารางเมตร พร้อมงานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ระบบระบายน้ำ ระบบไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศและปรับอากาศ ระบบจราจรและงานปรับปรุงภูมิทัศน์ และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. โครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนมหาราช วงเงิน 180 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน ระยะทาง 90 เมตร พื้นที่รวม 1,146 ตารางเมตร พร้อมห้องน้ำชาย 15 ห้อง ห้องน้ำหญิง 20 ห้อง โถงพักคอย ทางเดิน และงานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ระบบระบายน้ำ ระบบไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศและปรับอากาศ ระบบจราจรและงานปรับปรุงภูมิทัศน์ และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม กทม.ระบุว่า ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด จำเป็นต้องขุดล้อมต้นไม้ออกจากพื้นที่เพื่อนำไปอนุบาลให้มีรากและทรงพุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรง ก่อนนำกลับมาปลูกบริเวณเดิมเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถปลูกได้

ข้าวแกงใจดี แบ่งปันน้ำใจให้ลุงกินฟรี ได้อิ่มท้องทุกวัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ร้านข้าวแกง “สองพี่น้อง” แบ่งปันน้ำใจ ให้ลุงอายุ 72 ปี ได้มากินข้าวฟรีได้ทุกวัน
  • เนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ลุงคนดังกล่าวเดินมาถามราคาข้าวแกง จึงบอกลุงว่าให้ฟรี

ร้านข้าวแกง “สองพี่น้อง” อยู่ในตรอกศูนย์อาหารข้างโรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ แบ่งปันน้ำใจ ให้ลุงอายุ 72 ปี ได้มากินข้าวฟรีได้ทุกวัน โดยทางเจ้าของร้านข้าวแกงเปิดเผยว่า ได้เจอลุงคนนี้เมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา แกเดินผ่านมา และถามถึงราคาข้าว จึงถามกลับไปว่าลุงอยากกินอะไรก็บอกได้นะ ให้กินฟรี ซึ่งถ้าหากว่าอีกวันเป็นวันหยุด ก็จะใส่ข้าวให้ลุงนำกลับไปกินที่บ้านด้วยอีกกล่อง

โดยกิจวัตรของแก คือเมื่อทานข้าว เสร็จจะนำเศษข้าวที่เหลือ และกรอกน้ำที่จุดบริการน้ำของ กทม. ใส่ขวดที่เตรียมมา เทให้นก เป็นการแบ่งปันช่วยเหลืออีกต่อนึง

‘ศรีสุวรรณ’ แฉ!! มีขบวนการซื้อขายไม้เก่าอาคาร ‘บอมเบย์เบอร์มา’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนจำนวนมาก เกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ 127 ปี
  • ซึ่งล่าสุดทางกรมศิลปากร เตรียมร่วมกับทางจังหวัดแพร่ หารือแนวทางการอนุรักษ์โบราณสถาน
  • ทางด้าน ‘ศรีสุวรรณ’ เผยมีขบวนการซื้อขายไม้เก่าอาคาร ‘บอมเบย์เบอร์มา’

วันนี้ (19 มิ.ย.63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กศรีสุวรรณ จรรยา กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนจำนวนมาก เกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ 127 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์ทางด้านการทำไม้ในประเทศไทย ตั้งอยู่ในสวนรุกขชาติเชตวัน สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โดยอ้างว่าเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้ดีขึ้น ภายใต้งบพัฒนาจังหวัดแพร่โดยใช้งบประมาณ 4,560,000 บาทนั้น

การรื้อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าว เป็นที่แปลกใจของชาวแพร่ และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากว่า เหตุใดจึงไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ที่จะต้องมีการทำทะเบียนไม้หรือทำโค้ดไม้แต่ละชิ้นที่ถอดออกมา เพื่อนำมาฟื้นฟูปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อนำกลับไปสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยใช้ไม้เดิมๆ จึงจะถือว่าเป็นการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอาคารดังกล่าวให้ยั่งยืนต่อไปได้

วิธีการดังกล่าวตรงกันข้ามกับคำให้สัมภาษณ์ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่อ้างว่าได้รับรายงานจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ชี้แจงว่าเป็นการซ่อมแซมอาคารแต่ของบประมาณจังหวัด ส่วนการรื้ออาคารซึ่งเป็นไม้ทั้งหลัง ไม่ได้เอาไม้ไปไหน ไม้ทุกแผ่นยังกองอยู่ที่เดิม ส่วนสาเหตุที่ต้องรื้อไม้ลงมา เพราะฐานรากคอนกรีตของอาคารเสื่อมสภาพ การจะซ่อมแซมได้ต้องทุบทิ้งแล้วทำฐานใหม่ เมื่อทำฐานเสร็จก็จะนำไม้ที่รื้อออกมาประกอบเป็นตัวอาคาร

ล่าสุด สมาคมฯได้รับข้อมูลที่ผิดปกติเกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารดังกล่าวจากสายข่าว กอ.รมน.แจ้งว่า มีการเจรจาซื้อขายไม้เก่าชั้นดีบางส่วน ที่รื้ออกมาจากอาคารบอมเบย์เบอร์มาออกขายไปแล้ว โดยพ่อค้าไม้เฮือนเก่าจากบ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยมีความพยายามที่จะขนย้ายไม้เก่าออกจากพื้นที่ในเวลากลางคืน เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ในจังหวัดแพร่ต้องประสานเพื่อดักจับกุม หากมีการลักลอบขนย้ายกันจริง แต่พอเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดังขึ้นมามีการเจรจาขอไม้บางส่วนคืน แต่ถูกปฏิเสธเพราะ “คืนไม้ไม่คืนเงิน”

กรณีดังกล่าวถ้าเป็นไปตามการแจ้งของสายข่าว กอ.รมน.ย่อมชี้ให้เห็นว่าการรื้อทำลายอาคารบอมเบย์เบอร์มา มีเจตนาที่จะไม้เอาไม้เก่ามาประกอบเป็นอาคารเหมือนเดิม หากแต่จะเอาไม้ไม่ทั้งหมดมาดำเนินการ ซึ่งผิดหลักการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารอนุรักษ์โดยสิ้นเชิง และสิ่งที่รัฐมนตรีพูดจะถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือไม่

ด้วยเหตุดังกล่าว ในวันนี้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดๆในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างที่ไม่สมควรของการปฏิบัติหน้าที่ราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรมต่อไป