ตร.ควบบิ๊กไบค์ขึ้นสะพานเสียหลักล้ม แฟนกระเด็นถูกทับดับ
วันนี้ (25 เม.ย.) ได้รับแจ้งอุบัติเหตุจากประชาชนว่า บนสะพานภูมิพล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ทราบสังกัด ขี่รถบิ๊กไบค์ โดยมีแฟนสาวซ้อนท้าย เกิดเสียหลักบนสะพาน ส่งผลให้แฟนสาว กระเด็นตกจากรถ ก่อนที่รถบบรรทุกที่ขับตามมาเบรกไม่ทัน เหยียบร่างแฟนสาว เสียชีวิตคาที่

ด้าน นายตำรวจทำใจไม่ได้ ใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วย พยายามฆ่าตัวตายตาม แต่เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน ห้ามไว้ได้ทัน ส่งผลให้มีปืนลั่นหลายนัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่ ร.พ.ตำรวจ ส่วนรายละเอียด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
ล่าสุด พ.ต.อ.ภูมินทร์ สิงหสุตร ผกก.สภ.พระประแดง เผยว่า ได้รับรายงานว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ผู้หญิงซึ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เสียชีวิต ส่วนผู้ขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับรายละเอียด จึงไม่สามารถยืนยันว่าผู้ขี่รถจักรยานยนต์คือตำรวจหรือไม่
ด้าน ร.ต.อ.บุญเสริญ กิ่งเกษ ร้อยเวร สภ.พระประแดง เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาวอายุประมาณ 22 ปี ถูกรถทับเสียชีวิต และไม่มีหลักฐานหรือเอกสารแสดงตัวบุคคล ในที่เกิดเหตุก็ไม่พบรถจักรยานยนต์ ส่วนตนอยู่ระหว่างเดินทางไปสอบปากคำผู้ขี่รถจักรยานยนต์ ที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
สั่งสอบวินัย ร.ต.ท.ควบบิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล จนประสบอุบัติเหตุล้มส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต
วันนี้ (25 เม.ย.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ร.ต.ท.ชัยยัณห์ ทองคำชุม อายุ 31 ปี รองสารวัตรปราบปราม สน.ลาดพร้าว ขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล 1 จนประสบอุบัติเหตุล้ม ส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต ว่า มีความผิดทางวินัย หรือผิดกฎหมายจราจรหรือไม่
เนื่องจาก สะพานภูมิพล เป็น 1 ในสะพานที่ตำรวจนครบาล มีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์และรถสามล้อขับขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลังเกิดเหตุมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ เพื่อทำลายหลักฐานหรือไม่นั้น พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า ขณะที่มีการเคลื่อนย้าย มีพนักงานสอบสวน ไปตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้ดำเนินการล่าช้าแต่อย่างใด
พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ไปยื่นหนังสือฟ้องศาลปกครอง ให้เพิกถอนคำสั่งข้อบังคับของทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามใช้สะพานและอุโมงค์ข้ามแยก 45 แห่ง ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ และเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งทางตำรวจก็จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง
ส่วนจะพิจารณายกเลิกสะพานหรือทางลอดอุโมงค์หรือไม่นั้น จะมีการประเมินอีกครั้งหลังครบ 90 วัน ส่วนแนวทางการผ่อนผัน ต้องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณา ได้ให้หลักการและแนวคิดไปแล้ว พร้อมระบุที่ผ่านมา วิศวกรรมจราจร ยืนยันว่า การขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนสะพานและลอดอุโมงค์เป็นอันตราย