ปู่วัย 72พบ ว่านแก้พิษงู สธ.ออกใบประกอบโรคศิลป์ให้

สธ.ออกใบประกอบโรคศิลป์ให้ปู่วัย 72พบ หลังค้นพบว่านแก้พิษงู 

วันนี้(18 ก.ย.) มีรายงานข่าว นายเอี้ยะ สายกระสุน ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 72ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทำงานเป็นหมออาสาในหลายโรงพยาบาลในจังหวัดสุรินทร์ จนชาวบ้านตั้งฉายาว่า หมอเอี๊ยะ ได้ค้นพบยาสูตรพิเศษสำหรับรักษาบาดแผลงูมีพิษทุกชนิด

001 (2)

โดยยาดังกล่าวทำมาจากว่านชนิดหนึ่งชื่อ ว่านโลดทะนงแดง ซึ่งเกิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นำว่านมาผสมหมากแห้ง ฝนดื่มกินหรือแปะบาดแผลที่ถูกงูกัด

รวมถึงสามารถยับยั้งพิษจากงูเห่าได้ด้วย ซึ่งโรงพยาบาลอำเภอกาบเชิง โรงพยาบาลอำเภอปราสาท และโรงพยาบาลอำเภอพนมดงรัก ในจังหวัดสุรินทร์ ได้ให้หมอเอี๊ยะเข้าร่วมรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันด้วย นอกจากนี้หมอเอี๊ยะได้รับการยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลป์แพทย์แผนไทย

ทั้งนี้หมอเอี๊ยะ เผยว่าได้ศึกษาเรื่องการแก้พิษงูมาตั้งแต่ปี 2514 เนื่องจากแม่ของตนถูกงูเห่ากัดตาย นับตั้งแต่นั้นจึงได้ศึกษาด้วยตัวเอง จนปี2523 ได้ค้นพบว่านดังกล่าว จึงคิดค้นสูตรยาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเนื่องจากพื้นที่ของหมู่บ้านห่างไกลจากโรงพยาบาล ประกอบกับสถานีอนามัยไม่มีเซเร่มรักษาพิษงู จนทำให้ชาวบ้านมารักษาเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นที่เลื่องลือ

ตำรวจ ชี้ ติดเคฟล่ากระโปรงรถ ผิดถูกปรับไม่เกิน 2พัน

ตำรวจ ชี้ ติดเคฟล่ากระโปรงรถ ผิดถูกปรับไม่เกิน 2พัน

01.01

วันนี้(17 พ.ย.) แฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 ได้เปิดเผยกรณีที่มีชาวสังคมออนไลน์สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการติดเคฟล่าสีดำที่รถ โดยทางกรมการขนส่งทางบกได้มีบันทึกแจ้งมา การติดเคฟล่าสีดำ บริเวณกระโปรงหน้ารถถือว่าเป็นความผิดสำเร็จชัดแล้ว

ซึ่งการเปลี่ยนสีฝาครอบกระโปรงหน้ารถและการติดสติกเกอร์เพื่อโฆษณาบริเวณตัวรถทั้งคันหรือบางส่วน เป็นการทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าสีดังกล่าวเป็นสีของรถ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสีรถให้ผิดไปจากเดิมที่เคยจดทะเบียนไว้

แม้มิได้ทำการเปลี่ยนแปลงสีของรถโดยการพ่นหรือการทาให้สีติดกับตัวถังรถอย่างถาวรก็ตาม ดังนั้นรถที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 13 ,มาตรา 60″ จึงแจ้งให้ทราบ

ผู้ค้ำเฮ ประกาศแก้กม. ไม่ต้องรับผิดเสมือนลูกหนี้

ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหรือมีผลบังคับใช้ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

001

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองซึ่งมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้นแต่เป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ในการที่จะชำระหนี้แทนลูกหนี้เท่านั้น

โดยข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติปรากฏว่าเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืม มักจะอาศัยอำนาจต่อรองที่สูงกว่าหรือความได้เปรียบในทางการเงินกำหนดข้อตกลงอันเป็นการยกเว้นสิทธิ ของผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หรือให้ค้ำประกันหรือผู้จำนองต้องรับผิดเสมือนเป็นลูกหนี้ชั้นต้น

กรณีจึงส่งผลให้ผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปไม่ได้รับความคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรวมทั้งต้องกลายเป็นผู้ถูกฟ้องล้มละลายอีกเป็นจำนวนมากดังนั้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้