ชาวบ้านอำเภอเมืองชัยนาท ไม่มีไฟฟ้าใช้กว่า 20 ปี ต้องใช้ชีวิตจุดตะเกียง
ผู้สื่อข่าวข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จากคุณสมพิศ แสงสว่าง อายุ45ปี ชาวบ้านพื้นที่หมู่ที่2 ต.ชัยนาท อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาทว่า ตนและญาติๆซึ่งปลูกบ้านอยู่ริมบึงอ้อ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวชุมชนหลักประมาณ1ก.ม. อยู่ด้วยกันทั้งหมด4หลังคาเรือน ซึ่งมีเรื่องทนทุกข์มานานคือ ทั้ง4หลังคาเรือนที่มีคนอาศัยอยู่จำนวน9คนเป็นผู้ใหญ่6คนและเด็กในวัยรียนอีก3คน ซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า20ปีตั้งแต่มาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ เคยทำเรื่องขอไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เคยยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาล เคยเดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสำรวจเมื่อปี2559 แต่เรื่องก็เงียบหายไปอีก

โดยในแต่ละวันจะต้องรีบทำกับข้าวหุงหาอาหารก่อนที่แสงตะวันจะหมดลง เพราะบ้านทั้ง4หลังจะต้องอยู่ในความมืด ทำอะไรก็ลำบากเพราะอาศัยแสงสว่างได้เพียงจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ โดยเฉพาะเด็กที่จะต้องทำการบ้านและอ่านหนังสือก็ไม่สะดวก เพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนการสื่อสารกับโลกภายนอกนั้นจะมีก็เพียงวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ใช้ถ่านไฟฉายเป็นพลังงาน ที่พอจะได้ฟังข่าวสารบ้านเมืองบ้าง กับโทรศัพท์มือถือที่ในเวลาที่จะต้องชาร์จแบตเตอรี่ก็ต้องขับรถไปจ้างเพื่อบ้านในชุมชนหลัก ชาร์จให้ครั้งละ20บาท ส่วนเรื่องของน้ำดื่มก็ต้องซื้อจากตลาดแบบบรรจุถังมาไว้ น้ำอาบน้ำใช้ก็ต้องใช้เครื่องยนต์ปั๊มน้ำบาดาลขึ้นมาโดยใช้น้ำมัน จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางให้เพื่อคลายทุกข์ให้กับทั้ง4ครอบครัว
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการไปถึงใหนอย่างไรบ้าง ซึ่งนายเอกพล พรหมอ่อน รองผู้จัดการฝ่ายเทคนิคการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาทเปิดเผยว่า สำหรับเรื่องของบ้าน4หลังริมบึงอ้อมีการยื่นเรื่องขอรับบริการไฟฟ้าไว้เมื่อวันที่ 10สิงหาคม2559 โดยการขยายเขตบริการระยะทาง1กิโลเมตรโดยประมาณ จะมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 1,044,234บาท
โดยการไฟฟ้าจะมีงบลงทุนตามระเบียบได้ 742,161บาท โดยผู้ขอใช้ไฟจะต้องจ่ายสมทบจำนวน 302,073บาท ซึ่งวงเงินขนาดนี้เกินอำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท จึงทำเรื่องขออนุมัติวงเงินงบประมาณจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขตลพบุรี ซึ่งล่าสุดยังไม่มีการอนุมัติหรือคำสั่งที่ชัดเจนลงมา ตอนนี้จึงทำได้เพียงรอ หรือไม่ก็ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณมาสมทบ


