อาสาสมัครชาวรัสเซีย ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อฝ่อ ได้รับคัดเลือกให้เป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่จะเข้ารับการผ่าเปลี่ยนร่าง
เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่รูปภาพและเรื่องราวของ นาย ‘วาเลอรี่ สปิริดินอฟ’ วัย 30 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อฝ่อชนิดเวิร์ดนิก-ฮออฟแมน ชาวรัสเซีย ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมนุษย์รายแรกของโลก ที่ได้รับการรักษา โดยการใช้กระบวนการ ผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิม ไปยังร่างใหม่ หลังต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจากพันธุกรรม ทั้งกร้ามเนื้อยังหยุดการเจริญเติบโตนับตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีขึ้นในปี 2560 ที่จะถึงนี้

หลังจากก่อนหน้านี้นาย ‘เซอร์จิโอ คานาเวโร’ ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี ในเมืองตูริน ผู้วางโครงการนำร่องแนวคิดการรักษารูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นวิทยาการในการผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิมไปยังร่างใหม่ เพื่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทเสื่อม ให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยร่างกายใหม่ จะใช้ร่างของผู้ที่สมัครใจบริจาคเพื่อการรักษา ซึ่งรายงานระบุไว้ว่า มาจากร่างของผู้ที่สมองตายแล้ว แต่ส่วนอื่นๆยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ ซึ่งการดำเนินการจริง ผู้ป่วยจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงลิบกว่า 7.5 ล้านปอนด์ หรือราว 376 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ นายวาเลอรี่เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ส่งอีเมลไปหา นายแพทย์เซอร์จิโอ คานาเวโร และได้รับการพิจารณาให้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดกับการทดลองนี้ อาสาสมัครหนุ่มรายนี้แม้จะหวาดกลัวกับวิธีการดำเนินการที่น่าสยดสยอง แต่เขาตระหนักดีว่า โรคที่เขาประสบอยู่ อาจจะส่งผลให้เขาเสียชีวิตในสักวัน เนื่องจากอาการกล้ามเนื้อฝ่อของเขาร้ายแรงขึ้นทุกปี การอาสาสมัคร เพื่อเป็นหนูทดลองในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอาจจะช่วยชุบชีวิตใหม่ให้กับเขาก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้กำหนดการณ์ผ่าตัดทดลองก็ยังไม่ถูกกำหนดขึ้นอย่างแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร
การดำเนินการใช้เวลาราว 36 ชั่วโมง ด้วยวิธีการที่ทันสมัย โดยขั้นแรก แพทย์จะทำการตัดศีรษะออกมาจากร่างเดิมด้วยอุปกรณ์พิเศษ เส้นเลือดใหญ่ของส่วนหัวจะถูกต่อกับท่อขนาดเล็ก ขณะที่ไขสันหลังก็จะถูกตัดออกด้วยกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้เส้นประสาทได้รับความเสียหายให้น้อยที่สุด จากนั้นก็จะเคลื่อนย้ายศีรษะไปยังร่างใหม่ โดยใช้สารประเภทโพลีเอธิลีน ไกลคอล(polyethylene glycol) ผสานไขสันหลังเข้ากับร่างใหม่
ซึ่งหากการทดสอบเชื่อมไขสันหลังกับระบบประสาทต่างๆ และหลังจากนั้นจะใช้เครื่องช็อกไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณไขสันหลังให้ระบบต่างๆทำงานอย่างไรก็ตาม คนอาสาสมัคร ที่เข้ารับการผ่าตัด จะอยู่ในอาการในโคม่าราว 3-4 สัปดาห์ จากนั้นก็จะฟื้นตัวขึ้น เริ่มมีความรู้สึกที่ใบหน้า และพูดได้ แต่ยังต้องใช้เวลาบำบัดอีกอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการทดลองในครั้งแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คานาเวโร ผู้วางวิทยาการใหม่เผยว่า วิธีดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตและผู้พิการได้อีกหลายพันคน
