อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยอดจองล่วงหน้าเต็มแล้ว ยาวถึง 4-5 ก.ค.63

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอดจองทั่วประเทศ 30,000 คน ส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
  • มีการจองตั๋วล่วงหน้าจนถึงวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว
  • สามารถมารอรับซื้อตั๋วเข้าท่องเที่ยวได้บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานอีก 1,500 คน

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สำรวจความเหมาะสมเกี่ยวกับระยะเวลาการปิดอุทยานแห่งชาติเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ปิดอุทยานแห่งชาติทุกแห่งปีละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ซึ่งแต่ละอุทยานจะปิดไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละแห่งมีความเปราะบางของระบบนิเวศไม่เท่ากัน รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย เช่น การเกิดมรสุมในฝั่งทะเลอันดามัน เกิดน้ำป่าไหลหลาก ภายในถ้ำมีอันตราย และร้านค้าผู้ประกอบการ คาดว่าจะประกาศช่วงเวลาปิดอุทยานแต่ละแห่งได้ภายในปี 2564

ขณะที่ความพร้อมเปิดบริการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ 127 แห่งทั่วประเทศ วันแรกวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.63) หลังปิดช่วงวิกฤตโรคโควิด-19 ไปนานถึง 3 เดือน ด้วยการนำแอปพลิเคชันที่เป็นระบบการจองล่วงหน้า “QueQ” เข้ามาใช้ในการเปิดให้จองตั๋วเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ลดความแออัดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สิ่งสำคัญเป็นการรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงที่โรคโควิด-19 ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ ถือเป็นการเปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติในรูปแบบ “New Normal National Park” ที่จะเปิดให้จองตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าท่องเที่ยว 15 วัน โดยภาพรวมทุกอุทยานแห่งชาติที่เปิดให้บริการมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยทุกคนต้องสแกนเข้า-ออก ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้ง

นายจงคล้าย กล่าวอีกว่า หลังทดลองระบบการจองล่วงหน้าผ่านทางแอปพลิเคชั่น QueQ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่ามียอดจองทั่วประเทศ 30,000 คน ส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรก ที่มีการจองตั๋วล่วงหน้าจนถึงวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ภาพรวมสามารถอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้เฉลี่ย 5,000 คน แต่เปิดให้จองล่วงหน้าเพียง 3,500 คน แล้วสามารถมารอรับซื้อตั๋วเข้าท่องเที่ยวได้บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานอีก 1,500 คน

ราคาทองวันนี้ เปิดตลาดปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 26,600 บาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราคาซื้อ-ขายทอง วันที่ 1 ก.ค.63 ครั้งที่ 1 ราคาปรับขึ้น 200 บาท
  • ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 26,600 บาท
  • ทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 25,900 บาท

สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า ทันทีที่เปิดตลาดในเช้าวันนี้ (1 ก.ค.63) เมื่อเวลา 09:24 น. ปรับราคาครั้งที่ 1 ราคาปรับขึ้น 200 บาท โดยราคาทองคำแท่งในประเทศ รับซื้อบาทละ 26,000 บาท ขายออกบาทละ 26,100 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 25,529.44 บาท ขายออกบาทละ 26,600 บาท

ครม.เห็นชอบเปลี่ยนชื่อ ‘เที่ยวปันสุข’ เป็น ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ลงทะเบียน 15 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ นำ 2 แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวเดิม คือ “เที่ยวปันสุข” กับ “เราไปเที่ยวกัน” มารวมเป็นแพ็คเกจเดียว
  • เปิดให้โรงแรมลงทะเบียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563
  • ประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียน 15 กรกฎาคม 2563 ผ่าน เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน .com และแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” รัฐช่วยจ่ายให้ 40% แต่ไม่เกิน 3 พันบาท ต่อคืน

วานนี้ (30 มิ.ย.63) นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ งบประมาณ 22,400 ล้านบาท เพื่อดำเนินการมาตรการท่องเที่ยว 2 โครงการ ดังนี้

โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ด้วยการนำ 2 แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวเดิม คือ “เที่ยวปันสุข” กับ “เราไปเที่ยวกัน” มารวมเป็นแพ็คเกจเดียว โดยจะเปิดให้โรงแรมลงทะเบียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียน 15 กรกฎาคม 2563

ส่วนประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียน 15 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้โรงแรมทีเข้าร่วมโครงการจะต้องมีใบอนุญาต ขึ้นทะเบียนจากกรมการท่องเที่ยว ส่วนประชาชนจะต้องลงทะเบียนผ่าน เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน .com และแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เมื่อได้รับสิทธิ์แล้ว ก็จะให้กระทรวงการคลังโอนจ่ายตรงกับโรงแรม 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน รวมทั้งจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน โดยให้ออกค่าใช้จ่ายไปก่อน แล้วรัฐจะจ่ายคืนให้ ไม่เกิน 1,000 บาท/ที่นั่ง

แพ็คเกจกำลังใจ เปิดให้เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน ได้เที่ยวผ่านบริษัทท่องเที่ยวโดยไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน

ขั้นตอนการลงทะเบียน www.เราเที่ยวด้วยกัน .com

สำหรับขั้นตอนในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน .com เมื่อคลิกเข้าไปในหน้าเว็บ ระบบจะมีให้เลือกรับสิทธิ์ ผ่าน 2 เว็บเพจ

เพจแรก เมนู “กำลังใจ” ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน จะได้รับสิทธิ์ เที่ยวฟรี 100% ผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย แพ็คเกจนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาท รับสิทธิ์ 1 คน 1 สิทธิ

เพจที่สอง เมนู “เราเที่ยวด้วยกัน” เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวให้ 40% ต่อคืน แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน สูงสุดจองได้ไม่เกิน 5 คืน รวมทั้งจะได้รับอี-เวาเชอร์ 600 บาทต่อคืน ผ่าน แอป “เป๋าตัง” เมื่อจองเสร็จก็จ่ายค่าที่พักให้โรงแรม 60% ด้วยบัตรเครดิต QR Code หรือพร้อมเพย์ และรัฐบาลสนับสนุนจ่ายค่าห้องพักให้ 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน (รัฐจ่ายให้โรงแรมเมื่อนักท่องเที่ยวเช็คเอ้าท์) โดยการจองที่พักต้องจองล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง

หากใครจะจองซื้อตั๋วเครื่องบินด้วย ระบบก็จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน เพื่อรับโปรโมชั่น โค้ด รับสิทธิ์ที่รัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 1,000 บาท จากราคาตั๋วที่สายการบินเสนอราคาค่าตั๋วเครื่องบินอยู่ที่ราว 2,500 บาท (ไป-กลับ) ที่มีตั๋วทั้งหมดราว 2 ล้านใบ

หลังจากจบกระบวนการจองดังกล่าว นักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนจองที่พัก จะได้ อี-วอลเชอร์ ผ่าน แอป “เป๋าตัง” จำนวน 600 บาทต่อคืน (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน) เพื่อนำไปใช้เป็นค่าอาหาร ค่าใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยว (ซึ่งในแต่ละร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยว ที่ไปใช้บริการ นักท่องเที่ยวจ่าย 60% ของค่าใช้จ่ายจริง รัฐจ่าย 40%) โดยสามารถสแกนบาร์โค้ดชำระเงินผ่านสถานประกอบการที่ใช้ แอป “ถุงเงิน” ซึ่งนักท่องเที่ยวจะใช้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอ้าท์ (23.59น.) ใช้เงินไม่ครบ 600 บาทต่อคืน ระบบจะยึดเงินคืน