ขนส่งฯ ปรับเกณฑ์สอบใบขับขี่ เริ่ม 1 มิ.ย 57

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนตร์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ทำให้ต้องมีการจองคิวสำหรับการเข้าทดสอบรับใบอนุญาตที่สำนักพื้นที่ต่างๆ ของกรมฯ ทำให้เกิดแนวคิดที่จะลดขั้นตอนการดำเนินการลง

1.2.3

โดยให้ขนส่งทุกจังหวัดไปจัดหาสถาบันการศึกษาของรัฐมาช่วยในการอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่องการขับรถและข้อกฎหมายต่างๆ ให้กับผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ ซึ่งการอบรมดังกล่าว จะเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้นแก่ประชาชน เพราะสามารถเลือกเวลาเข้ารับการอบรบด้วยตัวเอง โดยจะใช้เวลาทั้งสิ้น 12 ชม. ตามมาตรฐานที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้

จากนั้นค่อยนำผลรับรองการอบรมมายื่นขอรับการทดสอบใบขับขี่ หากทำการทดสอบผ่าน ก็จะได้รับใบอนุญาตทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาอบรมอีก 4 ชั่วโมง นอกจากนี้จะมีการเพิ่มจำนวนข้อสอบข้อเขียนให้เข้มข้นขึ้น จากเดิมรวมรวบไว้ 300 ข้อ เลือกมาเพียง 35 ข้อ เพิ่มเป็น รวบรวม 1,000 ข้อ เลือกมาให้ตอบ 50 ข้อ

โดยจะนำข้อสอบที่ใช้หมุนเวียนออกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.dlt.go.th เพื่อให้ผู้ที่จะเข้าทดสอบได้ศึกษา และเกณฑ์วัดผล ต้องเพิ่มจาก ผลคะแนน 75% เป็น 90% จึงจะถือว่าผ่านการสอบได้ โดยจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.2557 นี้ เป็นต้นไป โดยในอนาคตอาจปรับเพิ่มชั่วโมงการอบรมขึ้นอีก

ทั้งนี้เมื่อข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนในโลกออนไลน์ โอดครวญถึงเรื่องเวลาที่ต้องใช้ในการอบรม ที่ยาวถึง 12 ชม. แต่ทั้งนี้แล้วเสียงส่วนใหญ่กลับออกมาเห็นด้วยที่มีการทำให้การสอบใบขับขี่เป็นไปด้วยความเข้มงวด และมีมาตรฐานมากขึ้น

โดยฝั่งคนที่โอดครวญก็บอกว่า

“…สรุปแล้วกว่าจะได้ใบอนุญาตมา ต้องใช้เวลาร่วมๆ 4 วัน ยิ่งเป็น กทม ยิ่งแล้วใหญ่ ใครจะมีเวลาไปนั่งขนาดนั้น แค่ 2-3 ชั่วโมงก็จะแย่อยู่แล้ว เสียเวลาทำมาหากินหมด แบบนี้คนที่ทำงานใครอยากจะลาไปทำ มีใบขับขี่ไปก็ใช้กันตำรวจจับแค่นั้น บางคนมีใบขับขี่อย่างดี เลี้ยวทีไฟเลี้ยวไม่เคยเปิด การขับรถมันไม่ได้อยู่กันที่อบรมมากี่ชั่วโมง มันอยู่ที่นิสัยคนของคนขับ…”

แต่ก็มีคนออกมาเห็นด้วยกับเกณฑ์ที่กำลังจะปรับใหม่

“ จะว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องของความความปลอดภัย และมาตรฐาน เห็นด้วยแล้วกับเกณฑ์นี้ ต่างประเทศกว่าจะได้ ต้องสอบแล้วสอบอีก ได้ใบขับขี่มาแล้วจะได้มั่นใจได้ว่าขับได้ถูกต้องตามกฏ มีความรู้เรื่องจราจรร้อยเปอร์เซ็น การสอบที่ไทยง่ายเกินไป คนก็เลยขับขี่แบบมั่วๆไม่ถูกกฏจราจร เกิดอุบัติเหตุและความเสียหาย ใครอยากจะมีก็ต้องสอบต้องผ่านการอบรมนี้ให้ได้ การจราจรไทยจะได้พัฒนาซะที ”

ทั้งนี้ ก็มีความเห็นทิ้งท้ายเอาไว้ ว่าแท้จริงแล้วต้องอบรมมาก็นาน ทำไมข้อสอบยังต้องทำให้ได้ 90% ทำไมไม่ 100% ไปเลย เพราะข้อสอบมันก็เป็นกฎการขับขี่อยู่แล้ว ควรถูก 100% ด้วยซ้ำไป ถูกแค่ 50% ก็หมายถึงคุณรู้เรื่องกฏการขับขี่แค่ 50% ชีวิตคนอื่นต้องมาเสี่ยงกับความไม่รู้กฏด้วยอย่างนั้นหรือ

ฮือฮา! ไก่ชนรถเป็นรู รอดตายหวุดหวิด

เว็บไซต์มิร์เรอร์ของอังกฤษ รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ชนไก่ ที่เมืองซินเฟิง มณฑลเจียงซีของประเทศจีน เป็นเหตุให้บังโคลนหน้ารถเป็นรูโหว่ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไก่สามารถรอดชีวิตไปได้

1 (1)

รายงานระบุว่า เจ้าของรถคือ นายหวง หลิงหยง วัย 31 ปี ขับรถมาด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เมื่อเห็นไก่บนถนนเขาจึงเบรคกะทันหัน แต่ไม่ทันการณ์ รถยนต์พุ่งชนไก่อย่างจัง หลังจากนั้น นายหวงจึงรีบหยุดรถ เพื่อลงไปดู พบว่ารถของตนเป็นรูโหว่โดยมีไก่ตัวดังกล่าวติดอยู่ข้างในนั้น เบื้องต้นเขาคิดว่ามันอาจจะตายจากแรงกระแทก แต่สุดท้ายไก่ก็รอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นออกมายืนยันว่าชิ้นส่วนบังโคลนของรถดังกล่าว ที่เปราะแตกง่ายนั้น ไม่ใช่ชิ้นส่วนดั้งเดิม แต่เป็นของเลียนแบบที่บริษัทจีนผลิตขึ้น

ศาลรธน. ตัดสินยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพปมย้ายถวิล

วันนี้ (7 พ.ค. 57) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โยกย้ายได้ถวิลเปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการย้ายจากเลขาธิการ สมช. เป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ

1 (1)

โดยได้พิจารณาแล้วจึงตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีอีกจำนวน 9 คนพ้นจากการทำหน้าที่รักษาการ เนื่องจากเห็นว่าการโยกย้ายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ และกระทำด้วยความไม่โปร่งใส เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานสั่งย้ายไม่เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ตนเอง หรือของคนพรรค

ทั้งนี้หลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสินให้พ้นตำแหน่ง เจ้าตัวได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคยทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา ไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ทั้งนี้ขอขอบคุณข้าราชการที่ทำงาน

ขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจที่ให้โอกาสรับใช้ประชาชน ทำงานมา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน บนนาทีความภูมิใจที่ทำหน้าที่นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย ทำงานด้วยความตั้งใจทุ่มเท และจะขอเดินตามเส้นทางประชาธิปไตย ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนขอยืนข้างประชาชนคนไทยตลอดไป

ส่วนรัฐมนตรีที่จะเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการนั้น ทางรัฐบาลได้มีการเลือกประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนจะมีมติให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ จะมานั่งรักษาการนายกรัฐมนตรี แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์