อึ้ง!คู่รักเดนมาร์ก สุดหื่นเมคเลิฟกลางสนามบอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประเทศเดนมาร์ก หลังจบการแข่งขัน ฟุตบอลเดนิช ซูเปอร์ลีก เกมการแข่งขันระหว่างบรอนด์บี้กับแรนเดอร์ส ปรากฎเรื่องราวสุดฉาว เมื่อในช่วงที่แฟนบอลกำลังทยอยออกจากสนามเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งชวนกันไปเมคเลิฟกลางสนามตรวเบริเวณเส้นวงกลมใจกลางสนามฟุตบอล

1.1.1.1---Copy

โดย มิคเคล เดวิดเซน เจ้าหน้าที่ของสโมสรบรอนด์บี้ ได้เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์และได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปพร้อมประจานผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว จากนั้นได้มีการแชร์และส่งต่อภาพดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้ามาไล่ให้ทั้งคู่ออกจากสนามก่อนที่หนุ่มสาวสุดหื่นนี้จะเสร็จกิจ

น้ำพุนรกพุ่งใส่เด็กจีน ร่างลอยกระแทกพื้นเลือดอาบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา บริเวณ ลานน้ำพุ ด้านหน้าอาคารศูนย์วัฒนธรรมเขตซินเจี้ยน เมืองเอินชือ มณฑลหูเป่ย ได้เกิดเหตุเด็กชายคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในบริเวณที่มีการจัดแสดงน้ำพุประกอบแสงสีเสียง

1.1.1.1

โดยน้ำพุบริเวณดังกล่าวมีแรงดันสูงทำให้แรงของน้ำดันร่างของเด็กชายพุ่งสูงถึงสองเมตรก่อนที่ร่างจะตกกระแทกพื้นอย่างรวดเร็วสร้างความตกตะลึงให้กับผู้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวอยู่ในสภาพเลือดอาบใบหน้า เสื้อผ้าขาดเนื่องจากถูกแรงดันน้ำ

1.1.1.1---Copy

ทั้งนี้มีรายงานระบุว่าน้ำพุดังกล่าวมีป้ายประกาศเตือนและมีเส้นขีดไว้ชัดเจนเพื่อไม่ให้คนเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังมีเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากที่ไม่เชื่อคำเตือนดังกล่าว ซึ่งจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทางศูนย์วัฒนธรรม ผู้รับผิดชอบพื้นที่ได้ประกาศเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ดูแลและควบคุมบุตรหลานของตนอย่างเข้มงวด

1.2

ประชุมที่มาส.ว.วุ่น! ส.ส.ปะทะตร.สภา ก่อนผุดวลี ชะนีโหยหวน-สวยกว่าสาวกว่าช่วยไม่ได้

ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในวาระ2 เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น เมื่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาที่ทำหน้าที่ในขณะนั้น

ได้ใช้อำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาเชิญตัวของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งออกนอกห้องประชุม เนื่องจากขัดคำสั่งประธานหลังลุกยืนประท้วง เนื่องจากเห็นว่าประธานสภาทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เพราะให้ส.ส.อภิปรายแปรยัตติได้เพียง 2 คนจากทั้งหมด 57 คน

1.1.1.1

จนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่าง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐสภาท่ามกลางเสียงส.ส.หญิงกรี๊ดดังลั่นห้องประชุม ก่อนที่ประธานสภาจะสั่งให้พักการประชุมเป็นเวลา 10นาทีในที่สุดหลังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์

อย่างไรก็ดีหลังเหตุการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยและกลับเข้ามาประชุมอีกรอบ ก็ได้เกิดการประทะคารมกันอีกรอบของส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้าน จากกรณีเสียงของส.ส.หญิงหวีดร้องระหว่างการปะทะกันก่อนหน้า เมื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า

1.2

ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติในห้องประชุมให้เกียรติตนในฐานะสุภาพสตรี ขณะเดียวกันตนข้องใจเสียงกรีดร้องของส.ส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างเหตุการณ์การคุมตัวส.ส.พรรคฝ่ายค้านออกนอกห้องประชุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภา ทำให้คิดว่ารัฐสภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสวนสัตว์ดุสิต ที่มีเสียง “ชะนีร้องโหยหวน”

จากนั้นนางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ลุกขึ้นประท้วงประธานสภา พร้อมสั่งให้นำตัวส.ส.เพื่อไทยถอนคำพูด “ชะนีโหยหวน” และนำตัวออกจากสภาด้วย เพราะในสภาฯ ไม่ได้ใช้ความสวย ใช้สติและปัญญา

ก่อนที่ น.ส.ขัตติยา ก็ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงตอบโต้ทันทีว่า “เรื่องความสวย ช่วยไม่ได้ เด็กกว่า ใสกกว่า ต้องสู้กันนิดหนึ่ง ส่วนจะให้ถอนคำว่า ชะนีโหยหวนไม่ได้ว่าใครเฉพาะเจาะจง ทางบ้านส่งมา คิดว่า ที่นี่ไม่ใช่รัฐสภา นึกว่า สวนสัตว์ดุสิต ขออนุญาตไม่ถอน” ซึ่งหลังจากพูดจบ ได้มีเสียงโห่มาจากฝ่ายค้าน ก่อนที่นายนิคม ไวยรัชพานิช จะสั่งให้ถอน จนน.ส.ขัตติยา ยอมในที่สุด

ทั้งนี้จาก วลีดังกล่าวของน.ส.ขัตติยา ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตามมาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะชาวเน็ตได้ตั้งประเด็นว่า ส.ส.สาวจากฝากเพื่อไทย เหตุไฉนถึงกล้าเทียบฉันความสวยกับอดีตนางเอกชื่อดังอย่าง นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเชื่อว่า เจ้าตัวต้องทำการศัลยกรรมมาแน่นอน

1

โดยเฉพาะ นายสุทิน วรรณบวร นักข่าวการเมืองอาวุโสชื่อดัง ได้ออกมาเขียนกลอนฉะยับพฤติกรรมของส.ส. คนดังกล่าว โดยระบุว่า
ทำหน้าที่ในสภาใช่หาผัว
เป็นกรรมการไฉนพาลมาเป็นไพร่
ยอมรับใช้สัมพเวสีคนขี้ขลาด
ตำแหน่งใหญ่ไปรับใช้ทรราช
บ้าอำนาจใช้กฏหมู่อดสูใจ
หญิงจะสวยหรือไม่ใช่ปัญหา
ทำหน้าที่ในสภาใช่มาหาผัว
ทรพีเลือดเย็นเห็นแก่ตัว
ปล่อยลูกผัวพ่อตายรับใช้มาร

อย่างไรก็ดีหลัง น.ส.ขัตติยา ถุกกระแสสังคมวิจารณ์หนักเจ้าตัวก็ได้ออกมาแถลงว่า ตนไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบความสวยของตนเองกับนางนาถยา แต่เป็นการอภิปรายที่รับมุขกับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาเท่านั้น

อีกทั้งก็ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำศัลยกรรม แต่รูปที่ชาวเน็ตนำมาเผยแพร่เป็นรูปเก่า โดยเมื่อก่อนทำงานบริษัทตามปกติจึงปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า แต่เมื่อพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล บิดามาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง