แปลก! ปลูกบ้านเดือนเศษ ถูกไฟไหม้กว่า 112ครั้ง

แปลก! เดือนเศษไฟไหม้บ้าน 112 ครั้ง ออกไปทำมาหากินไม่ได้ ต้องเฝ้าบ้านตลอดเวลา

นายล้อม ศักดิ์หวาน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 ม.6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า ที่บ้านเกิดไฟไหม้ทุกวัน จนญาติต้องเฝ้าและมาช่วยกันดูแล เนื่องจาที่นอนหมอนมุ้ง เสื้อผ้า กระดาษ รวมถึงรถจักยานยนต์ที่เก็บไว้ภายในบ้านได้ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย

1.3

นายล้อม กล่าวว่า ตลอดตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมจนถึงวันนี้ ไหม้มาแล้ว 112 ครั้ง จนเสื้อผ้าที่นอน และเครื่องใช้ได้รับความเสียหาย แม้ได้ร้องส่วนราชการหน่วยการที่เกี่ยวข้องจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบหรือช่วยเหลือ จนไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ต้องเฝ้าบ้านตลอดเวลา
ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังเก็บภาพภายในบ้านแค่ 15 นาทีในวันนี้ ก็เกิดไฟไหม้ผ้าขนหนูถุงพลาสติก และกล่องยาสามัญประจำบ้านถึง 3 ครั้ง

ด้านนายธวัชชัย เทพสุวรรณ เขต 4 สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ น่าจะมาจากพื้นที่บ้านดังกล่าวเป็นเตาเผาถ่านเก่า ซึ่งบริเวณใต้พื้นดินจะมีถ่าน หรือ คาร์บอนเนต หลงเหลืออยู่

ส่วนตรงพื้นที่บ้านเป็นปูน ก็จะมีแคลเชี่ยมคาร์บอนเนต เมื่อฝนตกลงมาจะละลายน้ำ และ เกิดปฏิกิริยากับธาตุคาร์บอนเนต ทำให้เกิดเป็นแคลเชี่ยมคาร์บาย และเกิดก๊าซอเซธีลีน ซึ่งเมื่อเกิดความร้อนจากแสงแดด และอุณหภูมิที่ร้อนจัด จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้

ประเพณี 12ปี รับน้องสุดเถื่อน กลับมาสะบักสะบอม

โลกออนไลน์วิจารณ์ ประเพณี12ปี รับน้องสุดเถื่อน กลับมาสะบักสะบอม

วันนี้ (20เม.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Chinly Moby ได้นำเอาบทสนทนาของกลุ่มผู้ปกครองที่ปรากฏในแอปพลิเคชั่น ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

1.2

ซึ่งแจ้งว่า ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม บริจาคเสื้อผ้า-หนังสือ และทาสีอาคารเรียน แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริง นักศึกษาถูกยึดโทรศัพท์มือถือ ให้ยืนตากแดดตั้งแต่เที่ยงวันถึงสี่ทุ่ม หากใครทำสีผมจะถูกฉีดสีสเปรย์ดำทับ สั่งให้ล้างเล็บ โดนลงโทษสารพัด ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ใครเป็นลม รุ่นพี่ก็จะให้ออกมาพัก เมื่อดีขึ้นก็ให้กลับเข้าไปทำกิจกรรมต่อ

ภายในบทสนทนามีการระบุข้อมูลว่า ทางผู้ปกครองอยากไปแจ้งความแต่เด็กๆขอร้องไว้ไม่ให้ทำ อีกทั้งยังแสดงแผนกิจกรรมต่างๆ ของค่ายที่ระบุเอาไว้ แต่นักศึกษายืนยันว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้ทำตามแผนที่วางเอาไว้ นอกจากนี้ในข้อมูลระบุอีกว่า กิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นติดต่อกันมา 12 ปี โดยอ้างว่าจะไปทำกิจกรรมอาสา แต่กลายเป็นค่ายนรก

เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวสังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ของทางมหาวิทยาลัย แต่ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงก็อยากให้ปรับปรุงกิจกรรมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์จะดีกว่า

รายแรกของโลก! จ่อผ่าตัดเปลี่ยนหัวหนุ่มรัสเซีย

อาสาสมัครชาวรัสเซีย ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อฝ่อ ได้รับคัดเลือกให้เป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่จะเข้ารับการผ่าเปลี่ยนร่าง

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่รูปภาพและเรื่องราวของ นาย ‘วาเลอรี่ สปิริดินอฟ’ วัย 30 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อฝ่อชนิดเวิร์ดนิก-ฮออฟแมน ชาวรัสเซีย ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมนุษย์รายแรกของโลก ที่ได้รับการรักษา โดยการใช้กระบวนการ ผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิม ไปยังร่างใหม่ หลังต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจากพันธุกรรม ทั้งกร้ามเนื้อยังหยุดการเจริญเติบโตนับตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีขึ้นในปี 2560 ที่จะถึงนี้

1.8

หลังจากก่อนหน้านี้นาย ‘เซอร์จิโอ คานาเวโร’ ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี ในเมืองตูริน ผู้วางโครงการนำร่องแนวคิดการรักษารูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นวิทยาการในการผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิมไปยังร่างใหม่ เพื่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทเสื่อม ให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยร่างกายใหม่ จะใช้ร่างของผู้ที่สมัครใจบริจาคเพื่อการรักษา ซึ่งรายงานระบุไว้ว่า มาจากร่างของผู้ที่สมองตายแล้ว แต่ส่วนอื่นๆยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ ซึ่งการดำเนินการจริง ผู้ป่วยจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงลิบกว่า 7.5 ล้านปอนด์ หรือราว 376 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ นายวาเลอรี่เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ส่งอีเมลไปหา นายแพทย์เซอร์จิโอ คานาเวโร และได้รับการพิจารณาให้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดกับการทดลองนี้ อาสาสมัครหนุ่มรายนี้แม้จะหวาดกลัวกับวิธีการดำเนินการที่น่าสยดสยอง แต่เขาตระหนักดีว่า โรคที่เขาประสบอยู่ อาจจะส่งผลให้เขาเสียชีวิตในสักวัน เนื่องจากอาการกล้ามเนื้อฝ่อของเขาร้ายแรงขึ้นทุกปี การอาสาสมัคร เพื่อเป็นหนูทดลองในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอาจจะช่วยชุบชีวิตใหม่ให้กับเขาก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้กำหนดการณ์ผ่าตัดทดลองก็ยังไม่ถูกกำหนดขึ้นอย่างแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร

การดำเนินการใช้เวลาราว 36 ชั่วโมง ด้วยวิธีการที่ทันสมัย โดยขั้นแรก แพทย์จะทำการตัดศีรษะออกมาจากร่างเดิมด้วยอุปกรณ์พิเศษ เส้นเลือดใหญ่ของส่วนหัวจะถูกต่อกับท่อขนาดเล็ก ขณะที่ไขสันหลังก็จะถูกตัดออกด้วยกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้เส้นประสาทได้รับความเสียหายให้น้อยที่สุด จากนั้นก็จะเคลื่อนย้ายศีรษะไปยังร่างใหม่ โดยใช้สารประเภทโพลีเอธิลีน ไกลคอล(polyethylene glycol) ผสานไขสันหลังเข้ากับร่างใหม่

ซึ่งหากการทดสอบเชื่อมไขสันหลังกับระบบประสาทต่างๆ และหลังจากนั้นจะใช้เครื่องช็อกไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณไขสันหลังให้ระบบต่างๆทำงานอย่างไรก็ตาม คนอาสาสมัคร ที่เข้ารับการผ่าตัด จะอยู่ในอาการในโคม่าราว 3-4 สัปดาห์ จากนั้นก็จะฟื้นตัวขึ้น เริ่มมีความรู้สึกที่ใบหน้า และพูดได้ แต่ยังต้องใช้เวลาบำบัดอีกอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการทดลองในครั้งแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คานาเวโร ผู้วางวิทยาการใหม่เผยว่า วิธีดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตและผู้พิการได้อีกหลายพันคน

002