ดราม่า! อ.ปวิน โพสต์เหน็บสังคมดัดจริต แต่งชุดไทย แต่กินอาหารฝรั่ง ขณะที่เพจดังสวนมันเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ไม่ใช่เรื่องตอแ. .ล
ภายหลังจากเกิดกระแสนิยม รวมทั้งรณรงค์ให้สวมใส่ชุดประจำชาติออกมาในที่สาธารณะ ดังเช่นประเทศต่างๆ ที่สามารถสวมใส่ไทย ออกมาเดินตามท้องถนน หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกตินั้น

ล่าสุด อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้มีชื่อเสียง รวมถึงมียอดผู้ติดตามในเพจเฟซบุ๊คกว่า 8.2 หมื่นคน ที่มักจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้าน การเมือง อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ แบบถึงพริกถึงขิง ได้ออกมาโพสต์รูปภาพของคู่แม่ลูกที่กำลังสวมใส่ชุดไทย ขณะรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ อยู่ในร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดแห่งหนึ่ง พร้อมโพสต์ข้อความแขวะบุคคลในภาพว่า
‘รณรงค์แต่งชุดไทย แต่ดัจริตจกอาหารฝรั่ง…ตอแ-ลกันจริง สังคมนี้’ หลังจากการแชร์รูปภาพดังกล่าว ทำให้แฟนเพจที่กำลังติดตาม ได้เข้ามาแสดงโจมตีบุคคลในภาพ ในทำนองว่า รู้สึกขัดแย้งระหว่างเสื้อผ้าที่สวมใส่ซึ่งเป็นชุดไทย กับอาหารที่รับประทานซึ่งเป็นอาหารฝรั่ง
โดยเพจดังอย่าง ‘Drama-addict’ ได้นำเอาเรื่องราวมาแชร์ต่อ พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า ‘การรณรงค์แต่งชุดไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่มันไม่ใช่กระแสถวิลหาของเก่าของโบราณแต่เกิดจากความคิดที่ว่าอยากทำชุดไทยเดิมให้กลายเป็นของร่วมสมัยที่เอามาปรับปรุงประยุกต์ให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างไม่เคอะเขิน ดังนั้นการที่สองแม่ลูกคู่นี้จะแต่งชุดไทยเข้าร้านเบอร์เกอร์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดัดจริตหรือตอแ-ลแต่ประการใด
หากยึดตามตรรกะของ อ ปวิน แปลว่าคนที่แต่งชุดไทยมีสิทธิกินอาหารไทยเดิม กินข้าวแช่ชาววังเท่านั้น ถ้ากินเบอร์เกอร์ KFC แปลว่าคนๆนั้นดัดจริตตอแ-ลทันทีเลยรึ ถ้างั้นคนญี่ปุ่นที่แต่งุชดกิโมโนก็ห้ามแ-กเบอร์เกอร์ ห้ามแ-กอาหารฝรั่ง ต้องแดกแต่ซูชิ ซาชิมิ เท่านั้นจึงจะถูกจริตและไม่ตอแ-ลในสายตาของ อ ปวิน หรือไง พูดสั้นๆ เขาจะแดกอะไรก็เรื่องของเขา เสือกอะไรด้วยล่ะเนี่ย—‘
หลังจากนั้นได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย บ้างก็เห็นด้วยกับการใส่ชุดไทย และไม่ใช่เรื่องผิดหากจะประยุกต์บริบทต่างๆให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งหลังจากมีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาแชร์ต่อๆกัน ล่าสุดพบว่า โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเพจที่มาเป็นที่เรียบร้อย
อย่างไรก็ตามการแต่งชุดไทยในชีวิตประจำวัน ยังมีหลากหลายมุมทั้งสนับสนุน และต่อต้านแต่ท้ายที่สุดก็คงเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ แล้วแฟนข่าว MThai News ล่ะ คิดเห็นอย่างไร?